ห่วงป่วยครึ่งปท.ตาย3หมื่น
สลดสูญเสียอีก-แพทย์หญิง
ซิโนแวค2เข็ม-โควิดยังคร่า
ยอดติดเพิ่ม22,782-ดับ147
สลดแพทย์หญิง ร.พ.ภูมิพลฯ ติดโควิดตาย ทั้งที่ฉีด ‘ซิโนแวค’ สองเข็มแล้ว ขณะที่ยอดป่วยใหม่เพิ่มอีก 22,782 ราย เป็นสถิติรายวันสูงสุด เสียชีวิต 147 มีคาบ้านอีก 2 กทม.พุ่งไม่หยุด รายใหม่วันเดียวเกือบ 5 พันคน ชลบุรีนิวไฮต่อเนื่อง 1,666 ราย ติดอื้อในครอบครัว ‘นพ.มนูญ’ เตือน 100 วันอันตราย อาจติดเชื้อถึง 35 ล้านคน ครึ่งประเทศ เสียชีวิต 3 หมื่น แนะเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ปูพรมวันละ 5 แสน จี้ ‘บิ๊กตู่’ สั่งผู้ผลิตงดส่งออก ‘แอสตร้าฯ’ ส่วนองค์การเภสัชฯ ชะลอทำสัญญาชุดตรวจ 8.5 ล้านชุดจากจีน หลังสหรัฐระงับใช้
ติดเชื้อ 22,782-นิวไฮไม่หยุด
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิดประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,782 ราย ซึ่งเป็นสถิติป่วยรายวันสูงสุด ยอดติดเชื้อสะสม 839,771 ราย รักษาหาย 23,649 ราย หายสะสม 623,801 ราย เสียชีวิต 147 ราย เสียชีวิตสะสม 6,942 ราย ยอดรักษาลดลงเหลือ 209,028 ราย อยู่ในร.พ. 60,127 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 148,901 ราย อาการหนัก 5,495 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,103 ราย
โดยภาพรวมผู้ติดเชื้อมาจาก 67 จังหวัด รวมกันสูงสุด 11,301 ราย ขณะที่กทม.และปริมณฑล 10,059 ราย ส่วน 4 จังหวัดภาคใต้ 1,039 ราย เรือนจำ 375 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย ได้แก่ อินโดนีเซีย อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศละ 1 ราย มาเลเซีย 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ และเมียนมา 3 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 2 ราย
กทม.วันเดียวเกือบ 5 พันราย
สำหรับ 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ยอดสูงกว่า 400 รายทั้งสิ้น ได้แก่ 1.กทม. 4,854 ราย 2.สมุทรสาคร 1,779 ราย 3.สมุทรปราการ 1,736 ราย 4.ชลบุรี 1,666 ราย 5.นนทบุรี 729 ราย 6.ศรีสะเกษ 623 ราย 7.นครปฐม 621 ราย 8.อุบลราชธานี 477 ราย 9.บุรีรัมย์ 441 ราย และ 10.พระนครศรีอยุธยา 410 ราย
ส่วนจังหวัดที่ติดเชื้อ 300-400 ราย มี 9 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี 388 ราย, สระบุรี 380 ราย, ฉะเชิงเทรา 364 ราย, ระยอง 346 ราย, ปทุมธานี 340 ราย, ปัตตานี 321 ราย, นครราชสีมา 318 ราย, สุรินทร์ 314 ราย และสงขลา 312 ราย
ขณะที่ติดเชื้อ 200-300 ราย มี 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก 298 ราย, มหาสารคาม 255 ราย, สกลนคร 254 ราย, นราธิวาส 241 ราย, สุพรรณบุรี 204 ราย และกาญจนบุรี 200 ราย
ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย ไม่เกิน 200 ราย 16 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี 194 ราย, ตาก 191 ราย, อุดรธานี 188 ราย, ร้อยเอ็ด 185 ราย, อ่างทอง 185 ราย, นครสวรรค์ 175 ราย, สมุทรสงคราม 174 ราย, ยะลา 166 ราย, กาฬสินธุ์ 151 ราย, จันทบุรี 150 ราย, นครศรีธรรมราช 147 ราย, ปราจีนบุรี 136 ราย, ขอนแก่น 130 ราย, เพชรบูรณ์ 127 ราย, เพชรบุรี 110 ราย และภูเก็ต 104 ราย
คร่าชีวิตเฒ่า 108 ปี-ดับคาบ้าน 2
สำหรับผู้เสียชีวิต 147 ราย มาจาก 29 จังหวัด ได้แก่ กทม. 70 ราย สมุทรสาคร 13 ราย สมุทรปราการ 12 ราย ปทุมธานี 8 ราย นครปฐม ตาก จังหวัดละ 5 ราย ปัตตานี 4 ราย นครราชสีมา ระยอง จังหวัดละ 3 ราย อุบลราชธานี ขอนแก่น ลำปาง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย และยะลา สงขลา นครพนม บุรีรัมย์ ยโสธร สกลนคร สุรินทร์ กำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี เพชรบูรณ์ ตราด พระนครศรีอยุธยา และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 76 ราย หญิง 71 ราย อายุ 23-108 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 102 ราย อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 29 ราย และอายุน้อยกว่า 60 ปี ไม่มีโรคเรื้อรัง 16 ราย ไม่มีหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิต พบเสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย จาก จ.ระยอง และ จ.ปัตตานี
