ติดเชื้อพุ่ง8แสน
เด็ก79,989คน
ตายรายวัน 207
13จว.เตียงไม่พอ
ซื้อเพิ่มไฟเซอร์
ติดเชื้อพุ่งอีก 21,038 ยอดสะสมทะลุ 8 แสน ตายเพิ่ม207 สาวท้องตาย 2 ราย กทม.ติดเชื้อใหม่เกิน 4.5 พัน พบ 44 จังหวัดติดเชื้อเกินร้อย เผย 13 จังหวัดวิกฤต เตียงเหลือไม่ถึง 20% เพชรบุรีอัตราเสียชีวิตสูง 3.4% พบเด็กติด โควิดแล้วเกือบ 8 หมื่น สธ.ห่วงคนป่วย ติดในชุมชนทั่วกรุงนับหมื่น ขณะที่หลายจังหวัด ติดเชื้อกระฉูด สมุทรสาครป่วยใหม่ 1,638 ชลบุรี 1,386 สระแก้ว 277 สลดหนุ่มชิปปิ้งติดโควิดต้องกักตัว เสียชีวิตคาบ้านพัก ‘อนุทิน’ เผยสั่งซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส ถึงไทยไตรมาส 4 เตรียมฉีด วัคซีนจุฬาฯคิดค้นได้ในเดือนส.ค.นี้ ‘บิ๊กตู่’ ปลื้มหมอไทยพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูกสำเร็จ
ติดเชื้ออีก 21,038-ตายเพิ่ม 207
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,038 ราย เป็นติดเชื้อในประเทศ 20,846 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,464 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 4,382ราย จากเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 173 ราย เป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 19 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 816,989 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย รวมหายป่วยสะสม 600,152 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 210,042 ราย อาการหนัก 5,407 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,094 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 207 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 6,795 ราย
สำหรับยอดการฉีดวัคซีนถึงเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ฉีดเพิ่มเติม 546,844 โดส ยอดฉีดสะสม 17,299,537 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 204,776,810 ราย เสียชีวิตสะสม 4,326,877 ราย โดยไทยอยู่อันดับ 35
พบ 44 จว.ป่วยเกินร้อย
ส่วนผู้ติดเชื้อ 21,038 ราย มาจาก 67 จังหวัด รวมกันสูงสุด 10,811 ราย กทม.และปริมณฑล 9,188 ราย และ 4 จังหวัดภาคใต้ 847 ราย โดยจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย พบสูงขึ้นรวมถึง 44 จังหวัด โดย 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 4,525 ราย สะสม 193,855 ราย 2.สมุทรสาคร 1,683 ราย สะสม 45,692 ราย 3.สมุทรปราการ 1,388 ราย สะสม 51,873 ราย 4.ชลบุรี 1,368 ราย สะสม 40,026 ราย 5.นนทบุรี 691 ราย สะสม 32,276 ราย 6.พระนครศรีอยุธยา 580 ราย สะสม 11,956 ราย 7.ปทุมธานี 512 ราย สะสม 25,048 ราย 8.ฉะเชิงเทรา 467 ราย สะสม 15,040 ราย 9.อุบลราชธานี 420 ราย สะสม 9,056 ราย และ 10.ราชบุรี 399 ราย สะสม 8,147 ราย
จับตา 3 คลัสเตอร์ใหม่
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า คลัสเตอร์ใหม่วันนี้ ได้แก่ 1.สมุทรสาคร บริษัทปิโตรเลียม อ.เมือง 19 ราย 2.ราชบุรี บริษัทอาหารสำเร็จรูป อ.เมือง 32 ราย และ 3.ปราจีนบุรี บริษัทเครื่องดื่ม อ.