ตร.จัดทีมคุม8พย.
ใช้ชุดเคลื่อนที่เร็ว
วันนี้คิวกลุ่มตุ้งติ้ง
จัดเวที -ที่สามย่าน
พศ.ขู่ฟันพระเณร
ร่วมขึ้นไฮด์ปาร์ก
นัดชุมนุมด้วยในสถานที่เดียวกัน-วันเดียวกับคณะราษฎรด้วย กลุ่มเสื้อเหลืองปกป้องสถาบัน อ้างแค่ไปสังเกตการณ์ ด้านกลุ่มนักเรียนเลวร่วมกันชู 3 นิ้วอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์ประกาศยกระดับไล่พล.อ.ประยุทธ์ด้วย หลังรมว.ศึกษาฯเพิกเฉยไม่สนใจข้อเรียกร้อง ลั่นลุยแน่นอนวันที่ 21 พ.ย.นี้ ด้านตำรวจใช้ทีมเคลื่อนที่เร็ว 12 กองร้อยดูแลการชุมนุม ไม่รับปากทั้ง‘ไมค์-รุ้ง-เพนกวิน’จะถูกอายัดตัวอีกหรือไม่ ด้านสำนักพุทธฯเตือนพระ-เณรห้ามเขียนบทความ-บทกวีเสียดสีการเมือง ระบุถ้าไปร่วมขึ้นเวทีแล้วถูกจับกุมดำเนินคดีอาจถึงขั้นให้สึก

น.ร.นัดใหญ่ – เยาวชน ‘กลุ่มนักเรียนเลว’ แถลงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 21 พ.ย. กดดัน นายกฯ ลาออก รับผิดชอบรมว.ศึกษาฯปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว และไม่ขอร่วมกระบวนการสมานฉันท์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.
ถกหน่วยความมั่นคงรับม็อบ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เชิญหน่วยงานภายในกำกับดูแลทำเนียบรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล ตำรวจนครบาล ตัวแทนจากกรุงเทพ มหานคร และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ หลังกลุ่มคณะราษฎรประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.ส.3 รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภายในทำเนียบ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการเฝ้าติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมว่าจะเคลื่อนขบวนไปในลักษณะใดและใช้เส้นทางไหน โดยจะติดตามสถานการณ์เป็นระยะ เบื้องต้นได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและตำรวจนครบาล ไว้ประมาณ 2 กองร้อย หรือ 300 นาย โดยให้อยู่ในที่ตั้ง เพื่อรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ขณะที่การโดยดูแลรอบนอกจะเป็นตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ไม่ได้กำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ
นร.เลวนัดไล่รมต.ตั้น-21 พย.
ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มนักเรียนเลวได้มารวมตัวชุมนุมกัน พร้อมแถลงการณ์เตรียมยกระดับการชุมนุมเพื่อขับไล่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากจัดชุมนุมและทำกิจกรรมเพื่อ เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน รวมถึงระบบการศึกษาต่อกระทรวงศึกษาธิ การมาต่อเนื่อง แต่กระทรวงมิได้สนใจที่จะแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้อง ซึ่งแสดงถึงการขาดวุฒิภาวะ ความเป็นผู้นำ โดยอ้างว่าการชุมนุมของนักเรียนมีผู้อยู่เบื้องหลัง และยังเพิกเฉยให้นักเรียนต้องเผชิญปัญหาต่อไป
ขณะที่ตัวรัฐมนตรีก็มาสร้างภาพผ่านสื่อ ว่ารับฟังปัญหาของนักเรียน ซึ่งการกระทำเช่นนี้นับเป็นการดูหมิ่นนักเรียนอย่างมาก ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกต่อไป จึงได้ยื่นหนังสือให้ลาออกจากตำแหน่ง แต่นายณัฏฐพล ก็มิได้ดำเนินการใดๆ หากการเรียกร้องกับกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงนั้นมิได้ทำให้ระบบการศึกษาพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น พวกเรานักเรียนจึงจะยกระดับการเรียกร้องไปที่ต้นตอของปัญหา คือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นผู้ที่เลือกนายณัฏฐพล เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ทั้งนี้ กลุ่มนักเรียนเลวและองค์กรนักเรียนแนวร่วมจึงประกาศจัดชุมนุมครั้งใหญ่ของนักเรียนขึ้น ในวันที่ 21 พ.ย. เพื่อยกระดับการเรียกร้องให้เสียงของนักเรียนส่งไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน การศึกษาไม่ได้รับการพัฒนาเพราะการเมืองมีปัญหา เราจะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลงออกมา ถ้าการเมืองดี เราจะมีการศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียมทั่วถึงและเคารพสิทธิ
