ตายนิวไฮอีก235ราย
สหรัฐเข้มห้ามมาไทย

‘เดลตา’ลามทั่วประเทศแล้ว 76 จว. สัดส่วนมากถึง 91.9% เหลือเพียงสุพรรณบุรี คาดมีเชื้อแต่ยังตรวจไม่เจอ ขณะที่กทม.สูงถึง 95.4% ‘เบตา’พบเพิ่ม 4 รายที่ภูเก็ตและพัทลุง จำกัดวงอยู่ที่ใต้ ไทยติดเชื้อรายวันอีก 19,843 เสียชีวิตนิวไฮ 235 ราย พบ 42 จังหวัดติดเชื้อเกินร้อย ชลบุรี ป่วยเกินพัน 11 วันติด ร.พ.ขอนแก่น-ร.พ.ธรรมศาสตร์ รังสิต ได้วัคซีนไฟเซอร์ครบแล้ว ครม.อนุมัติเพิ่ม 1.26 หมื่นล้านเยียวยาโควิด สหรัฐสั่งยกระดับไทยเป็นประเทศสีแดงเข้ม เตือนคนมะกันไม่ควรเดินทางเข้ามา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดจอง ‘ซิโนฟาร์ม’ สำหรับประชาชนทั่วไปวันนี้

ติดเชื้ออีก 19,843-ตายนิวไฮ 235

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,843 ราย ติดเชื้อสะสม 795,951 ราย รักษาหาย 22,806 ราย รักษาหายสะสม 578,140 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 235 ราย เสียชีวิตสะสม 6,588 ราย ยังรักษาอยู่ 211,223 ราย อยู่ในร.พ. 62,717 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 148,506 ราย อาการหนัก 5,450 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,106 ราย มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 501,330 โดส รวมสะสม 21,171,110 โดส เป็นเข็มแรก 16,336,743 ราย เข็มสอง 4,566,345 ราย และเข็มสาม 268,022 ราย

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,843 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,424 ราย โดยสัดส่วนมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 9,840 ราย กทม.และปริมณฑล 8,867 ราย และ 4 จังหวัดภาคใต้ 717 ราย, มาจากเรือนจำ 398 ราย และผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศมี 21 ราย ได้แก่ โอมาน 1 ราย เมียนมา 17 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 3 ราย และมาเลเซีย 3 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติทั้งหมด

ส่วนผู้เสียชีวิต 235 รายถือเป็นสถิติสูงสุดต่อวันนับตั้งแต่เกิดการระบาดในประเทศไทย มาจาก 39 จังหวัด ได้แก่ กทม. 111 ราย สมุทรสาคร 14 ราย พิจิตร 13 ราย นนทบุรี 10 ราย ปัตตานี 9 ราย พระนครศรีอยุธยา 7 ราย สมุทรปราการ ราชบุรี จังหวัดละ 6 ราย ปทุมธานี ปราจีนบุรี จังหวัดละ 5 ราย ฉะเชิงเทรา 4 ราย นราธิวาส นครราชสีมา อุบลราชธานี ตาก จังหวัดละ 3 ราย หนองคาย ศรีสะเกษ ขอนแก่น กำแพงเพชร สุโขทัย อุทัยธานี นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย สตูล กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู อุดรธานี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สระแก้ว ตราด นครนายก เพชรบุรี และระยอง จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 122 ราย หญิง 113 ราย อายุ 20 วัน- 100 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 64% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 32% รวม 2 กลุ่มนี้สูงถึง 96% ไม่มีโรคเรื้อรัง 3% หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 1 ราย จากปทุมธานี

42จังหวัดติดเชื้อเกินร้อย

สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย พบสูงขึ้นรวมถึง 42 จังหวัด โดย 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 4,226 ราย สะสม 189,330 ราย 2.สมุทรสาคร 1,639 ราย สะสม 44,009 ราย 3.สมุทรปราการ 1,006 ราย สะสม 50,485 ราย 4.ชลบุรี 1,005 ราย สะสม 38,658 ราย 5.นนทบุรี 959 ราย สะสม 31,585 ราย 6.ปทุมธานี 528 ราย สะสม 24,536 ราย 7.นครปฐม 509 ราย สะสม 17,013 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 396 ราย สะสม 11,376 ราย 9.อุบลราชธานี 387 ราย สะสม 8,636 ราย และ 10.สระบุรี 373 ราย สะสม 10,692 ราย

เจออีก 9 คลัสเตอร์ใน5จว.

สำหรับคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ ได้แก่ 1.สมุทรสาคร 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ โรงงานไก่แช่แข็ง อ.เมือง ติดเชื้อ 81 ราย โรงงานเซรามิก อ.เมือง ติดเชื้อ 28 ราย และ บริษัทอุปกรณ์ความปลอดภัย อ.กระทุ่มแบน ติดเชื้อ 96 ราย 2.สมุทรปราการ โรงงานบรรจุภัณฑ์พลาสติก อ.เมือง 16 ราย 3.ชลบุรี 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ บริษัทกระดาษแช่แข็ง อ.ศรีราชา 14 ราย และบริษัทเครื่องปรับอากาศ อ.เมือง 20 ราย 4.พระนครศรีอยุธยา 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ โรงงานขนมขบเคี้ยว อ.อุทัย 26 ราย และบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ อ.เสนา 14 ราย และ5.ลพบุรี บริษัทเคมีภัณฑ์ อ.ท่าวุ้ง 16 ราย

‘หมอประสิทธิ์’ชี้เดลตาระบาดพุ่ง

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกจากสายพันธุ์เดลตาและการฉีดวัคซีนว่า สหประชาชาติ ระบุว่าสายพันธุ์เดลตาแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยวันที่ 2 ก.ค.พบกระจาย 98 ประเทศทั่วโลก แต่วันที่ 30 ก.ค. เพียง 28 วัน กระจาย 132 ประเทศ ใน 1 สัปดาห์มีคนติดเชื้อนี้เกือบ 4 ล้านคน บางพื้นที่ในโลกเพียง 1 เดือน คนติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 80% ขณะที่ข้อมูลในเวิลโดมิเตอร์ถึงวันที่ 8 ส.ค.64 พบว่าจากการระบาดที่ลดลงก็เริ่มกลับขึ้นมาใหม่ ตอนนี้อยู่ที่ 5-7 แสนคนต่อวัน ใกล้เคียงช่วงที่มีวัคซีนใหม่ๆ แต่อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 7 พัน-1 หมื่นคนต่อวัน ยังเพิ่มขึ้นไม่เยอะเท่าเพราะมีวัคซีน ซึ่งคนฉีดแล้วลดอัตราเสียชีวิต ขณะนี้ถึงวันที่ 8 ส.ค.ฉีดแล้ว 4,400 กว่าล้านโดส ฉีดวันละประมาณ 42 ล้านโดส

ห่วงการกลายพันธุ์

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ข้อสรุปประสบ การณ์ประเทศต่างๆ เกี่ยวกับเดลตา คือ 1.เชื้อเดลตาแพร่ระบาดเร็วกว่าอัลฟา 60% มีหลักฐานชัดเจนก่อให้เกิดอาการรุนแรงและอันตรายมากกว่าสายพันธุ์เดิม โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จึงย้ำว่าอย่ากลัววัคซีนเพราะช่วยป้องกันเราจากอาการรุนแรงและเสียชีวิต 2.ผู้มีอาการรุนแรงพบในกลุ่มคนอายุน้อยลง ออสเตรเลียพบติดเชื้อในเด็ก 25% อาจเกิดจากหลายปัจจัย บางประเทศวิเคราะห์ว่าเพราะผู้สูงอายุฉีดวัคซีนแล้วจึงเจอในคนอายุน้อยลง และธรรมชาติไวรัสอาจก่อความรุนแรง ประเทศไทยก็เจอคนอายุน้อยลง แต่คนอายุน้อยมีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะโรคอ้วน ทำให้มีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง

3.คนรับวัคซีนครบยังมีโอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ รายงานจากม.วิสคอนซิล คนฉีดครบแล้วในอเมริกา ตรวจปริมาณไวรัสในจมูกและคอไม่แตกต่างไปจากผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เป็นการศึกษาที่ยังไม่ตีพิมพ์ แปลว่าคนเหล่านี้มีโอกาสแพร่ให้คนอื่นไม่แตกต่างกันเลยกับคนไม่รับวัคซีน แต่ติดเชื้ออาการไม่รุนแรง 4.ระบบการฉีดวัคซีนมีการพูดถึงฉีดในเด็ก เพราะเด็กติดเชื้อเยอะ ไม่มีทางเกิดภูมิคุ้มกันหมู่พอที่จะจัดการไวรัสตัวนี้ ตอนนี้เริ่มมีการผลิตวัคซีนที่ปลอดภัยในเด็กเล็ก หลายประเทศมีแนวทางฉีดไปจนถึงอายุ 12 ปี 5.สัดส่วนประชากรรับวัคซีนมากพอมีส่วนสำคัญลดแพร่ระบาดและเสียชีวิต แต่ไม่ควรเป็นข้อบ่งชี้ยกเลิกหรือผ่อนคลายตนเอง 2-3 ประเทศพอผ่อนคลายก็ต้องกลับมาใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง

6.การแพร่ระบาดในคนจำนวนมาก เช่น วันหนึ่งหลายหมื่น อาจพบสายพันธุ์ใหม่ในประเทศนั้น เพราะติดต่อผ่านคนไปเรื่อยๆ มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ง่าย หากกลายพันธุ์ใหม่และแพร่เร็วกว่าเดิมจะแทนสายพันธุ์เดิม ซึ่งศึกโควิดเราไม่รู้ปลายทางอยู่ตรงไหน หวังว่าเทคโนโลยีเราจะชนะกับความสามารถไวรัสที่กลายพันธุ์ ตราบใดปล่อยให้แพร่ ระบาดเยอะๆ มีโอกาสกลายพันธุ์ใหม่ได้เรื่อยๆ ความปลอดภัยในประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดไม่ได้หากสถานการณ์โลกยังเกิดมากมาย ประเทศฉันปลอดภัยแต่ประเทศอื่นยังติดเยอะ ยืนยันว่าไม่เกิด เพราะการเดินทางระหว่างประเทศง่ายมาก ของ 1 ชิ้นส่งจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งมีโอกาสนำไวรัสเข้าไปด้วย และมีโอกาสเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