บ้านสร้าง 26 ราย อย่างไรก็ตาม ยังพบคลัสเตอร์เก่ารายงานส่วนใหญ่อยู่ในโรงงาน ตอนนี้จึงต้องทำบับเบิล แอนด์ ซีล ขอลูกจ้างให้ความร่วมมือกับนายจ้าง หลายแห่งต้องปิดโรงงานไปตอนระบาดจำนวนสูง แต่หลายแห่ง สัดส่วนการระบาดต่อคนงานจำนวนมากอาจจะ ไม่ปิด แยกคนติดเชื้อออกมา และเดินหน้าเครื่องจักรต่อไป เป็นวิธีการปรับตัว การปิดทั้งหมดอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ผู้เสียชีวิต 207 ราย มาจาก 42 จังหวัด ได้แก่ กทม. 60 ราย สมุทรปราการ 17 ราย สมุทรสาคร 15 ราย นครปฐม 14 ราย ตาก 10 ราย ปทุมธานี นนทบุรี จังหวัดละ 9 ราย ราชบุรี 7 ราย นราธิวาส นครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย ร้อยเอ็ด พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 5 ราย ยะลา มหาสารคาม จังหวัดละ 3 ราย พัทลุง สกลนคร ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครนายก และปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย ปัตตานี สงขลา ระนอง ตรัง นครศรีธรรมราช กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กำแพงเพชร ชัยนาท พะเยา พิษณุโลก ลำพูน อุทัยธานี กาญจนบุรี ชลบุรี ตราด สระบุรี และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิต เป็นชาย 112 ราย หญิง 95 ราย อายุ 21-93 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 57% อายุ ต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 28% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 85% ไม่มีโรคเรื้อรัง 14% หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 2 ราย จาก กทม. และอ่างทอง พบเสีย ชีวิตที่บ้าน 2 ราย ที่ กทม.และนครศรีธรรมราช
13 จว.เตียงเหลือแค่ 20%
“คนเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง ดังนั้น วัคซีนที่ได้มานอกจากบุคลากร ทางการแพทย์ต้องได้เป็นด่านหน้า ประชาชนทั่วไปขอเน้นย้ำในกลุ่มโรคเรื้อรัง รวมหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะพบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตด้วย และกว่าจะสร้างภูมิ 2-4 สัปดาห์หลังฉีด การจะลดอัตราป่วยรุนแรงและเสียชีวิต จึงต้องช่วยกันเร่งฉีดวัคซีน ทั้งนี้ การติดตามยุทธศาสตร์การจัดการการระบาดโควิด-19 ช่วงวันที่ 30 ก.ค.-5 ส.ค. หรือสัปดาห์ที่ 33 ของปีนี้ พบการติดเชื้อทั้ง 77 จังหวัด เฉลี่ย 18,000 รายต่อวัน การใช้เตียงเดิมกระจุกตัวใน กทม.และปริมณฑล ก็กระจายออกไปตามภูมิภาค ส่วนใหญ่ไปทางอีสาน เนื่องจากเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในกทม.และปริมณฑล ทำให้สถานการณ์เตียงอยู่ในระดับสีแดง คือเตียงพร้อมใช้น้อยกว่า 20% มี 13 จังหวัดคือ อยุธยา ฉะเชิงเทรา บึงกาฬ หนองบัวลำภู หนองคาย มหาสารคาม นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม นครนายก พิจิตร สมุทรสาคร และภูเก็ต”
ส่วนสีส้มคือเตียงพร้อมใช้ 21-40% มี 23 จังหวัดได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี จันทบุรี ตราด นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ อุดรธานี เลย นครพนม มุกดาหาร อุทัยธานี กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ สุราษฎร์ธานี พัทลุง ยะลา และนราธิวาส
เตียงสีเหลือง พร้อมใช้ 41-60% มี 19 จังหวัดได้แก่ สมุทรปราการ สิงห์บุรี สระบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ศรีสะเกษ สกลนคร ลำปาง อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา ตาก พิษณุโลก เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง และสงขลา ส่วนจังหวัดที่เหลือเป็นเตียงสีเขียว เตียงพร้อมใช้มากกว่า 60%

ตรวจเข้ม – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งจุดตรวจหาเชื้อ โควิดให้ทุกคน และ รถทุกคันที่เข้ามาในตลาดสดเช้าปากช่องตามมาตรการเชิงรุก ที่บริเวณหอนาฬิกา อ.ปากช่อง จ.นครราช สีมา เมื่อวันที่ 11 ส.ค.