หลังการอ่านแถลงการณ์จบ ได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ก่อนยุติการชุมนุมและแยกย้ายกันกลับ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
บล็อกทวิตเตอร์ฟรียูธ-ฟอร์ด
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ทางการของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด แกนนำเยาวชนปลดแอก ดูเหมือนว่าจะถูกระงับบัญชี โดยทั้งทวิตเตอร์ FreeYOUTH (@FreeYOUTHth) และ FordTattep (@fordtattepRuang) ถือว่ามีส่วนในการขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังกระแสของ #ThaiProtests2020 แต่ขณะนี้ยังไม่มีการระบุเหตุผลจากทวิตเตอร์สำหรับการระงับทั้งสองบัญชีดังกล่าว
กรณีดังกล่าวชาวทวิตเตอร์และโซเชี่ยลมีเดีย ต่างสงสัยถึงสาเหตุที่บัญชีเหล่านี้ถูกระงับ โดยชาวทวิตเตอร์ที่ติดตามทั้งสองบัญชีนี้มาอย่างยาวนาน ต่างระบุว่า บัญชีนี้ถูกจำกัดโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งผู้ติดตามจำนวนมากที่ติดตามทั้งบัญชีของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และบัญชีของ ฟอร์ด ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ระบุว่า บัญชีทั้งสอง ไม่เคยละเมิดกฎของทวิตเตอร์
ชาวทวิตเตอร์จึงร่วมกันติดแฮชแท็กและเรียกร้องให้ทวิตเตอร์ ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น และให้ยกเลิกการระงับบัญชีของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และบัญชีของ ฟอร์ด ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ทันที
กลุ่มเสื้อเหลืองนัดชุมนุมด้วย
ต่อมา ทวิตเตอร์ทั้ง 3 แอ๊กเคานต์ที่ถูกปิดไปโดยไม่ทราบสาเหตุได้กลับมาแล้ว แต่ยอดฟอลโลว์ ของ @FreeYOUTHth จากเดิมราวๆ 227,000 ผู้ติดตาม กลับลดลงเหลือเพียง 1,000 กว่าเท่านั้น
ขณะเดียวกัน เพจ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) กลุ่มคนเสื้อเหลืองที่มีจุดยืนปกป้องสถาบัน โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า วันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ศปปส.จะไปเฝ้าสังเกตการณ์เฝ้าระวังการจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันของม็อบราษฎร 2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย !ย้ำว่าไปเฝ้าสังเกตการณ์ ณ ฝั่งศรแดง (ถ.ดินสอ)
ศิษย์มธ.แถลง-เรียกร้องมธ.
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก งานกิจกรรมนักศึกษาสังคมวิทยาฯ มธ. เผยแพร่แถลงการณ์ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่ยังคงยึดมั่นในหลักการ “เข้าใจ เคารพ เปลี่ยนแปลง” คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อ “ธรรมศาสตร์” : ขอให้คุ้มครองสวัสดิภาพและปกป้องเสรีภาพของประชาชน พร้อมแนบ 256 รายชื่อต่อท้าย
แถลงการณ์ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง นักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. รวมถึงนักกิจกรรมทางการเมืองคนอื่นๆ ถูกจับกุมและนำตัวไปฝากขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิง ในฐานะผู้ต้องหาในคดีการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 เหตุการณ์การสลายการชุมนุมเวลาเช้ามืดของวันที่ 15 ต.ค. กรณีการสลายการชุมนุมในช่วงค่ำของวันที่ 16 ต.ค. และกรณีเหตุการณ์ในระหว่างการปล่อยตัว รุ้ง เพนกวิน และไมค์ จากเรือนจำในช่วงวันที่ 31 ต.ค. รวมถึงการดำเนินคดีกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค.เป็นต้นมา
ชี้เปิดโอกาสให้คุกคามสิทธิ
ประกอบกับกรณีการตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยทางกายภาพและขั้นตอนในการตรวจสุขภาพ เนื่องมาจากสถานการณ์ โควิด-19 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2561 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30-31 ต.ค. แม้ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงการส่งมอบข้อมูลผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรโดยมหาวิทยาลัย หากแต่การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลที่ดำเนินการโดยหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนั้น กลับเป็นประเด็นที่ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และมีการกล่าวอ้างว่าพิธีพระราชทานปริญญาบัตรผ่านไปด้วยความเรียบร้อยนั้น ก็มิได้เป็นความจริงตามเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นมา
เหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีลักษณะคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งด้วยการใช้กำลังเข้าจับกุมและสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นเพื่อควบคุมและตีตราประชาชน การใช้อำนาจพิเศษในสภาวะยกเว้นด้วยพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยอ้างสถานการณ์โควิด-19 และการดำเนินคดีความโดยไม่เป็นธรรมด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110, 112, 116, 215, 368 และมาตรา 385 ตลอดจนกฎหมายต่างๆ ที่ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ การใช้เครื่องขยายเสียง การรักษาความสะอาด และการจราจรทางบก
จี้ช่วยเหลือเยียวยา‘รุ้ง-กวิ้น’
พวกเราศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่ยังคงยึดมั่นในหลักการ “เข้าใจ เคารพ เปลี่ยนแปลง” คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. จึงมีข้อเรียกร้องต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน “ธรรมศาสตร์” ดังนี้
1.ขอให้สมาคมศิษย์เก่าคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาธรรมศาสตร์ สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฯ สมาคมนิติศาสตร์ มธ. สมาคมศิลปศาสตร์ฯ สมาคมนักศึกษาเก่าคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสหวิทยาการ มธ. สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมธ. ช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครอง น.ส.ปนัสยา นายพริษฐ์ นักศึกษาและศิษย์เก่าคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการชุมนุมหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การแสดงออกถึงการคัดค้านการดำเนินคดีผู้ชุมนุมทางการเมือง การช่วยเหลือด้วยความสามารถทางวิชาชีพแก่บุคคลที่ได้รับ
ผลกระทบจากการเข้าร่วมการชุมนุม อันแสดงออกให้เห็นถึงการยึดถือจริยธรรมทางวิชาชีพที่ได้รับการศึกษามา อีกทั้งในฐานะที่พวกท่านเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่พัฒนาขึ้นบนเจตนารมณ์ของคณะผู้ก่อตั้ง เพื่อให้เป็นการวางรากฐานประชาธิปไตยและให้การศึกษาเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในประเทศไทย
ขอให้อธิการบดีลาออกทันที
2.รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที เนื่องจากปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐ ล่วงละเมิดสิทธิในข้อมูลบุคคลและข้อมูลทางการแพทย์ของผู้เข้าร่วมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่นักศึกษา บัณฑิต และศิษย์เก่ามธ. หากแต่ยังรวมถึงประชาชนที่เป็นทั้งครอบครัว มิตรสหาย และบุคคลอันเป็นที่รักของบัณฑิต ที่เข้ามาร่วมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามหลักการของการรักษาความเป็นส่วนบุคคล และสิทธิที่บุคคลได้รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เพื่อให้ประโยคที่กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว” ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำโฆษณาของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ดังที่ได้ถูกนำเสนอในงาน “Thammasat Open house 2020” “ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่” และ “รับเพื่อนใหม่”
ต้องรักประชาชนไม่เอาเผด็จการ