แนะเร่งฉีดวัคซีน

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ประเทศไทยเราฉีด 20 กว่าล้านโดส โดย 22% ฉีดแล้ว 1 เข็ม ครบ 2 โดสประมาณ 6.1% จึงต้องเร่งฉีด แนวทางจัดการโควิดเดลตาต้องรีบลดความเสียหายจากการเกินศักยภาพระบบบริการสุขภาพ ตอนนี้ร.พ.เบ่งเตียงมากขึ้น ศิริราชกำลังเพิ่มเตียงไอซียูอีก นี่คือปลายทางที่ต้องทำ แต่ดีที่สุดคือต้นทางลดคนติดเชื้อลงให้ได้ ต้องอาศัยการตรวจหาผู้ติดเชื้อ บริหารจัดการเตียงสถานพยาบาล เราจึงลงมาทำเรื่องรักษาที่บ้าน เข้มมาตรการส่วนบุคคล มาตรการสังคม รักษาระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก ทำคู่กันไป ทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดการติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง การเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อและเสี่ยงแพร่เชื้อ ซึ่งมีการนำ ATK เข้ามาตรวจแล้ว ยี่ห้อต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนมีความแม่นยำเกิน 90%

“การตรวจจะค้นหาคนมีแนวโน้มติดเชื้อ และเข้ากระบวนการไม่ให้แพร่เชื้อและรักษาให้เร็ว ซึ่งมีนโยบายออกมา คนกลุ่มอาการไม่เยอะ ไม่มีอาการ แต่เสี่ยงที่รุนแรงจะมีการให้ยา แต่ต้องลงทะเบียนเข้าระบบเพื่อติดตามอาการได้ ต้องเพิ่มศักภาพการรักษาที่บ้านและชุมชน จากที่พูดคุยผู้ป่วยหลายคน คนไม่น้อยอยากอยู่ที่บ้าน เพราะไม่ต้องไปนอนสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่ต้องรู้มาตรการอยู่บ้านอย่างไรจะปลอดภัยไม่แพร่เชื้อ ไม่ติดเชื้อ มีกระบวนการจัดยาไปให้ รับประทานตามกำหนด มีการติดต่อสอบถามอาการ หากมีข้อบ่งชี้จะรุนแรงมากขึ้นเอาเข้ามาระบบสุขภาพ” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวและว่า เราต้องประสาน 3 เรื่อง คือ มาตรการสังคม มาตรการปกครอง และเร่งวัคซีน หากเกิน 50% มีแนวโน้มทำให้กราฟตกลงมา

คาดก.ย.-ต.ค.ติดเชื้อลด

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า บางพื้นที่ยังไม่ทำตามมาตรการ เช่น พบปะ การจัดกิจกรรมในโรงเรียน หรืออื่นๆ เมื่อเกิดคลัสเตอร์ใหม่และระบบจัดการไม่ดีจะยุ่ง หากทุกคนกระชับได้จริงเชื่อว่าเดือนก.ย.-ต.ค.คู่ขนานกับการฉีดวัคซีน ถ้าได้ตามเป้าหมายทะลุ 25% ภายในส.ค.ก็น่าจะได้ และจะไต่ยอดไปเรื่อยๆ ดังนั้น ช่วงก.ย.-ต.ค.น่าจะเห็นจุดที่วัคซีนมากพอ คู่ขนานกับมาตรการต่างๆ ก็จะเห็นตัวเลขลดลง แต่ต้องไม่มีสิ่งใดๆ เข้ามาก่อให้เกิดการแพร่กระจายมากขึ้น

“ถ้าตัวเลขการระบาดลดได้จริง และปลายปีมีไฟเซอร์ 20 ล้านโดสเข้ามาในไทย ผมเชื่อว่าเราจะยื้อไปจนถึงมีวัคซีนรุ่น 2 ในปีหน้าได้ ซึ่งจะเชื่อมโยงได้ทัน แต่หากมีอะไรมา กระทบอีกก็ไม่อยากนึกว่าจำนวนจะเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ถึงจุดพีกเพราะตัวเลขของกราฟไม่ว่าในกทม.หรือต่างจังหวัดยังขึ้นอยู่ เพียงแต่บางพื้นที่ขึ้นด้วยความชันน้อยลง แต่ยังไม่วิ่งลง เราต้องดูสถานการณ์ทั่วโลกคู่ขนาน ไม่เช่นนั้นเราจัดการไม่ได้ สิ่งที่หลุดไปจากความคาดการณ์เดิมคือสายพันธุ์เดลตา ไม่อยากเรียกว่าไวรัสล้างโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก หลายประเทศย้อนกลับมาคุมใหม่หมด อย่าง สหรัฐ หรืออิสราเอล หากเราไม่ช่วยกัน หากแต่ละประเทศแพร่ ระบาดมากๆ และโชคร้ายมีสายพันธุ์ใหม่อีกจะยิ่งเดือดร้อน ตอนนี้ต้องเร่งหยุดการแพร่กระจายให้เร็วที่สุด” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

เดลตาลาม 76 จว.

ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวการตรวจ เฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-6 ส.ค. 2564 ทั่วประเทศมีการตรวจรหัสพันธุกรรมโรคโควิด-19 จำนวน 1,632 ราย พบเป็นสายพันธุ์เดลตา 1,499 ราย คิดเป็น 91.9% สายพันธุ์อัลฟา 129 ราย คิดเป็น 7.9% และสายพันธุ์เบตา 4 ราย คิดเป็น 0.2% โดยพบในภาคใต้ทั้งหมด เมื่อพิจารณาเฉพาะพื้นที่กทม.ตรวจ 1,157 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์ เดลตา 95.4% สายพันธุ์อัลฟาเหลือ 4.6% ส่วนภูมิภาคตรวจ 475 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์ เดลตา 83.2% สายพันธุ์อัลฟา 16% และ สายพันธุ์เบตา 0.8%

“พูดง่ายๆ สายพันธุ์เดลตาพบมากขึ้นและคงเบียดสายพันธุ์อัลฟาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเกือบทุกรายน่าจะเป็นสายพันธุ์เดลตาเป็นหลัก เมื่อดูจากกราฟการตรวจพันธุกรรมในทุกสัปดาห์ สายพันธุ์เดลตาขึ้นทุกสัปดาห์มาค่อนข้างเร็ว เพราะสายพันธุ์เดลตามีอำนาจกระจายเชื้อได้ง่าย จึงครอบครองพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ขณะนี้พบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว ยังไม่พบที่สุพรรณบุรี เข้าใจว่าอาจจะยังตรวจไม่เจอ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มี จึงอาจสรุปได้ว่ามีสายพันธุ์เดลตาครบทุกจังหวัดของไทยแล้ว”

ติดเชื้อ – เจ้าหน้าที่สวมชุดพีพีอีช่วยเหลือ 3 ผู้บาดเจ็บจากเหตุรถเก๋งเสียหลักตกถนนในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด ทำให้เจ้าหน้าที่กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวทั้งหมด เมื่อวันที่ 10 ส.ค.

ยันยังไม่เจอพันธุ์‘แลมบ์ดา’

นพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า ส่วนสายพันธุ์เบตา สัปดาห์ที่ผ่านมาพบ 4 ราย คือภูเก็ต 3 ราย และพัทลุง 1 ราย ภาพรวมสายพันธุ์เบตา 70% อยู่ที่นราธิวาส ที่เริ่มต้นจากการมีคนเดินทางข้ามมาจากมาเลเซียและเอาสายพันธุ์นี้เข้ามาด้วย สายพันธุ์เบตาอำนาจแพร่เชื้อไม่มาก ก็ค่อนข้างจำกัดวงที่ภาคใต้ การเจอนอก ภาคใต้คือจ.บึงกาฬ เจอ 2 สัปดาห์ จำนวน 5 ราย ซึ่งยุติไปแล้ว ส่วน 3 รายที่สมุทรปราการอยู่ในสเตต ควอรันทีน และกทม.เคยเจอ 1 รายแรก บวกญาติ 2 รายก็จบแล้ว ไม่พบเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นกรณีเบตาไม่น่าเป็นปัญหานอกพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ต้องเฝ้าระวังต่อไปจะแพร่กระจายที่อื่นหรือไม่ เราสามารถตรวจจับได้จากระบบเฝ้าระวังของเรา

“ขอให้ช่วยกัน เพราะธรรมชาติสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายติดเชื้อง่ายมากกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้การแพร่กระจายถึงรวดเร็ว คนไข้เพิ่มหลัก 2 หมื่นรายต่อวัน ด้วยอำนาจแพร่เชื้อที่ง่ายทำให้ติดง่าย ดังนั้น ต้องเคร่งครัดใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง อย่ารวมกลุ่ม” นพ.ศุภกิจกล่าว

‘หมอธีระวัฒน์’เตือนกลายพันธุ์

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า ปล่อยให้ติดเชื้อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ไม่ครบ 80-90% ได้ผลช่วงแรก และปล่อยตัว ผลตามต่อด้วยกลายพันธุ์

ถึงจะมีคนเคยติดเชื้อไปแล้วมากพอสมควรโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ได้ตรวจ จนกระทั่งอาจถึง 66% ในพื้นที่แห่งหนึ่ง เช่นในประเทศบราซิล เขต Manaus และทำให้ครึ่งปีหลังของปี 2563 ดูโรคสงบไป แต่แล้วปะทุขึ้นใหม่ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

นั่นเป็นเพราะเข้าใจว่า สงบแล้ว คุมได้แล้ว ปล่อยอิสระ แต่ว่าคงมีการระบาดเงียบๆ อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดมีการกลายพันธุ์ และทำให้ภูมิคุ้มกันหมู่ ที่เคยมีอยู่นั้นไม่สามารถปกป้องได้ และการกลายพันธุ์ นั้นเป็นการกลายในพื้นที่เอง จากการแพร่ในชุมชนเอง ไม่ต้องนำเข้าจากที่อื่น

ดังนั้นคนไทยเอง การคงรักษาวินัยอยู่เสมอ แม้ได้วัคซีนไปแล้ว ยังคงเป็นเรื่องจำเป็นครับ”