ส่วนคลัสเตอร์ใหม่ ได้แก่ 1.สมุทรสาคร บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษ อ.เมือง 11 ราย 2.ชลบุรี บริษัทยางรถยนต์ อ.ศรีราชา 77 ราย 3.นครปฐม ฟาร์มสัตว์ปีก อ.บางเลน 18 ราย และ 4.ฉะเชิงเทรา บริษัทเครื่องครัว อ.บางปะกง 10 ราย
‘นพ.มนูญ’เตือน 100 วันอันตราย
ขณะเดียวกัน นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ร.พ.วิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊กว่า 100 วันข้างหน้าจะเป็น 100 วันอันตราย จำนวนคนติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาในไทยจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ต่อให้มีมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นแค่ไหน อยู่บ้านก็ไม่สามารถหยุดเชื้อได้ บ้านกลับเป็นแหล่งระบาดที่สำคัญที่สุด จึงควรผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์บางอย่างได้บ้าง ก่อนที่เศรษฐกิจจะเสียหายมากไปกว่านี้ ใน 100 วันข้างหน้าผู้ติดเชื้อที่แท้จริงของไทยอาจเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านคน หมายถึงคนไทยครึ่งประเทศจะติดเชื้อ และจะมีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 หมื่นคน
โพสต์ของนพ.มนูญระบุว่า คนไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มแรกแล้ว 16 ล้านคน ยังขาดอีก 40-45 ล้านคน วิธีเดียวที่จะลดจำนวนผู้ป่วยหนัก และลดจำนวนคนเสียชีวิตคือการฉีดวัคซีน ต้องเร่งฉีดให้เร็วที่สุดภายใน 100 วันข้างหน้า ไม่ใช่รอถึงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า โดยปูพรมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้คนไทยอีก 40-45 ล้านคน ฉีดวันละ 5 แสนคน โดยให้เข็มแรกทุกคนไปก่อน เมื่อมีวัคซีนเพิ่มค่อยให้เข็ม 2 ในภายหลัง
จี้‘ตู่’สั่งงดส่งออกแอสตร้าฯ
นพ.มนูญระบุอีกว่า ปัญหาสำคัญเรากำลังประสบขณะนี้ คือขาดแคลนวัคซีนอย่างหนัก เคยเสนอให้รัฐบาลเจรจาต่อรองกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าให้ส่งมอบวัคซีนที่สั่งจองล่วงหน้าให้ประเทศไทยเร็วขึ้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะประเทศไทยสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าน้อย และช้ากว่าประเทศอื่น เห็นด้วยกับ ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนฯ งดการส่งออกวัคซีนที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ให้ประเทศอื่นเป็นการชั่วคราว
ขณะนี้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์มีกำลังการผลิตวัคซีนประมาณเดือนละ 10-15 ล้านโดส หากใช้อำนาจตามพ.ร.บ. จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีน 30-45 ล้านโดสในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ถ้าทำเช่นนั้นเรามีโอกาสที่จะลดความสูญเสีย ลดจำนวนผู้ป่วยเข้านอนในโรงพยาบาล และลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 80 แต่การฉีดวัคซีนไม่ได้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อ การดำเนินการเช่นนี้จะมีผล กระทบต่อประเทศอื่นในภูมิภาคในการที่จะได้รับวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าลดลงชั่วคราว แต่เราจำเป็นต้องทำ เชื่อว่าประเทศอื่นคงทำแบบเดียวกับเรา ถ้าเจอสถานการณ์โรคโควิดที่ย่ำแย่จากสายพันธุ์เดลตาเหมือนเราในขณะนี้
สธ.ได้งบกลาง 1.2 หมื่นล.สู้โควิด