3.คณะผู้บริหาร มธ. โดยเฉพาะรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์และท่าพระจันทร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่มธ. ท่าพระจันทร์ อันเป็นสถานที่จัดงาน ต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการขอโทษอย่างจริงใจ และต้องจัดให้มีมาตรการเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการอนุญาตให้มีการละเมิดสิทธิในครั้งนี้ รวมทั้งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและเปิดเผยรายละเอียดการประมวลผลข้อมูล พร้อมกับอธิบายเหตุผลในการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย อีกทั้งต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ไม่ว่าในกรณีใดในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ พวกเราศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่ยังคงยึดมั่นในหลักการ “เข้าใจ เคารพ เปลี่ยนแปลง” คณะสังคมฯ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องในแถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อให้ “ธรรมศาสตร์” เป็นสถาบันทางวิชาการและชุมชนที่มุ่งคุ้มครองสวัสดิภาพ และปกป้องเสรีภาพของประชาชนตามคำกล่าว “ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” ที่มิใช่การทำตามคำสั่งของผู้เผด็จการหรือรัฐที่มุ่งกดขี่ประชาชนดังเช่นที่เป็นอยู่
คดีแยกปทุมวันออกหมายอีก 5
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุม
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่าวันที่ 7 พ.ย. ที่จะรวมตัวแยกสามย่านเคลื่อนขบวนไปถนนสีลมคาดว่า ถนนที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ถ.พระราม 4 ทั้งขาเข้า-ออก และถ.พญาไท และวันที่ 8 พ.ย. ที่การชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คาดว่ากระทบ ถ.ราชดำเนินกลาง จึงขอให้ประชาชนวางแผนเลี่ยงเส้นทางแม้จะเป็นวันอาทิตย์ก็ตาม และติดตามข่าวสารเพราะอาจมีการเคลื่อนขบวนซึ่งคาดว่าจะผ่านแยกผ่านฟ้า แยกจปร. และแยกนครสวรรค์ ซึ่งตำรวจจะพยายามอำนวยความสะดวกเพื่อให้กระทบต่อจราจรกระทบน้อยที่สุด
ด้านพล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินคดีไปหลายคดีแล้วโดยมีคดีที่สำคัญ 4-5 คดี อาทิในพื้นที่ สน.หัวหมาก คดีทำร้ายร่างกายนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ดำเนินคดี ผู้ต้องหาแล้ว 1 คน อยู่ระหว่างเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 9 คนมาดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนกรณีมีบุคคลโยนประทัดยักษ์ในพื้นที่รถไฟฟ้าสถานีท่าพระ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอยู่ โดยจะถูกดำเนินคดีในข้อหาส่งเสียงอื้ออึงทำให้ประชาชนตกใจ รวมถึงกรณีที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพุทธะอิสระ ร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม มาตรา 116 ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วทั้ง 3 คนที่ สน.พญาไท แล้ว และกรณีการชุมนุมที่แยกปทุมวัน ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ต้องหา 17 คน โดยมีการออกหมายเรียก 5 คน มามอบตัวและจับกุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว และมีการออกหมายเรียกเพิ่มอีก 5 คน ยังอยู่ระหว่างสอบสวน 7 คน
เคลื่อนที่เร็ว 12 กองร้อยคุม8พย.
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าฝากเตือนถึงกลุ่ม ผู้ชุมนุมสามารถชุมนุมได้ตามสิทธิ แต่ห้ามชุมนุมในเขตพระราชฐานรัศมี 150 เมตร โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ซึ่งกรณีดังกล่าวหากมีการถูกดำเนินคดีแล้วก็จะมีประวัติติดตัวด้วย ทั้งนี้ ส่วนในวันที่ 8 พ.ย.ที่จะมีการชุมนุมใหญ่และจะมีการเคลื่อนขบวนทางตำรวจจะใช้แผนการชุมนุม 63 ในการชุมนุม เหมือนการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมั่นใจว่าสามารถดูแล และรักษาความปลอดภัยได้แน่นอนโดยแบ่งพื้นที่สำคัญออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1.พื้นที่สนามหลวงและพื้นที่โดยรอบถึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 เป็นผู้รับผิดชอบบริเวณดังกล่าว 2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึง ถ.ราชดำเนินกลาง พ.ต.อ. อรรถวิทย์ สายสืบ รรท.ผบก.น.1 ดูแลบริเวณดังกล่าว 3.พื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์และแยกจปร. มีพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น.และพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. ดูแลบริเวณดังกล่าว และมีชุดเคลื่อนที่เร็ว 12 กองร้อยเคลื่อนที่ไปดูแลบริเวณที่มีการชุมนุมดังกล่าว ยืนยันว่าสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณที่มีการชุมนุมได้อย่างแน่นอน
