ยันไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขปมตร.ร้องถอนประกัน
‘ทนายอานนท์’ พร้อมชี้แจงศาล ยินดีจะพิสูจน์ต่อศาลว่าไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข ขณะนี้ ยังไม่ได้รับหมายเรียกปม ตำรวจยื่นเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ด้าน ‘บก.ลายจุด’ นัดชุมนุมแยกอโศกมนตรี เย็นวันอาทิตย์นี้ จัดกิจกรรมตะโกน พูดสั้นๆ ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ด้านพนักงานสอบสวน 4 โรงพักนครบาลยื่นศาลขอถอนประกันตัวทนายอานนท์ ระบุทำผิดเงื่อนไขศาล ยกกรณีจัดชุมนุมลานสกายวอล์ก-จัดคาร์ม็อบจี้ 6 ผบ.เหล่าทัพลาออกจากสว. ด้านศาลอาญาสั่งให้ออกหมายเรียกจำเลยมารับทราบคำร้อง และให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 3 วัน
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรณีพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ทำหนังสือขอให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 พิจารณาเพิกถอนการประกันตัวนายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่จัดกิจกรรมฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวเเละการขอถอดกำไล EM ของศาลอาญากรุงเทพใต้ว่าได้รับทราบความคืบหน้าจากอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ผู้รับหนังสือจาก สน.ปทุมวันเเล้วว่าได้รับ คำร้องดังกล่าวเเล้ว อยู่ระหว่างให้นิติกรไป ขอคำสั่งศาลในการอนุญาตปล่อยนายอานนท์ เพื่อมาประกอบการพิจารณาว่าทำผิดเงื่อนไขของคำสั่งศาลในการปล่อยชั่วคราวไว้หรือไม่ เพื่อมาประกอบการพิจารณาเพื่อที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ต่อมา นายโกศลวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่าหลังนิติกรสำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ได้ไปเพื่อขอคัดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็ได้ทราบว่าทางพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวันยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ต่อศาลโดยตรงเเล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ก็ได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำ อ.2887/2564 คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 7 เป็น โจทก์ฟ้องนายอานนท์กับพวก ในความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ ข้อหาอื่นๆ ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ.พหลโยธิน และห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 24-25 พ.ย. 2563 โดยอาศัยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 109
สำหรับเหตุผลที่พนักงานสอบสวนสน.พหลโยธินยื่นร้องต่อศาลอาญานั้น อ้างว่า นายอานนท์ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งมีเงื่อนไขว่าห้ามจำเลยพูดหรือยุยงหรือส่งเสริมให้มีการ กระทำใดๆ อันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์และสถาบันศาล ทั้งห้ามยุยงส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบของบ้านเมือง รวมทั้งห้ามจำเลยที่ 1 ขัดขวาง หรือกระทำการใดๆ ให้การดำเนินคดีในศาลนี้เป็นไปด้วยความล่าช้า โดยหลังจากได้รับการปล่อยชั่วคราว ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ดังนี้
วันที่ 12 ก.ค.2566 จำเลย ประกาศชุมนุมที่ลานสกายวอล์ก แยกปทุมวัน พร้อมขึ้นปราศรัยด้วยคำพูดที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวายในบ้านเมือง มีการกล่าวถึงสถาบันศาล มีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามสว. เป็นแกนนำปลุกระดมมวลชนให้ร่วมชุมนุมที่รัฐสภาเพื่อกดดันสว.ในวันเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี วันที่ 13 ก.ค.2566 จากนั้นวันที่ 16 ก.ค.2556 ก็นัดหมายกิจกรรมคาร์ม็อบ เอาใบลาออกไปยื่นให้สว.ที่เป็นผบ.เหล่าทัพ ตำรวจ และปลัดกระทรวงกลาโหมรวมทั้งสิ้น 6 คน ที่เป็นสว.โดยตำแหน่ง
สำหรับกรณีดังกล่าวศาลอาญาให้รับเป็นคำคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของพนักงานสอบสวนไว้ และให้รวมไว้ในสำนวนคดี โดยยังไม่มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมืองและสังคม ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งจัดกิจกรรม “ตะโกน” ว่าการที่ประชาชนมาร่วมชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงกันนั้น เพราะเรามีคำพูดบางอย่างที่อยากจะบอกแก่คนกลุ่มหนึ่ง เป็นคำพูดสั้นๆ ที่จะออกมาจาก ก้นบึ้งของหัวใจที่พวกเรามีต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน
ผมขอเชิญชวนทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรม #พร้อม ครั้งที่ 1 ร่วมกันตะโกนคำบางคำที่ออกจากใจเราพร้อมๆ กัน โดยผมจะเปิดคลิปนับถอยหลัง แล้วขอให้พวกเราตะโกนพร้อมกันว่า “………………..”