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่าที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 10 ส.ค. มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 12,669,218,318 บาท ให้กระทรวงสาธารณสุข จากงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด ระยะการระบาดระลอกเดือนเม.ย.2564 ประกอบด้วย 1.ค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา และอื่นๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ 4,543,574,263 บาท 2.ค่าใช้สอย 1,542,027,703 บาท เพื่อใช้ดำเนินการต่างๆ เช่น ร.พ.สนาม ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค การค้นหาเชิงรุก ค่าฉีดวัคซีน และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่าจ้างเหมาบริการอื่นๆ เป็นต้น
3.ค่าวัสดุ 6,367,645,590 บาท เป็นค่ายา ฟาวิพิราเวียร์ เรมเดซิเวียร์ เวชภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์ ร่วมถึงวัสดุสำหรับอสม. เพื่อใช้ป้องกันโรค ยาสมุนไพร และ 4.งบลงทุน ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง 215,970,762 บาท มีระยะเวลาการใช้จ่ายตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2564 และสำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้มีจำนวน 15.1 ล้านเม็ด และให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาเพิ่ม โดยทยอยส่งมอบในเดือนส.ค.-ก.ย. รวม 120 ล้านเม็ด และในเดือนต.ค.-ธ.ค.2564 มีแผนจัดหาและส่งมอบอีกเดือนละ 100 ล้านเม็ด
ชะลอสัญญาซื้อ 8.5 ล้านชุดตรวจ
ขณะที่นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวอภ.เปิดเสนอราคาจัดซื้อชุดตรวจโควิด แอนติเจน เทสต์ คิต หรือเอทีเค 8.5 ล้านชุด แจกประชาชนฟรี โดบเป็นชุดตรวจของจีนที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาสั่งระงับใช้ว่า อภ.ได้รับมอบหมายจากร.พ.ราชวิถี ให้จัดหาชุดตรวจโควิดเอทีเค 8.5 ล้านชุดเป็นการเร่งด่วน ตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และตามคุณสมบัติที่ ร.พ.ราชวิถี และสปสช.ต้องการ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. คัดเลือกผู้เสนอราคา ได้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียน และรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ราคาประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบางหน่วยงานมีความห่วงใย และไม่มั่นใจในคุณภาพของชุดตรวจ และเผยแพร่ข่าวทางสื่อ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในสินค้า จึงขอชะลอการดำเนินการในขั้นตอนการทำสัญญาออกไปก่อน โดยอภ.และอย.จะเร่งตรวจสอบข้อมูลคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาเหมาะสม
แจง‘จนท.ส่วนกลาง’ฉีดไฟเซอร์
ส่วนกรมการแพทย์ชี้แจงกรณีที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ ว่าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่บุคลากรส่วนกลางที่ปฏิบัติงานส่วนงานสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ว่า จากสถานการณ์โควิดที่ยังมีความรุนแรง ส่งผลให้ขาดแคลนบุคลากรในร.พ. ประกอบกับ บุคลากรในร.พ.บางส่วนติดเชื้อ และบางส่วนทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ต้องหมุนเวียนบุคลากรจากส่วนกลางไปทำงาน เพื่อลดความเหนื่อยล้าของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องมาหลายเดือน จึงมีความจำเป็นต้องให้บุคลากรส่วนกลางบางส่วนไปปฏิบัติงานช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองผู้ป่วย การอำนวยความสะดวกงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด ประสานงานการรับและส่งต่อผู้ป่วย และงานด้านอื่นๆ ที่จำเป็น