ตร.อ้ำอึ้งอายัดอีก‘รุ้ง-ไมค์-กวิ้น’
ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิระวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ที่ออกจากโรงพยาบาลและพักรักษาตัวที่บ้านแล้วจะอายัดตัวอีกหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นไม่ได้ดำเนินการเพื่ออายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติม แต่หากพบมีคดีที่ยังไม่ดำเนินการมาสอบสวน ก็จะขออายัดตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งขณะนี้คดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ได้เข้าสู่การสอบสวนไปหมดแล้ว ยืนยันว่าทำตามกระบวนการสอบสวน ทั้งการอายัดตัวมาดำเนินคดีเป็นผลมาจากการชุมนุมในหลายพื้นที่ และถูกแจ้งข้อหาหลายข้อหา หากถูกปล่อยตัวในคดีใดมาแล้วก็ต้องถูกอายัดตัวต่อ หากพบว่ามีการกระทำความผิด
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เบื้องต้นการชุมนุมตลอดทั้ง 3 วันหลังจากนี้ยังไม่มีการขออนุญาตขุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยการชุมนุม หากใครทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการอยู่แล้วตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีที่ทวิตเตอร์บัญชี Freeyouth และ แกนนำอีก 2 บัญชี ของนายฟอร์ด ทัตเทพ และนายเจมส์ ภาณุมาศ ถูกปิดชั่วคราวนั้น ยืนยันว่าการเฝ้าระวังการใช้โซเชี่ยลมีเดียเป็นหน้าที่ของหลายหน่วยงาน ไม่ใช่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แต่หากพบการใช้สื่อโซเชี่ยลในทางที่ผิด ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งตำรวจไม่ได้เลือกปฏิบัติ และไม่ได้ใช้ 2 มาตรฐาน เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเท่านั้น
ห้ามพระ-เณรเขียนการเมือง
วันเดียวกัน นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษกพศ. เปิดเผยกรณีพระสงฆ์สามเณรแสดงออกทางการเมือง ว่ามหาเถรสมาคม (มส.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปัจจุบันพบว่ามีคณะสงฆ์และสามเณรแสดงออกทางการเมืองในหลายรูปแบบ ทั้งเข้าร่วมชุมนุม และแสดงความเห็นทางบทความ หรือบทกลอน ในส่วนของพระสงฆ์ที่แสดงออกทางบทความ หรือบทกลอนในลักษณะของศิลปิน มส.มีมติขอความร่วมมือ ขอให้เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้น กำกับดูแลคณะสงฆ์อย่างใกล้ชิด ไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในเชิงเสียดสี ก่อให้เกิดความแตกแยก แต่ถ้าจะสามารถทำได้ในกรณีใช้คติธรรมในเชิงสั่งสอน ตักเตือน โดยไม่ไปว่าร้ายเสียดสีใคร
นายสิปป์บวรกล่าวต่อว่า ส่วนพระสงฆ์หรือสามเณรที่เข้าร่วมชุมนุมหรือขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น มส.เคยมีคำสั่งห้ามพระสงคฆ์และสามเณร เข้ายุ่งเกี่ยวกับการเมืองตั้งแต่ปี 2538 และได้ทบทวนประกาศให้มีความครอบคลุมในทุกมิติในปี 2561 โดยเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ให้คณะสงฆ์ปฏิบัติตามคำสั่งมส.ในปี 2538 อย่างเคร่งครัด
ขู่ร่วมชุมนุมต้องคดี-จับสึกแน่
2.ห้ามใช้วัดเป็นสถานที่ชุมนุม หรือสัมมนา หรือจัดกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ และความแตกแยกขึ้นในสังคม และ 3.ห้ามเจ้าอาวาสใช้ ยินยอม หรืออนุญาตให้ใช้วัดเป็นสถานที่จัดชุมนุม ประชุม สัมมนา เสวนาหรือมีกิจกรรมที่มีลักษณะหรือเนื้อหาที่อาจเป็นการละเมิดกฎหมาย หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือให้ใช้จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง หากมีผู้มาใช้วัดเป็นสถานที่จัดกิจกรรมดังกล่าวโดยพลการ ให้เจ้าอาวาสเข้าป้องกัน ห้ามปราม หรือระงับ มิให้มีการจัดกิจกรรมนั้นในวัดต่อไป หากมีความจำเป็นให้ขออารักขาจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีพระสงฆ์สามเณรที่เข้าร่วมชุมนุมจะถือว่ามีความผิดถึงขั้นต้องให้ลาสิกขาหรือไม่ นายสิปป์บวรกล่าวว่า การกำกับดูแลคณะสงฆ์ดำเนินการเป็นลำดับชั้น คล้ายกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคำสั่งต่างๆ จะออกมาเพื่อดูแลคณะสงฆ์ในภาพรวม ส่วนการที่มีพระสงฆ์สามเณรไปร่วมการชุมนุม ทาง มส.