ปล.ยังไม่บอกว่าตะโกนคำว่าอะไร แต่จะไปบอกที่แยกอโศกวันที่ 23 ก.ค. เวลา 5 โมงเย็น
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.บางโพ ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ จำเลย คดีหมายเลขดำ อ.2847/2564 คดีปักหมุดที่สนามหลวง หมิ่นสถาบัน เเละคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ คดีหมายเลขดำ อ.2495/2564 ชุมนุมคณะราษฎร 2563 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง
เมื่อวันที่ 14-15 ต.ค.63 โดยอ้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชักชวนร่วมกิจกรรมชุมนุมในวันที่ 12 และ 16 ก.ค. เช่นกัน
ทั้งนี้ ศาลอาญา เห็นว่าได้ปรากฏความต่อศาลถึงพฤติการณ์แห่งคดีภายหลังปล่อยชั่วคราวอาจเปลี่ยนแปลงไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 115 จึงมีคำสั่งให้หมายเรียกนายอานนท์มาศาลเพื่อรับทราบคำร้อง และให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 3 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป และหมายนัดให้ ผู้ประกันทราบกำหนดส่งตัวจำเลยตามหมายเรียกด้วย
ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) พรรคอาทิตย์ใหม่ โดยนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมชุมนุมปราศรัยชื่อ “ร่วมขจัด ส.ว. ใจทราม” กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ซึ่งบรรยากาศเมื่อเวลา 17.00 น.มีรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงเข้ามาเพื่อจัดเตรียมพื้นที่หน้าหอประชุม มีการตั้งเต็นท์แจกใบปลิวและร้านค้าต่างๆ มาตั้งขายอาหารและสินค้าเกี่ยวกับพรรคก้าวไกล
นายเฟธ นิสิตชั้นปีที่ 3 พรรคอาทิตย์ใหม่ เปิดเผยว่าจะเป็นการปราศรัยในหัวข้อเรื่องสว.และรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ให้สว.จากผู้คนหลายกลุ่ม ซึ่งรวมถึงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ ทั้ง นายอานนท์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จะมีกิจกรรมเคารพธงชาติ และร้องเพลงร่วมกัน สำหรับเหตุผลของการจัดกิจกรรม ก็เพราะเสียงของประชาชนไม่ได้รับความเคารพจากสว.จึงได้จัดกิจกรรม Respect my vote เพื่อเป็นกระบอกเสียงของประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ไป
นายเฟธกล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หลายคนต้องทำเรื่องเดินทางกลับบ้านเพื่อให้ได้เลือกตั้ง มีค่าใช้จ่ายและภาระต่างๆ ทนแดดทนฝนเพื่อใช้เสียงที่มีค่าของตัวเอง แต่กลับมีคน 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง พรากในสิ่งที่พวกเราตั้งใจอยากเปลี่ยนประเทศ ดังนั้นจึงต้องการทำให้สว.ได้เห็นเสียงของประชาชนทุกคนว่ามีค่าไม่ว่าจะ 14 ล้านเสียงหรือกี่เสียงก็มีค่าเช่นกัน เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม หากการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 3 ผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ จะยังคงออกมาเคลื่อนไหวอีกแน่นอน
ด้านนายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวถึงกรณีตำรวจ สน.พหลโยธิน ยื่นคำร้องคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว กรณีการชุมนุมปี 2563 ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากศาลและไม่ทราบว่าตำรวจไปยื่นคำร้องด้วยเหตุใด แต่ตนก็ยินดีจะพิสูจน์ต่อศาลว่าไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข เพราะการชุมนุมเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ และได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย ส่วนกิจกรรมคาร์ม็อบ ก็ได้รับการอำนวยความสะดวกจากตำรวจด้วยซ้ำ ส่วนเนื้อหาการปราศรัยก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ยืนยันไม่กังวลว่าจะเป็นการผิดเงื่อนไข เพราะไม่มีเหตุการณ์ใดที่เกิดความวุ่นวาย และเป็นการพูดในข้อเท็จจริงไม่ใส่ร้ายป้ายสี ขณะนี้กำลังรอหมายเรียกจากศาลเพื่อที่จะยื่นคำร้องขอชี้แจงต่อไป