โดยสถานที่ปฏิบัติงานมีจำนวนมาก อาทิ ศูนย์แรกรับและส่งต่อ อาคารนิมิบุตร ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ฮอสพิเทล และร.พ.ของกรมบางแห่ง เป็นต้น ดังนั้นบุคลากรส่วนกลางที่ปฏิบัติงานสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตามสถานที่ต่างๆ ดังกล่าว มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยบุคลากรส่วนกลางทั้งหมดมีจำนวน 430 คน แต่มีเพียงบุคลากรที่ไปช่วยงานในสถานีที่เสี่ยงดังกล่าว 112 คนเท่านั้น ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนไฟเซอร์ เช่นเดียวกับบุคลากรด่านหน้าตามหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ ขอยืนยันว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปเงื่อนไขความจำเป็น และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
โคราชอีก 502-เปิดฉีดซิโนฟาร์ม
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 502 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นการตรวจพบใน 25 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ที่ อ.ปากช่อง พบ ผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 82 ราย รองลงมา อ.แก้งสนามนาง พบผู้ป่วยรายใหม่ 63 ราย เกือบทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อมาจากพื้นที่เสี่ยง กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ระยอง และ อ.ห้วยแถลง พบผู้ป่วยใหม่ 43 ราย
ขณะเดียวกัน ที่ห้างเดอะมอลล์ นครราชสีมา ร.พ.เทพรัตน์ เปิดให้ลูกพาแม่มาเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ตามที่เปิดให้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ จำนวน 600 คน โดยฉีดให้กับคู่แม่ลูกวันละ 100 คู่ หรือ 200 คน ไปจนวันที่ 13 ส.ค. ขณะที่ ร.พ.มหาราช เปิดจุดฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์ม สำหรับผู้สูงอายุ โรคกลุ่มเสี่ยง และหญิงตั้งครรภ์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา
‘เลย’วุ่น-พิษคลัสเตอร์เชียงคาน
ส่วน จ.เลย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 138 ราย มาจากนอกพื้นที่ 112 ราย ติดเชื้อในพื้นที่ 26 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยเฉพาะที่ อ.เชียงคาน เกิดคลัสเตอร์ใหม่ เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติจากกทม.มาพักที่ อ.เชียงคาน โดยไม่รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ระหว่างนั้นยังไปทำงานรับจ้างก่อสร้างไปทั่วอำเภอ ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 30-40 ราย ทางเจ้าหน้าที่จึงออกตรวจเชิงรุกในชุมชนที่ลานวัฒนธรรมซอย 0 และตลาดสดเทศบาลเชียงคาน จำนวน 303 ราย ผลเป็นลบ 299 ราย พบผลบวก 4 ราย
ที่ จ.อุบลราชธานี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ร.พ.พระศรีมหาโพธิ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนเชิงรุกเข็มแรกให้ชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปี และหญิงตั้งครรภ์จากคลัสเตอร์งานศพชุมชนวังทอง และคลัสเตอร์โต๊ะสนุ้กเกอร์ ชุมชนบุ่งกาแซว เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ขณะเดียวกันสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 นำรถชีวนิรภัยพระราชทานออกตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกใน 4 ชุมชน อ.เมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ จำนวน 2,100 คน พบ ผู้ป่วยติดเชื้อไม่แสดงอาการ 6 คน นำตัวเข้ารักษาในศูนย์พักคอย
เชียงใหม่ตรวจคลัสเตอร์รถปูน
ด้าน จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 62 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 36 ราย และจากต่างจังหวัด 26 ราย ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน จ.เชียงใหม่ ขณะนี้มีผู้ประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว 909,985 คน คิดเป็นร้อยละ 76 ของเป้าหมายประชากร 1,200,000 คน โดยมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 312,701 คน รวมจำนวน 418,976 โดส