‘มะกัน’เตือนห้ามเข้าไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC ยกระดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศเสี่ยงสูงมากในการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอยู่ใน กลุ่มความเสี่ยงสูงสุดขั้นที่ 4 สีแดงเข้ม “COVID-19 Very High” หรือเสี่ยงสูงมากต่อการระบาดของโควิด-19

โดยให้ข้อมูลระบุว่าควรหลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทย หากมีความจำเป็นมายังประเทศไทย ควรฉีดวัคซีนให้ครบก่อนเดินทาง เนื่องด้วยสถานการณ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน แม้แต่นักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ และทางด้านกระทรวงต่างประเทศอเมริกันก็ยกระดับคำเตือนสำหรับพลเมือง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศไทยให้สูงขึ้นสอดคล้องกับข้อมูลของทาง CDC โดยยกระดับคำเตือนการเดินทางเป็น “Do Not Travel” หรือ “ไม่ควรเดินทางไป” โดยให้เหตุผลเรื่องการระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังประเทศ ไทยนั้นเคยอยู่ในระดับที่ 3 หรือความเสี่ยงสูง มาตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกยกระดับให้มาอยู่กลุ่มความเสี่ยงสูงสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเกณฑ์ที่ใช้วัดระดับนั้นจะวัดจากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในช่วง 28 วันที่ผ่านมาต่อประชากร 100,000 คน ถ้ามากกว่า 500 คนจะถูกจัดอยู่ในระดับที่ 4

โดยมีกว่า 70 ประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ 4 เช่นเดียวกัน อาทิ แอฟริกาใต้ อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ บราซิล ชิลี กรีซ สเปน อินโดนีเซีย เป็นต้น ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง ประเทศเมียนมาและมาเลเซียถูกจัดให้อยู่ในระดับสีแดงเข้มเช่นเดียวกัน ส่วนกัมพูชาถูกจัดอยู่ในระดับที่ 3 ความเสี่ยงสูง และประเทศลาวถูกจัดอยู่ใน ระดับที่ 2 ความเสี่ยงปานกลาง

รพ.สนามมธ.ได้ไฟเซอร์ครบแล้ว

ด้านรพ.สนามธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์โควิด-19 ความว่า วันจันทร์ที่ 9 ส.ค. วันที่ 121 ของร.พ.สนามธรรมศาสตร์ และวันที่ 60 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต

สำหรับเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ ฉีดเป็นบูสเตอร์ให้กับบุคลากรด่านหน้าของเรา ที่เราเพิ่งจะรำพึงรำพันเรื่องการได้รับวัคซีนมาเพียง 60% ของบุคลากรที่แสดงความจำนงและมีคุณสมบัติครบถ้วนไปเมื่อวานนี้

วันนี้เราได้รับข่าวดี โดยกรมควบคุมโรคจัดส่งวัคซีนสำหรับบุคลากรส่วนที่ยังจัดให้ขาดอยู่อีก 40% จำนวน 835 คนให้เราเรียบร้อยแล้วในบ่ายวันนี้

ขอนแก่นฉีดไฟเซอร์บุคลากรแพทย์

พญ.นาตยา มิลส์ ผู้อำนวยการร.พ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่องค์กรแพทย์ออกแถลงการณ์เรียกร้องการขอรับวัคซีนไฟเซอร์ ตามที่เสนอขอไป 1,449 โดส แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 720 โดสในรอบแรกนั้น ขณะนี้ภายในโรงพยาบาลได้ทำความเข้าใจร่วมกันทุกฝ่าย วันนี้ได้รับการจัดสรรวัคซีนครบเต็มจำนวนแล้ว คือ 1,449 โดส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดภายในองค์กร ซึ่งการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของ ร.พ.ขอนแก่นจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่อาคารเรียนรวม ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานที่ที่ร.พ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. กำหนดเป็นสถานที่กลางให้บริการวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้าที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในรอบแรกและมีกำหนดฉีดวัคซีนตลอดทั้งสัปดาห์นี้ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ทยอยเข้ารับการฉีดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเข็ม 3 ไฟเซอร์ให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งบุคลากรด่านหน้าที่ดำเนินการฉีดวันนี้เป็นวันที่ 2 ซึ่งยังไม่พบอาการผิดปกติใดๆ โดยทุกคนที่เข้ารับการฉีดแล้วนั้นยังคงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมได้ตามปกติ ขณะที่การฉีดวัคซีนไฟเซอร์นั้น สสจ.กำหนดพื้นที่การฉีดไว้ทั้งหมด 4 ร.พ. ประกอบด้วย ร.พ.ศรีนครินทร์ นอกจากให้บริการวัคซีนกับบุคลากรของตัวเองแล้ว ยังคงให้บริการกับบุคลากรในกลุ่มพื้นที่อำเภอทางตอนเหนือและพื้นที่อำเภอตอนกลางของจังหวัด

นพ.สมชายโชติกล่าวต่ออีกว่า กระทรวงสาธารณสุขแจ้งเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้กับขอนแก่นในวันที่ 11 ส.ค. แยกเป็นแอสตร้าเซนเนก้า 16,500 โดส และซิโนแวค 30,000 โดส ซึ่งจะเร่งกระจายวัคซีนให้ทุกพื้นที่ได้ฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.เป็นต้นไป

ร้านนวดโคราชร้องเยียวยา

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายพิทยา ชินนอก รักษาการประธานชมรมผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการร้านนวดเพื่อสุขภาพ นวดแผนไทย สปา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมติดตามความคืบหน้าขอให้ช่วยเหลือลดค่าใช้ง่ายที่ต้องจ่ายในภาวะไม่สามารถเปิดกิจการและให้ผ่อนปรนการให้บริการนวดเท้าได้ และแนบรายชื่อผู้ประกอบการนวดแผนไทย 72 แห่งที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง

ขอเยียวยา – ชมรมผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา ยื่นร้องขอให้รัฐช่วยเยียวยาหลังต้องขาดรายได้จากปิดกิจการชั่วคราวเป็นรอบที่ 3 จากผลกระทบโควิด-19ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 ส.ค.