นายอานนท์กล่าวต่อว่ายืนยันจะไม่หยุดการขึ้นปราศรัย ซึ่งเชื่อว่าในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะมีการชุมนุมใหญ่ ทั้งนี้ ศาลเพียงแต่สั่งไม่ให้พูดถึงเรื่องสถาบัน แต่เรื่องรัฐบาล ศาลให้พิจารณาว่าทำได้ตามกรอบกฎหมาย รวมถึงยังมีประเด็นการ กล่าวหาว่าตนคุกคาม สว.ยืนยันไม่ได้ข่มขู่ และยังได้ห้ามปรามไม่ให้ผู้คนไปรบกวนด้วย เพราะมองว่าเป็นสถานที่ส่วนตัว
นายอานนท์กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยกรณีพรรคก้าวไกลยอมหลีกทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวนายกฯ จะต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่มาฟอกขาวให้กับเผด็จการ และยึดนโยบายตามเงื่อนไขร่วมกันใน MOU ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนจะยอมรับได้ เพราะรัฐบาลผสมต้องมีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน มองว่ายังมีความพยายามจะกีดกันให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน หรือถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไม่ให้มี สส.ในรัฐสภาด้วย ส่วนการขอเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ เชื่อว่าเพื่อไทยจะยึดเสียง สว.เป็นหลักก่อน หากเพียงพอก็คงไม่ไปหาเสียงสนับสนุนจาก สส.พรรคอื่นเพิ่ม แต่หากต้องไปขอเสียงเพิ่มในช่วงเวลานี้จะเป็นภาระมากๆ ขอให้กำลังใจกับพรรคเพื่อไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคอาทิตย์ใหม่ โดยนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมชุมนุมปราศรัยชื่อ “ร่วมขจัด สว. ใจทราม” โดยบรรยากาศเมื่อเวลา 18.00 น.มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ชักธงดำขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมเปิดเพลง do you hear the people sing เพื่อไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยที่ถูกย่ำยี โดยธงผ้าดังกล่าวเขียนข้อความว่า respect my vote ซึ่งระหว่างทำกิจกรรม ผู้ชุมนุมร่วมกันชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วด้วย
เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก นัดรวมตัวภายใต้ชื่อกิจกรรม“สมรสเท่าเทียม = ยกเลิก 112 = ยกเลิกอำนาจสว. เพราะการห้ามไม่ให้รักและบังคับให้รักโดยรักคืออาชญากรรม #ม็อบTwerkถล่ม สว.” บรรยากาศเริ่มด้วยการนำธงสัญลักษณ์เฟมินิสต์ หรือความหลากหลายทางเพศ ขนาด 6 คูณ 8 เมตร มากางที่ลานหน้าหอศิลป์
จากนั้น กลุ่มนักกิจกรรมได้เชิญชวนประชาชนแสดงความรู้สึกไม่พอใจ โดยการแสดงออกในหลายรูปแบบ เช่น การเต้น การเขียนข้อความ ปราศรัยแสดงความรู้สึก และล้อมวงยืนไว้อาลัย
ด้าน น.ส.วาดดาว ชุมาพร แกนนำกลุ่ม เฟมินิสต์ กล่าวว่า วันนี้เรามาร่วมไว้อาลัยให้กับผลการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าอำนาจที่ไม่ชอบธรรมกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้เป็นการสืบทอดอำนาจที่ไม่ชอบธรรม และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารปี 2557 และมีการสืบทอดอำนาจ และแต่งตั้ง สว.ที่ไม่ได้ยึดโยงกับเสียงของประชาชน โดยเมื่อที่ 14 พ.ค.เราได้ไปเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหา
การสมรสเท่าเทียม การแก้ไข 112 การเลือกนายกฯ ที่มาจากเสียงประชาชน แต่ก็เห็นแล้วว่าไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงทำให้ทางกลุ่มต้องกลับมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องความต้องการที่คาดหวังไว้จากการเลือกตั้งว่าจะได้เขามาแก้ปัญหาที่ได้เรียกร้องกันต่อไป
กิจกรรมดำเนินไปโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นแกนนำจึงได้ประกาศยุติกิจกรรม โดยไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นแต่อย่างใด