ส่วนกรณีพบคลัสเตอร์ในครอบครัวรถส่งปูน อ.ฮอด ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 9 ราย และกลุ่มเสี่ยงอีกจำนวนมากนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่ สั่งปิดบ้านวังลุงใหม่ หมู่ 10 ต.หางดง อ.ฮอด เป็นเวลา 14 วัน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทีมแพทย์ พยาบาลร.พ.ฮอด ตั้งจุดตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัส และใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ป่วย มีประชาชนกว่า 300 เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตั้งจุดตรวจทางเข้าออกหมู่บ้าน คัดกรองบุคคลเข้าออกพื้นที่
พะเยาลุยสว็อบผู้ค้าตลาดสด
ขณะที่ จ.พะเยา เจ้าหน้าที่ร.พ.พะเยา เร่งเข้าตรวจสว็อบชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงคลัสเตอร์ร้านขายของหลังตลาดสดพะเยาอาเขต ต.เวียง อ.เมืองพะเยา เนื่องจากพบผู้ป่วยรายใหม่ มีประชาชนมาตรวจคัดกรองหาเชื้อมากกว่า 100 ราย เนื่องจากผู้ติดเชื้อขายของอยู่บริเวณตลาด อีกทั้งเดินไปรับประทานอาหารและซื้อของตามจุดต่างๆ โดยรอบตลาดสดตลอดเวลา
ส่วน จ.พิจิตร จากกรณีนายรชต ปานศรี อายุ 44 ปี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร เป็นบุคลากรด้านหน้าเสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพื่อบูสเตอร์เข็มที่ 3 ได้เพียงวันเดียวนั้น นพ.วิศิษฎ์ อภิสิทธ์วิทยา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่าผู้เสียชีวิตเป็นโรคหอบหืด ต้องใช้ยาพ่นเป็นระยะ ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 แพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตแน่ชัด จึงนำศพส่งร.พ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ จ.พิจิตร พบอีก 70 ราย ยอดสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 รวม 2,330 ราย มาจากต่างจังหวัด 1,895 ราย ในจังหวัด 435 ราย และเสียชีวิตสะสม 24 ราย
สงขลายังพุ่ง-สลดเฒ่า 93 ดับ
ส่วน จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อ 312 คน เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้ชายอายุ 93 ปี อ.สะบ้าย้อย มีโรคประจำตัว โดยผู้ติดเชื้อมากที่สุดมาจากกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ 166 คน รองลงมาผู้สัมผัสเสี่ยงในชุมชน 33 คน กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงในร้านค้า และบริษัท 31 คน กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน 29 คน กลุ่มรอสอบสวนโรค 28 คน กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 141 คน และกระจายกลุ่มอื่นๆ พบผู้ป่วยใน อ.หาดใหญ่มากที่สุด ตามด้วย อ.สิงหนคร
ที่ จ.ยะลา ร.พ.เบตง ฉีดวัคซีนโควิดซิโนฟาร์ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่ 12 สิงหาคม โดยใช้บริการแบบวอล์กอิน จำนวน 1,200 คน สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ขณะเดียวกัน นพ.สวรรค์ กาญจนะ ผอ.ร.พ.เบตง ร่วมมอบวัคซีนพระราชทาน ซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ให้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอเบตง
ภูเก็ตติดมากขึ้น-แต่ไม่มีตาย