ทุ่มอีก 1.26 หมื่นล้านแก้โควิด

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณจากงบกลางปี 2564 เพิ่มเติม วงเงินกว่า 12,669 ล้านบาทสำหรับแก้ปัญหาโควิด-19 มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2564 โดยเป็นค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้า แบ่งเป็นค่าเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา (โอที) ค่าตอบแทนคณะทำงาน ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาบุคคลภายนอก ค่าใช้สอย เช่น ค่าอำนวยการ และสั่งการเชิงบูรณาการ และเป็นค่าจ้างเหมาบริการอื่น

ทั้งนี้ เป็นการอนุมัติเพิ่มจากเดิมที่เคยอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา วงเงินกว่า 12,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย. 2564 แต่ทางกระทรวงสาธารณสุข ยังมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องในการระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอนุมัติเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

นายอนุชากล่าวว่า ครม.อนุมัติการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อดำเนินการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลวงเงิน 1,877 ล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยจะมีบุคลากรที่จะเข้ามาช่วยงานเพิ่มเติมนอกจากกระทรวงสาธารณสุขโดยจะมีส่วนอื่นเข้ามาเพื่อสนับสนุน จึงต้องมีงบประมาณเพิ่มขึ้นมาให้ดำเนินการ โดยกำหนดกรอบเวลาตั้งแต่มิ.ย.-ก.ย.2564

เพิ่มกรอบวงเงินโครงการ เป็น 17,050 ล้านบาท จากเดิม 15,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,022 ล้านบาท และขยายระยะเวลาให้นายจ้างในพื้นที่ 3 จังหวัด ตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 28 และ 16 จังหวัด ตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 30 สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ได้ โดยสปส.จะตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2564

ส่งไฟเซอร์ให้ 2 ร.พ.ครบแล้ว

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงประเด็นการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านระบบออนไลน์ ว่า การบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์นั้น เราสามารถจัดส่งวัคซีนไปยังร.พ.เพื่อฉีดบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าได้เร็วกว่าที่กำหนด เดิมจะส่งวันที่ 5 ส.ค. ก็ส่งล็อตแรกได้ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. หลายพื้นที่เริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. ทั้งนี้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ประสงค์จะรับวัคซีนไฟเซอร์ จะได้รับวัคซีนทุกรายตามเกณฑ์ ขออย่ามองว่าเกณฑ์เป็นอุปสรรคทำให้เข้าไม่ถึง เพราะในหลักวิชาการต้องมีข้อพิจารณาว่ามีกรณีใดบ้างที่ทางวิชาการเห็นว่ามีความเหมาะสมในการฉีด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมาประกอบกับการสำรวจความต้องการเพื่อจัดสรรวัคซีนลงไป

“หลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีน เราดูจากฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนในบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนเท่าไร และให้แต่ละจังหวัดสำรวจความประสงค์ที่รับวัคซีนไฟเซอร์ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าว่ามีจำนวนเท่าไรมาประกอบกัน หากแจ้งมาต่ำกว่า 50% ของฐานข้อมูลการฉีดวัคซีน เราจะจัดสรรให้เต็ม 50% เนื่องจากอาจมีผู้ต้องการรับวัคซีนเพิ่มเติมและเข้าเกณฑ์ฉีดได้ หากจำนวนสำรวจอยู่ใน 50-75% ของฐานข้อมูล จะส่งให้ตรงตามเปอร์เซ็นต์ที่ขอมา แต่หากจำนวนเกิน 75% ของฐานข้อมูล จะส่งให้เบื้องต้นก่อน 75% ซึ่งจังหวัดที่ออกมาบอกว่าขาด เป็นกรณีที่มีการส่งรายชื่อเข้ามามากกว่า 75% เมื่อเทียบกับฐานข้อมูล”

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งวัคซีนไปเพิ่มเติม หากจุดใดที่ยังไม่ได้รับ บางส่วนที่ตกหล่น หรือมีความต้องการเพิ่มเติมให้แจ้งหน่วยงานเพื่อรวบรวมเข้ามายังกระทรวงสาธารณสุข อย่าเพิ่งด่วนสรุปแล้วเสียกำลังใจ ยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ประสงค์จะได้ไฟเซอร์ ก็จะได้รับตามเกณฑ์ทุกราย และจากนี้จะจัดหาซื้อเพิ่มเติมอีก ไม่มีการสูญหายไปไหน มีความโปร่งใสตรวจสอบได้