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการตรวจสอบ และประสานไปยังต้นสังกัดเพื่อตักเตือน ส่วนจะถึงขั้นต้องให้สึกหรือไม่นั้น เป็นอำนาจการพิจารณาของเจ้าคณะฝ่ายปกครอง ทั้งนี้กรณีที่เข้าร่วมชุมนุมจนมีความผิดต้องคดีตามกฎหมาย จะมีการพิจารณาในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ขณะนี้ยังเป็นเพียงการพิจารณาในวัตรปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ของพระสงฆ์สามเณร
นนท์แบกโลงไล่ผกก.เมือง
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่หน้าห้างเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ ถนนประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี ในนามคณะราษฎร พร้อมทีมงาน นำรถเครื่องเสียงและโลงศพ นัดรวมประชาชนเพื่อขับไล่ พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี จากกรณีใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายประชาชนและเยาวชน คือฟ้องมาตรา 116 กับเด็กอายุ 16-17 ปี จึงได้รวมตัวเพื่อขับไล่
นายชินวัตรกล่าวว่า เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีได้รวมตัวกับคณะราษฎร เพื่อยืนยันยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อเรียกร้อง และไม่ร่วมสังฆกรรมกับคณะปรองดองสมานฉันท์ วันนี้จะมีกิจกรรมแห่โลงศพ เพื่อขับไล่ผกก.สภเมืองนนทบุรี มีหลายคนถามตนว่ามีปัญหาส่วนตัวหรือไม่ โดยส่วนตัวตนไม่รู้จักกัน ที่ขับไล่เนื่องจากผกก.สีหเดชใช้กฎหมายกับเด็กอายุ 16-17 ปี ในการทำร้ายประชาชนและเยาวชน เช่นสั่งมาตรา 116 กับเด็กและเยาวชน จึงจะรวมตัวเดินขบวนจากหน้าเมเจอร์นนท์ แห่โลงศพไปหน้าโรงพัก หลังจากนั้นจะจุดประทัดจำนวน 5,000 นัด

มุ่งมั่น – มวลชนจำนวนหนึ่งรวมตัวแสดงพลัง ย้ำ 3 ข้อเรียกร้องของคณะราษฎร แม้กลุ่มผู้นัดจัดกิจกรรม #กรุงเทพฯจะไม่ทน ประกาศยกเลิกชุมนุมกะทันหัน ที่สกายวอล์กหน้าศูนย์การค้าเอ็มบีเค สี่แยกปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 6 พ.ย.
ปทุมวันยกเลิก-แต่ม็อบยังมา
เมื่อเวลา 17.00 น.ที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้มีการนัดชุมนุมใช้ชื่อ #กรุงเทพฯจะไม่ทน ผ่านทางโซเชี่ยล แต่หลังจากนั้นได้ประกาศยกเลิกการชุมนุม เนื่องจากไม่สามารถยืนยันกลุ่มผู้จัดงานได้ว่าเป็นตัวแทนจากกลุ่มไหนเป็นผู้จัด แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่ทราบว่ามีการยกเลิกการชุมนุมจึงได้มารอยังจุดนัดหมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน จัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อย
ด้าน น้องเพชร ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นแกนนำหรือผู้จัดงานแต่อย่างใด และก็ไม่สามารถประสานหาตัวผู้จัดงานได้ เพียงแต่เห็นว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนมารอการปราศรัย จึงไม่อยากให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมต้องมารอเก้อ จึงได้ปราศรัยแทน ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกล่าวหาว่าเป็นแกนนำ ก็ขอยืนยันว่าไม่ใช่แกนนำ เป็นเพียงคนที่ชี้แจงให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมเข้าใจเท่านั้น
ต่อมา พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน ได้เข้ายื่นหนังสือข้อห้ามและกฎการขออนุญาตชุมนุม และข้อให้ยกเลิกการชุมนุมภายใน 18.00 น.โดยยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเสรีเทยฺย์พลัส ประกาศข่าวสาร ระบุว่า “ชุมนุมกันได้ยังไง เดี๋ยวกูจะแจ้ง เดี๋ยวกูจะแจ้ง!” “อ่อแจ้งสิ ดิชั้นแจ้งแล้ว” ม็อบตุ้งติ้ง 2 แจ้งจัดการชุมนุมแล้วจ๊าเจอกันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) เวลา 4 โมงเย็น ณ แยกสามย่าน จากจะเดินไปสีลมพร้อมกัน