เพชรบุรีตายโควิดมากสุด
ภาพรวมอาการหนักที่ต้องใช้เตียง 5,005 ราย ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคกลาง โดย จ.นครปฐม พบมากที่สุด คืออาการหนักมากกว่า 10% ส่วนที่ไม่พบอาการหนักมี 2 จังหวัดคือ กระบี่และพัทลุง สำหรับการเสียชีวิต ที่มีอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนการป่วยค่อนข้างมากที่เกินกว่าเส้นแดงคือ 1% คือ เพชรบุรี 3.4% และอุบลราชธานี 2.5% การลดการติดเชื้อ ป่วยหนัก และเสียชีวิตเป็นมาตรการที่ต้องดำเนินการเพื่อให้การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี
อัตราการเสียชีวิตต่อแสนประชากร พบว่ากระจุกตัวในภาคกลาง โดยจังหวัดที่อัตราการเสียชีวิตมากกว่า 5 ต่อแสนประชากร มี 3 จังหวัดคือ กทม. อยู่ที่ 6.85 ต่อแสนประชากร, สมุทรสาคร 6.18 ต่อแสนประชากร และปัตตานี 5.11 ต่อแสนประชากร
ส่วนเสียชีวิต 3-5 ต่อแสนประชากร มี 3 จังหวัดคือ นครนายก สมุทรปาการ และอ่างทอง
12 จว.ไร้ตายจากโควิด
เสียชีวิต 1.5-3 ต่อแสนประชากร มี 6 จังหวัด คือ ตราด นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ยะลา และสุโขทัย และน้อยกว่า 1.5 ต่อแสนประชากรมี 53 จังหวัด และไม่พบผู้เสียชีวิต 12 จังหวัดคือ จันทบุรี น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ลพบุรี และลำพูน
ส่วนภาพรวมระดับโลก เราเสียชีวิตอยู่ที่ 89 ต่อล้านประชากร อันดับ 148 ของโลกอันดับหนึ่งคือเปรู 5,881 ต่อล้านประชากร ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยกันรักษาผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ ทำให้อาการดีขึ้น
“คำตอบเราต้องใช้วัคซีนในการควบคุม โดยใน 29 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หากต้องฉีดให้ครอบคลุม 70% ล้วนแต่ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งนั้น มีแค่ กทม.ที่ฉีดกลุ่ม 60 ปีขึ้นไปได้ 90% นอกจากนั้นต่ำทั้งหมด เราจึงต้องเร่งรัดการฉีด โดยจังหวัดที่ต่ำกว่า 20% ได้แก่ ลพบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา สุพรรณบุรี เป็นงานที่ต้องทำร่วมกัน ลดป่วยตายรุนแรงต้องใช้วัคซีน ฉีดให้ได้ 60-70% ฝากพาผู้สูงอายุไป ตอนนี้มีมาตรการใหม่ ในการเดินไปฉีดวัคซีนโดยทีม CCRT กทม.เป็นตัวอย่าง ต่างจังหวัดก็มีที่มุกดาหาร ยโสธร ก็มีแล้ว” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มอายุเกิน 60
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้เสีย ชีวิตส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปี และมีกลุ่มโรคเรื้อรัง จึงตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มนี้ ให้ได้ร้อยละ 50-60 โดยกระทรวงสาธารณสุขรายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนในพื้นที่ 29 จังหวัด ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในส่วนของกลุ่มอายุเกิน 60 ปี มีเพียงกรุงเทพฯ จังหวัดเดียวได้มากถึงร้อยละ 90 และมี 17 จังหวัดฉีดได้ระหว่างร้อยละ 31-70 อาทิ จ.นครปฐม, นนทบุรี, ชลบุรี และ 11 จังหวัดที่ฉีดน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 อาทิ จ.กาญจนบุรี, นครราชสีมา
ส่วนกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังที่ได้รับวัคซีนในพื้นที่ ทั่วประเทศ มีเพียง 4 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนเกิน ร้อยละ 50 คือ จ.นนทบุรี, ระนอง, ปทุมธานี, สมุทรสาคร มี 19 จังหวัดได้รับวัคซีนร้อยละ 26-50 อาทิ กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.สมุทรสาคร และมีถึง 54 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 25 อาทิ จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี จึงต้องเร่งรัดการฉีดในจังหวัดมีการฉีดต่ำอยู่ เพราะจะลดป่วยหนัก ลดตาย ลดอาการรุนแรงต้องใช้วัคซีน ฝากทุกท่านช่วยกันผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน
ขณะที่ กทม.รายงานการดำเนินงานของทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขโควิด-19 เชิงรุก ในชุมชนหรือ CCRT ของ กทม.ที่ดำเนินการฉีดวัคซีนในชุมชนด้วย โดยวันที่ 10 ส.ค. ฉีดวัคซีนเพิ่มได้ 3,373 ราย และหากนับยอดสะสมตั้งแต่ 15 ก.ค. ฉีดได้ทั้งสิ้น 97,697 ราย ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะกทม. ในต่างจังหวัดก็มีทีมรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีทีมแพทย์ชนบทเข้ามาช่วยกันทั้งตรวจเชิงรุกและฉีดวัคซีน แจกยาฟาวิพิราเวียร์อีกด้วย
เผยเด็กติดเชื้อแล้ว 79,989
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับกับหน่วยงาน ต่างๆ ให้ดูแลกลุ่มเปราะบางของสังคมอย่างทั่วถึง ทั้งเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเด็ก พบว่าได้รับผลกระทบจำนวนมาก
น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า การเล็งเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสล.) สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และยูนิเซฟ ร่วมกันตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ขึ้น
“ปัจจุบันมีเพียงข้อมูลจากศบค. เกี่ยวกับจำนวนเด็กที่ติดเชื้อโควิด ตั้งแต่ 1 ม.ค.-10 ส.ค.2564 มีจำนวน 79,989 คน แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 18,260 คน ส่วนภูมิภาค 61,729 คน แต่ยังมีเด็กจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ผู้ปกครอง ป่วย หรือเสียชีวิตแล้วขาดคนดูแล ซึ่งส่วนนี้ประชาชนที่พบเห็นสามารถแจ้งให้ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ ทั้งผ่านไลน์ แอพพลิเคชั่น สายด่วน 1300 หรือบ้านพักเด็กและครอบครัวทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยกันดูแลให้เด็กได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด” น.ส.ไตรศุลีกล่าว
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมทีมนักวิจัยไทย จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ผลิตผลงานป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูก ชนิด Adenovirus-based และ Influenza-based ที่ผ่านการทดสอบการ กระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลองเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีประสิทธิภาพต่อการคุ้มโรคที่เกิดขึ้น ปลอดภัยไม่มีปัญหา และศูนย์นาโนเทคโนโลยี แห่งชาติ (นาโนเทค) พัฒนา “NANO COVID-19 Antigen Rapid Test” ชุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว ที่มีความไวและความแม่นยำสูงมาก
“การพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูก ทดสอบใน หนูทดลอง พบว่าไม่มีอาการป่วยแล้ว มีน้ำหนัก เพิ่มขึ้น จากนี้จะมีการยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขอทดสอบในมนุษย์ โดยจะร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วางแผนทดสอบประสิทธิภาพวัคซีน กับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา หากได้รับอนุมัติเร็ว คาดว่าจะเริ่มทดสอบในมนุษย์เฟสแรกปลายปี 2564 นี้ และต่อเนื่องเฟส 2 ในเดือนมี.ค.2565 หากได้ผลดีจะสามารถผลิตออกมาใช้ได้ประมาณกลางปีหน้า”
วัคซีนจุฬาฯเล็งเริ่มฉีดเดือนส.ค.นี้
น.ส.รัชดากล่าวว่า การให้ข้อมูลความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ในประเทศไทยด้วยว่า ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้ทดสอบการฉีดวัคซีน “ChulaCov19” ให้กับอาสาสมัครแล้ว เพื่อศึกษาประสิทธิภาพสูงสุดของปริมาณวัคซีน ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม ภายใต้ การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และทีมนักวิจัย และลำดับต่อไป จะเข้าสู่การทดสอบทางคลินิก ระยะที่ 2 จำนวน 150-300 คน คาดจะเริ่มต้นฉีดได้ในเดือนส.ค.นี้
‘ตู่’ปลื้มยอดหายป่วยมากกว่าติดเชื้อ
เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาล สนามครบวงจร (End-to-End) ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า “สิ่งที่น่ายินดีคือยอดผู้รักษาหายใกล้เคียงหรือมากกว่าผู้ติดเชื้อในบางวัน แสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพในการทำงานของเราเริ่มจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ ฉะนั้นการทำโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องหลายอย่างด้วยกัน ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจ ความเสียสละของบุคลากรทุกคนที่ร่วมมือในการจัดตั้ง โรงพยาบาลสนามครบวงจรในวันนี้ และหวังอย่างยิ่งจะเป็นแบบอย่างให้ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ในอนาคตอันใกล้นี้ก็คงจะต้องไปนำสู่หลายๆ พื้นที่ด้วยกันถ้าเป็นไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือภาคเอกชนและภาคธุรกิจอื่นๆ ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลและประชาชน ก็น่าจะเอาแบบอย่างตรงนี้ช่วยกันไปพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการดำเนินการ ของเราในเรื่องนี้คงไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใด ที่โควิดยังไม่หมดจากโลกใบนี้หรือจากประเทศไทย เราจะอยู่กับเขาได้อย่างไร ในอนาคตอันใกล้และอันไกล คือหลังจาก โรคโควิดได้สิ้นสุดลงไปแล้วก็คาดการณ์แล้วยังคงใช้เวลานานอีกพอสมควร”
สลดแพทย์หญิงติดโควิดดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเรื่องเศร้ากับบุคลากรทางการแพทย์อีก เมื่อแพทย์หญิงท่านหนึ่งของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ติดโควิดและเสียชีวิต
นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผอ.สำนักการแพทย์ เปิดเผยว่า ยอมรับมีพญ.สังกัดโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ติดโควิดและเสียชีวิตจริง โดยฌาปนกิจศพไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนและเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล
‘มหาชัย’ติดเชื้อพุ่ง 1,683
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,683 ราย พบจากค้นหาเชิงรุก 281 ราย และจากการ เข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 1,402 ราย อยู่ในจ.สมุทรสาคร 1,096 ราย และนอกจังหวัด 306 ราย ติดเชื้อสะสม 63,580 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 46,665 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 16,680 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 10 ราย เสียชีวิตสะสม 235 ราย
นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.สมุทรสาคร เผยว่า จากการตรวจสอบกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยติดเตียงที่ลงทะเบียนไว้ มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถจะมาเข้ารับการฉีดวัคซีนตามจุดให้บริการได้เลย ดังนั้น ในวันที่ 12 ส.ค.ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ อบจ.สมุทรสาครจึงจัดโครงการ ฉีดวัคซีนวันแม่ให้กับผู้ป่วยติดเตียงดังกล่าว โดยร่วมกับโรงพยาบาลทั้ง 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.กระทุ่มแบน และ อ.บ้านแพ้ว จัดชุดเจ้าหน้าที่สัญจรไปฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วย ติดเตียงถึงที่บ้าน
คนขับรถร.พ.ติดเชื้อโควิดซ้ำ
ส่วนกรณีพนักงานขับรถพยาบาลของร.พ.พระนครศรีอยุธยา ติดโควิดซ้ำสองครั้งในรอบ 1 เดือน ยังไม่ทันได้รับวัคซีนไฟเซอร์เพียงวันเดียวตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการได้รับรายงานทราบว่าพนักงานของโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาที่ติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ 2 ครั้ง ช่วงเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน เป็นพนักงานรถพยาบาลฉุกเฉิน รับหน้าที่ขับรถรับส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงรับส่งผู้ป่วยอื่นด้วย เป็นรายแรกของจ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้น เป็นไปได้ว่าภูมิอาจจะลดต่ำเนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง พักผ่อนน้อย ประกอบกับต้องปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า สัมผัสผู้ป่วยเป็นประจำ จึงทำให้สามารถติดเชื้อได้ รายนี้จะต้องนำเชื้อที่พบเข้าตรวจเพื่อหาว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์ไหน มีความเป็นไปได้ว่าเป็นเชื้อคนละสายพันธุ์ ที่ติดเชื้อในครั้งแรกซึ่งเป็นสายพันธุ์เดลตา อยากฝากไปถึงผู้ที่ติดเชื้อ โควิด-19 รักษาตัวหายแล้วไม่ควรประมาท ยังคงต้องระวังป้องกันตนเอง เพราะภูมิคุ้มกันเราอาจลดลงได้
สำหรับจ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 494 ราย ติดเชื้อสะสม 13,024 ราย
สระแก้วติดเชื้ออีก 277
ส่วนที่จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 277 ราย ติดเชื้อในจังหวัด 196 ราย จากจังหวัดอื่น 81 ราย โดยที่อ.อรัญประเทศพบมากที่สุด 140 ราย เฉพาะตลาดโรงเกลือ 123 ราย ชาวกัมพูชา 103 ราย เป็นคนไทย 20 ราย
ชลบุรียังหนักป่วยพุ่ง 1,368
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,368 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 40,028 ราย กำลังรักษา 19,170 ราย หายป่วย 20,658 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย เสียชีวิตสะสม 200 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจายครบ 10 อำเภอ มากสุดที่อ.เมืองชลบุรี 376 ราย อ.ศรีราชา 340 ราย อ.บางละมุง 187 ราย อ.บ้านบึง 145 ราย อ.พานทอง 113 ราย อ.สัตหีบ 6 ราย อ.พนัสนิคม 78 ราย อ.บ่อทอง 60 ราย อ.เกาะจันทร์ 9 ราย อ.หนองใหญ่ 18 ราย โดยบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 20 ราย
หนุ่มชิปปิ้งกักตัว-ดับคาบ้าน
เมื่อเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านดัง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงนำแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และประสานเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว พบผู้เสีย ชีวิตเป็นชาย อายุ 58 ปี ทำงานด้านชิปปิ้งส่งของ ย่านปิ่นเกล้า กทม.
ด้านพี่ชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเพียงสัปดาห์เดียวว่าน้องชายป่วยติดเชื้อโควิด ซึ่งบริษัทของน้องชายพยายามหาเตียง โรงพยาบาลเพื่อจะไปรักษาตัว แต่หาเตียง ไม่ได้ จึงต้องกักตัวรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน โดยพนักงานที่บริษัทนำอาหารและน้ำมาส่งให้ ปรากฏว่าพนักงานที่บริษัทไม่ได้นำอาหารและน้ำมาส่งให้น้องชายตน 3 วันแล้ว กระทั่งวันนี้เพิ่งนำอาหารมาส่ง พบว่าน้องชายตน เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักไปแล้ว เบื้องต้น จะนำศพน้องชายไปฌาปนกิจที่วัดเต็มรักสามัคคี ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง
ไทยสั่งไฟเซอร์อีก 10 ล.โดส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดรับทราบว่าสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีน ให้กับประเทศไทยเพิ่มอีก 1 ล้านโดส คาดน่าจะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากที่ได้บริจาคมาแล้ว 1.5 ล้านโดส
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขณะที่แผนการจัดหาวัคซีนของไทย สำหรับปี 2564 สั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์แล้ว 20 ล้านโดส ล่าสุดบริษัทผู้ผลิตแจ้งว่าจะจัดสรรโควตาเพิ่มให้อีก 10 ล้าน โดสในปีนี้ รวม 30 ล้านโดส ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้
เปิดจอง‘ซิโนฟาร์ม’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนซิโนฟาร์มรอบ 3 สำหรับบุคคลธรรมดา ผ่านทางออนไลน์ โดยมีผู้แห่จองจำนวนมากจนเต็มในเวลารวดเร็ว
เฟซบุ๊กโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความระบุว่า “ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม สำหรับบุคคลธรรมดา รอบที่ 3 เต็มจำนวนแล้ว
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ สามารถ เข้าระบบเพื่อดำเนินการจองวัคซีน เลือก โรงพยาบาล เลือกวันนัดหมายและรับคิวอาร์โค้ดเพื่อนำไปชำระเงิน ผ่านแอพพลิเคชั่น CRA Sinop หรือเว็บไซต์ https://sinopharm.cra.ac.th ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 13 ส.ค.64 เวลา 18.00 น.”