“อย่างกรณีข่าวร.พ.ขอนแก่น และ ร.พ.สนามธรรมศาสตร์ที่จัดส่งรอบแรกไปไม่เพียงพอตามจำนวน ก็จัดส่งไปได้ครบถ้วนแล้ว ซึ่งเราวางแผนตั้งแต่แรกว่าต้องมีการส่งเป็นรอบๆ ไม่ใช่ส่งไปในครั้งเดียว เพราะถ้าส่งไปครั้งเดียวก็อาจเป็นจำนวนปริมาณสูง อาจมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บและการเอามาผสม เพราะวัคซีนนี้มีความยากกว่าวัคซีนตัวอื่น” นพ.เฉวตสรรกล่าว

เร่งฉีด 13 จว.สีแดง

นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้จะส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปยังร.พ.ในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กทม. ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เพื่อฉีดเป็นเข็มแรกในผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เมื่อฉีดแล้วจะนัดหมายอีก 3 สัปดาห์เพื่อฉีดเข็มสอง

‘มหาชัย’ป่วยพุ่ง 1,639

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,639 ราย ซึ่งสูงสุดในรอบเกือบ 8 เดือน พบจากค้นหาเชิงรุก 304 ราย และจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล 1,335 ราย ติดเชื้อสะสม 61,897 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 33,935 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 27,737 ราย และเสียชีวิต รายวัน 15 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 225 ราย

สระแก้วติดเชื้อเพิ่ม 122

ส่วนที่จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 122 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 43 ปี อาชีพรับจ้าง ขณะป่วยอยู่แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ภูมิลำเนา หมู่ 8 ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว ปัจจัยเสี่ยงไม่มีโรคประจำตัว ประวัติเสี่ยงคนที่ทำงานร่วมกันป่วยเป็นโรคโควิด-19 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

ชลบุรีป่วยเกินพันอีก-ตาย 10

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,005 ราย ทำสถิติเกินพัน 11 วันติด ยอดติดเชื้อสะสม 38,660 ราย กำลังรักษา 18,650 ราย หายป่วย 19,821 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 10 ราย เสียชีวิตสะสม 189 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจาย 10 อำเภอ มากสุดที่อ.เมืองชลบุรี 271 ราย อ.ศรีราชา 262 ราย อ.บางละมุง 179 ราย อ.บ้านบึง 62 ราย อ.พานทอง 57 ราย อ.สัตหีบ 13 ราย อ.พนัสนิคม 74 ราย อ.บ่อทอง 23 ราย อ.เกาะจันทร์ 11 ราย และ อ.หนองใหญ่ 9 ราย

ทั้งนี้ พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 5 ราย

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี ออกคำสั่งห้ามผู้ใดเข้า-ออกสถานประกอบการ บริษัท ฮันซอล เทคนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง ในส่วนของโรงงานที่ 2 และสำนักงานส่วนอื่นๆ ให้ปิดการดำเนินการในทุกกรณี เว้นแต่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่กำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.-7 ก.ย.64

‘ต๊อด’ถามวัคซีนหายไปไหน

นายปิติ ภิรมย์ภักดี หรือต๊อด ทายาทเครือสิงห์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาล ระบุว่า “ผมว่าจะไม่ลงละนะ แต่สงสารคนไทย ศบค.พูดโคตรชัดว่าวัคซีนทำให้จำนวนคนตายลดลง แล้วทำไมถึงเลื่อน ทำไมถึงฉีดไม่ได้ตามเป้า วัคซีนหายไปไหน รักกันมากๆ หน่อยสิ เตือนไว้ก่อนด่ามาจะด่ากลับ หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ไม่ต้องชื่นชมหรือมาซื้อของบริษัทผม ผมแค่ทำหน้าที่คนไทยคนนึงที่อยากเห็นสิ่งที่ดีขึ้น”

เปิดจอง‘ซิโนฟาร์ม’วันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แจ้งกำหนดการเปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” สำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 3 จำนวน 100,000 ราย ในวันพุธที่ 11 ส.ค. 2564 โดยจะเปิดระบบลงทะเบียนเวลา 08.18 น. และจะเปิดระบบการจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในเวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในรอบที่ 3 สามารถเข้ามาดำเนินการจองวัคซีน เลือก โรงพยาบาล เลือกวันนัดฉีดและโอนเงินให้เสร็จสิ้นได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.64 เวลา 14.00 น. ถึงวันที่ 13 ส.ค.64 เวลา 18.00 น.

หากไม่ได้เข้ามาดำเนินการตามวันที่กำหนด ระบบจะลบข้อมูลท่านออกจากการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ และท่านต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้งหากประสงค์ขอรับการจัดสรรในครั้งต่อไป

รร.นานาชาติร้องผ่อนล็อก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราว ร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายแชน ยิ้มรัตนบวร ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนนานาชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ให้ศบค.ผ่อนคลายมาตรการอนุญาตให้กลุ่มโรงเรียนนานาชาติใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนจัดสอบวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ (SAT) ได้ ตามที่สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนแจ้งให้กลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนทราบผลการพิจารณา โดยอนุญาตให้โรงเรียนเอกชนประเภทนานาชาติสามารถจัดสอบวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษในห้วงเวลาตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.-31 ส.ค. ซึ่งปัจจุบันทาง College Board จะจัดสอบวันที่ 28 ส.ค. ซึ่งจะเป็นการสอบ SAT GeneralTest เพื่อใช้ยื่นสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ กลุ่มคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