ที่จ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 104 ราย ไม่มีเสียชีวิต โดยสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 328 คน เป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด สาเหตุจากสายพันธุ์เดลตาที่กระจายเชื้อได้รวดเร็ว จากการตรวจสอบพบว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นมาจากกลุ่มก้อนของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะ 3 กลุ่มใหญ่ 1.แรงงานตลาดสดสาธารณะ พักอาศัยรวมกัน แต่ทำงานต่างพื้นที่แยกย้ายกันไป จึงกระจายเชื้อไปในสถานที่ต่างๆ 2.กลุ่มแคมป์โรงงาน และ 3.กลุ่มแรงงานประมงที่เดินทางกลับมา กลุ่มนี้หากตรวจพบเชื้อและไม่แสดงอาการ จะให้รักษาตัวอยู่ในเรือ
นายปิยะพงศ์ ชูวงศ์ รองผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่าทีมงานสาธารณสุขจังหวัดออกไปสืบสวนสอบสวนโรคจนพบตัวเลขจริง ส่วนความเป็นจริงต้องมีมากกว่านั้น เป็นการตรวจเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงการกระจายการตรวจ หรือสุ่มตรวจ แม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อ ก็ทำให้ตัวเลขตอนนี้จะสูงขึ้นเป็นเพราะมีจำนวนการตรวจที่มากขึ้น และกระจายไปในทุกพื้นที่ของจังหวัด การพบตัวเลขที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุดเป็นเรื่องดี เพราะจะนำไปสู่การวางแผนการรับมือจากอาการของผู้ป่วยอยู่ในระดับไหน
ชลฯอีก 1,666-ในครอบครัวอื้อ
ด้าน จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,666 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนมากยังมาจากสถานประกอบการ 21 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง นอกจากนี้ยังแยกเป็นการติดเชื้อภายในครอบครัว 294 ราย จากสถานที่ทำงาน 190 ราย บุคคลใกล้ชิด 20 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 1 ราย
ส่วน จ.กาญจนบุรี ที่หอประชุม อบจ.กาญจนบุรี เปิดให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ตามที่ อบจ.กาญจนบุรี สั่งซื้อจากราชวิทยาจุฬาภรณ์ จำนวน 50,000 โดส โดยฉีดให้ประชาชนผู้ลงทะเบียนจองรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันที่ 12 ส.ค. จำนวน 2,000 คน ขณะที่ยอดติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 502 ราย แยกเป็นติดเชื้อในพื้นที่ 178 ราย นอกพื้นที่ 14 ราย ติดเชื้อในสถานประกอบการ 310 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
สลด‘พญ.’ดับ-ซิโนแวค 2 เข็ม
พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความอาลัยแพทย์ร.พ. ภูมิพลฯ เสียชีวิตจากเชื้อโควิด โดยระบุว่า ทราบข่าวการจากไปของหมอแอ้ม น.อ.หญิง พญ.สรัญยา ฬาพานิช แล้วรู้สึกใจหายมากๆ ได้ทำงานกับหมอแอ้มเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ร.พ.กองบิน 4 ตอนสมัยที่หมอแอ้มเป็น ผอ.ร.พ.กองบินเป็นหญิงแกร่ง อารมณ์ดี ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นผู้นำที่ลูกน้องรัก หมอแอ้มอยู่ ร.พ.กองบินนานมาก เพิ่งกลับมา ร.พ.ภูมิพลฯ ไม่นานนี้เอง
“แอ้มน่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของ ร.พ.ภูมิพลฯ คนแรกที่เสียชีวิตจากโควิด-19 แอ้มเป็นหมอรังสีรักษา แต่ก็มีความเสี่ยงกับการเป็นโควิด-19 เหมือนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอยู่ทุกคน ขอให้น้องไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องด้วย รู้สึกเลยว่าตอนนี้อันตรายของโควิด-19 ใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะครับ” พล.อ.ท.นพ.อนุตตรระบุในเฟซบุ๊ก
ขณะที่เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ร่วมแสดงความอาลัย โดยระบุว่าเราสูญเสียคุณหมอเพราะโควิดอีกรายแล้ว ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณหมอด้วย และระบุเพิ่มเติมในคอมเมนต์ว่าคุณหมอได้วัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ แพทย์หญิงร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ สังกัดสำนักการแพทย์ กทม. เสียชีวิตจากเชื้อโควิด และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และ เจ้าหน้าที่ร.พ.
เครือข่ายแพทย์ค้านพรก.นิรโทษ
วันที่ 12 ส.ค. แถลงการณ์ร่วมเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ เรื่อง ขอแสดงความกังวลต่อสาระสำคัญในร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุข หลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งกำหนดให้บุคลากรสาธารณสุข 7 กลุ่ม และสถานพยาบาล 3 ประเภท ไม่ต้องมีความรับผิดทางกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ได้นำไปสู่ข้อถกเถียงและคัดค้านอย่างมากในสังคม โดยเฉพาะในเนื้อหาสาระของข้อ 7 ในร่างพ.ร.ก.จำกัดความรับผิดฯ ซึ่งระบุว่า
“บุคคล/คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน” จะได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ข้อกฎหมายดังกล่าวโหมคำถามขึ้นในสังคมว่าจริงหรือไม่ที่หากมองเผินๆ ร่างพ.ร.ก.นั้นดูราวกับเป็นการปกป้องบุคลากรการเเพทย์ระดับปฏิบัติงาน แต่แท้จริงแล้วตีความและกินความไปถึงการปกป้องผู้มีอำนาจบริหารสั่งการ ให้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด?
เครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนว่าในสถานการณ์วิกฤต หากบุคลากรทางการแพทย์ท่านใดยึดมั่นทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพและปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ไม่ว่าท่านกำลังปฏิบัติงานด่านหน้าในภาวะยากลำบาก หรือกำลังให้คำแนะนำทางวิชาการเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจสำคัญต่างๆ เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น ข้อผิดพลาดนั้นย่อมเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในเงื่อนไขของการปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรอย่างรุนแรง
อีกทั้งการปฏิบัติงานในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 หากเกิด “ความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานอย่างสุจริตใจ” ยังได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.อื่นๆ อีกจำนวนมากซึ่งคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุ้มครองเพิ่มเติมที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจบริหารสั่งการ
ทางเครือข่ายฯ ขอยืนยันว่าการพยายามผลักดันร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดฯ โดยรัฐบาล รวมถึงการออกเเถลงการณ์ขอมาตรการคุ้มครอง โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารและสภาวิชาชีพฉบับดังกล่าว อาจส่งผลนำไปสู่การสกัดกั้นกระบวนการตรวจสอบผู้มีอำนาจบริหารสั่งการให้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างเป็นธรรมได้
อีกทั้งหากมีการบริหารจัดการต่อสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยบุคคลหรือหมู่คณะใดซึ่งนำมาสู่ความเสียหายทั้งในทางชีวิตของประชาชน การสูญเสีย และความเจ็บปวด ด้วยวิถีที่ผิดแผกจากความสุจริตหรือพ้นไปจากหลักวิชาชีพ เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และจะต้องรับผิดทางกฎหมายเพื่อเป็นข้อยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อประชาชน
เครือข่ายฯ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมลงชื่อคัดค้านร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดฯ ฉบับนี้ได้ทาง Change.org/AmnestyBill เครือข่ายบุคลากรทางการเเพทย์

ฉีดผู้พิการ – ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับเอไอเอสและบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ฯ จัดบริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้ผู้พิการ 5,000 ราย ที่ลานกิจกรรมชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.

วัคซีนฟาร์มสุข – จนท.สาธารณสุขสมุทรสาคร ออกหน่วยบริการชุมชนเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ให้กลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและพระสงฆ์ในพื้นที่ ตามโครงการฉีด “วัคซีนฟาร์มสุข” นำร่องวันแม่แห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.

ฉีดวัคซีน – บรรดาลูกๆ พาแม่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ จัดโดย ร.พ.เทพรัตน์ นครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน ที่เอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ส.ค.

จำกัดซื้อ – โซนขายไข่ไก่ในห้างสรรพสินค้าย่านแจ้งวัฒนะ ติดป้ายขอให้ลูกค้าซื้อไข่ไก่ได้จำกัดเพียง 2 แผงเท่านั้น หลังเกิดภาวะขาดตลาด ทำให้ราคาแพง เนื่องจากคนแห่ซื้อไปกักตุนช่วงล็อกดาวน์โควิด เมื่อวันที่ 12 ส.ค.