“ล่าสุด ศบค.ประกาศมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดถึงวันที่ 30 ก.ย. ทำให้โรงเรียนนานาชาติไม่แน่ใจว่าจะสามารถจัดสอบได้หรือไม่ เพราะหากจัดสอบไม่ได้จะทำให้เด็กเสียโอกาส ไม่สามารถเข้าศึกษาต่อหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาตรีได้ในปีการศึกษาหน้า หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงโดยใช้คะแนนวัดความรู้ความสามารถอื่นแทนก็จะทำให้เด็กเสียโอกาส เพราะมีการเตรียมความพร้อมอ่านหนังสือมากว่า 2 ปี ดังนั้น จึงขอความอนุเคราะห์จากศบค.ให้นักเรียนนานาชาติ 2,000 คน สอบ SAT ได้ โดยพร้อมปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ซึ่งโรงเรียนนานาชาติมีสถานที่พร้อมจัดสอบกว่า 10 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนละ 200 คน ห้องละ 20 คน”

‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งผลิตยาฟาวิฯ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งในช่วงสั่งการต้นการประชุม ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันเดียวกันมีผู้ป่วยรักษาหายมากกว่าผู้ติดเชื้อ ถ้าเร่งค้นหาเชิงรุก และรักษาให้หายได้เร็วแบบนี้เรื่อยๆ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ย้ำกับทางกระทรวงสาธารณสุขให้เบิกง่ายงบกลางของกระทรวงเพื่อเร่งรัดให้มีการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนไปเพื่อเยียวยาบุคลากรทางการแพทย์

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมวันนี้ใช้เวลาหารือเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์นานที่สุด เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์หยิบยกกรณีที่โซเชี่ยลมีเดียโจมตีว่าทำไมรัฐบาลไม่ให้เอกชนตั้งฐานผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้ห้าม สามารถตั้งได้ แต่การตั้งฐานการผลิตต้องใช้เวลาพอสมควร ยกตัวอย่างองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะตั้งโรงงานได้ ขณะนี้ อภ.เปลี่ยนไลน์การผลิต โดยการให้โรงงานอื่นผลิตยาตัวอื่นแทน อภ. เช่น พาราเซตามอล เพื่อนำกำลังมาผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ให้ได้มากขึ้น โดยเดือน ต.ค.-ธ.ค.64 จะสามารถผลิตได้เดือนละประมาณ 30-40 ล้านเม็ด และเมื่อรวมกับการนำเข้าจากจีน อินเดีย จะทำให้ได้เดือนละ 100 ล้านเม็ด ถือว่าเพียงพอต่อการใช้ 8.5 แสนเม็ดต่อวัน

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ขอว่าอยากให้มีการเตรียมสำรองเผื่อไว้แบบเหลือใช้มากกว่าที่จะจัดหาให้พอดี โดยนายอนุทินได้รับแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการ ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันสภากา ชาดไทยเองก็ประสงค์จะผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ด้วยเช่นกัน นายอนุทินจึงระบุว่าจะมีการเร่งรัดให้ได้มีการพูดคุยกันเรื่องตั้งโรงงานผลิต

พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำกับที่ประชุมครม.ด้วยว่า ไม่ว่าจะเรื่องวัคซีน หรือยาฟาวิพิราเวียร์ การดำเนินการทุกอย่างขอให้มีความชัดเจน และให้เตรียมข้อมูลเผื่อไว้สำหรับการชี้แจงด้วย

ใช้ผลสว็อบเคลมประกันได้

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่รับฟังปัญหาของประชาชนผู้เอาประกันภัยกรณีติดเชื้อโควิด-19 วิตกกังวลที่ไม่สามารถขอใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลมายืนยันว่าตนติดเชื้อโควิด-19 อาจทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ เนื่องจากก่อนหน้านี้จะต้องใช้ทั้งเอกสารรายงานผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 พร้อมทั้งใบรับรองแพทย์นั้นว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผ่อนปรนสำหรับ ผู้เอาประกันแบบ “เจอ จ่าย จบ” สามารถใช้เพียงเอกสารรายงานผลตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธี RT-PCR แทนใบรายงานหรือรับรองจากแพทย์ เพื่อยื่นเคลมกับบริษัทประกันภัยผู้รับทำประกันได้

“การใช้เพียงผลตรวจแบบ RT-PCR เพียงอย่างเดียว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสอดคล้องกับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกภาคส่วนกำกับดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในยามวิกฤต ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบ”

มะกันบริจาคเงินช่วยอีก 167 ล.

วันเดียวกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย เผยแพร่คำกล่าวของนางลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติว่า รัฐบาลสหรัฐจะมอบความช่วยเหลือเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ให้กับไทยอีก 5 ล้านเหรียญ หรือราว 167 ล้านบาท ซึ่งจะให้การสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขที่ให้บริการฉีดวัคซีนกับประชาชน และเสริมสร้างศักยภาพระบบสาธารณสุขของไทยในการป้องกัน ตรวจหา และตอบสนองต่อโรค โควิด-19 ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน