ศบค.ถกวันนี้-ผ่อนมาตรการโควิด

27 ก.ย. 2564 - 07:01 น.

เปิดโรงหนัง-กวดวิชา
แต่ต่อฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะวันนี้ ศบค.ชุดใหญ่ถกผ่อนมาตรการโควิด ต่อฉุกเฉินถึงสิ้นพ.ย. หดเคอร์ฟิว 22.00-.04.00 น. ตามที่ศบค.ชุดเล็กเสนอ ยอดฉีดวัคซีนแผ่ว จากล้านโดส 24 ก.ย. วันถัดมาเหลือแค่แสน ฉีดวัคซีนทั่วประเทศมาครึ่งเป้า 50 ล้านโดสแล้ว แจงฉีดไฟเซอร์นักเรียนกทม. 2 พันคน ไม่มีใครแพ้วัคซีน รัฐปลื้มยอดใช้จ่ายโครงการรัฐเยียวยาโควิดเศรษฐกิจกระเตื้องแล้ว 7.7 หมื่นล้าน ติดโควิดอีก 12,353 ราย ตาย 125 สลดทวด 105 ปีดับอีก เกาะสมุย สุราษฎร์ฯ ดีเดย์วันนี้ ฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 ระยองป่วยสะสมพุ่ง 3 หมื่นราย ชลบุรีผวา 2 โรงงานคลัสเตอร์ใหม่ สระแก้ว บ้านฉลองถูกหวยลามงานวันเกิด

ป่วย 12,353-ตาย 125

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 12,353 ราย สะสม 1,561,638 ราย หายป่วย 14,305 ราย สะสม 1,422,907 ราย เสียชีวิต 125 ราย สะสม 16,268 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 122,463 ราย อยู่ในร.พ. 35,051 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 87,412 ราย มีอาการหนัก 3,324 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 724 ราย

ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 6,579 ราย กทม.และปริมณฑล 3,629 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,601 ราย เรือนจำ 532 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 12 ราย ได้แก่ กาตาร์ อิสราเอล ประเทศละ 1 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย มาเลเซีย 7 ราย (ช่องทางธรรมชาติทั้งหมด) และกัมพูชา 1 ราย (ช่องทางธรรมชาติ)

ผู้เสียชีวิต 125 ราย มาจาก 41 จังหวัด ได้แก่ กทม. 27 ราย, สมุทรปราการ 11 ราย, นครปฐม 7 ราย, ระยอง 5 ราย, นนทบุรี ตาก นราธิวาส ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 4 ราย, ปทุมธานี ขอนแก่น นครสวรรค์ ปัตตานี พัทลุง ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 3 ราย, สมุทรสาคร นครราชสีมา ภูเก็ต พระนครศรี อยุธยา สระบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ราชบุรี จังหวัดละ 2 ราย และ เลย สกลนคร อุดรธานี บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ อุตรดิตถ์ พะเยา กระบี่ นครศรีธรรมราช ระนอง สุราษฎร์ธานี ยะลา สงขลา จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และตราด จังหวัดละ 1 ราย

สลดคร่าทวด 105 ปี

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 63 ราย หญิง 62 ราย อายุ 23-105 ปี ค่ากลางอายุ 67 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 79 ราย คิดเป็น 63% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 29 ราย คิดเป็น 23% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 86% อายุน้อยกว่า 60 ปี ไม่มีโรคเรื้อรัง 17 ราย คิดเป็น 14% พบเสียชีวิตนอกร.พ. 2 ราย ที่ ชลบุรีและพัทลุง ทราบติดเชื้อหลังเสียชีวิต

ภาพรวมติดเชื้อเกิน 100 ราย มี 36 จังหวัด โดย 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,976 ราย สะสม 360,072 ราย 2.สมุทรปราการ 713 ราย สะสม 106,681 ราย 3.ชลบุรี 651 ราย สะสม 84,435 ราย 4.ยะลา 558 ราย สะสม 21,009 ราย 5.ระยอง 517 ราย สะสม 29,805 ราย 6.นครศรีธรรมราช 477 ราย สะสม 14,111 ราย 7.สมุทรสาคร 412 ราย สะสม 87,685 ราย 8.สงขลา 409 ราย สะสม 28,073 ราย 9.นราธิวาส 370 ราย สะสม 22,091 ราย และ 10.ราชบุรี 297 ราย สะสม 28,746 ราย

สำหรับ 26 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ปัตตานี 264 ราย, ปราจีนบุรี 249 ราย, นนทบุรี 246 ราย, จันทบุรี 234 ราย, สุราษฎร์ธานี 227 ราย, นครราชสีมา 222 ราย, ชุมพร 221 ราย, สระบุรี 219 ราย, ภูเก็ต 215 ราย, อุดรธานี 182 ราย, กาญจนบุรี 177 ราย, พระนครศรีอยุธยา 161 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 158 ราย, ปทุมธานี 155 ราย, ขอนแก่น 145 ราย, กระบี่ 136 ราย, อ่างทอง 135 ราย, ลพบุรี 132 ราย, ตาก 131 ราย, ฉะเชิงเทรา 130 ราย, นครปฐม 127 ราย, เพชรบุรี 125 ราย, สระแก้ว 109 ราย, ตราด 104 ราย, พัทลุง 101 ราย และนครสวรรค์ 100 ราย

ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มีเหลือ 20 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 19 ราย, สุโขทัย 17 ราย, กาฬสินธุ์ 15 ราย, ลำปาง 14 ราย, อุตรดิตถ์ 13 ราย, สกลนคร 12 ราย, ลำพูน 11 ราย, หนองบัวลำภู 11 ราย, หนองคาย 10 ราย, อำนาจเจริญ 9 ราย, อุทัยธานี 7 ราย, นครพนม 6 ราย, เลย 6 ราย, ชัยนาท 2 ราย, ยโสธร 2 ราย, พะเยา 1 ราย, แพร่ 1 ราย, น่าน 0 ราย, บึงกาฬ 0 ราย และมุกดาหาร 0 ราย

ยอดฉีดเหลือแค่วันละแสนโดส

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 25 ก.ย. ฉีดได้ 112,215 โดส สะสม 50,101,055 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 31,352,795 ราย คิดเป็น 41.3% ของประชากร ครบ 2 เข็ม 17,667,069 ราย คิดเป็น 22.6% ของประชากร เข็มสาม 1,080,391 ราย และเข็มสี่ 800 ราย

ศบค.ถกผ่อนมาตรการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุมในเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. ผ่านระบบการประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ศบค.จะพิจารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 14

โดยศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้เสนอ, การปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรค ที่เสนอโดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ, การปรับมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร (การปรับลดระยะเวลาในการกักกัน การทำกิจกรรมในสถานที่กักกัน) และหลักเกณฑ์ แผนงานและแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว เสนอโดย สธ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในเดือนต.ค.-ธ.ค. และแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด ปี 2565 เสนอโดย ศปก.สธ.

ปลื้มยอดใช้จ่ายทะลุ7.7หมื่นล.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากยอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการของรัฐที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด มีผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 39.01 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม รวม 77,755.2 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 24.27 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 66,911.6 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 34,044.2 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 32,867.4 ล้านบาท

2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 76,219 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 2,254 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 94.5 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.53 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,937.7 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.13 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 557.4 ล้านบาท

นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลยังปรับปรุงรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทะเบียนของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 1.โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 31 ล้านสิทธิ เป็น 28 ล้านสิทธิ

2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ปรับลดจำนวนกลุ่ม เป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 1.4 ล้านสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ โดยในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ กระทรวงการคลังจะโอนเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท โดยเชื่อมกับระบบ ฟู้ด เดลิเวอรี่ แพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ซึ่งมี แกร็บ และไลน์แมน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในไตรมาสที่ 4 ระหว่างเดือนต.ค.-ธ.ค. ให้ขยายตัวมากขึ้นด้วย

“ขณะนี้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 คงเหลือประมาณ 1 ล้านสิทธิ และสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เหลือประมาณ 5 แสนสิทธิ ขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จนกว่าสิทธิจะเต็ม ผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com


เกาะสมุยเริ่มฉีดบูตส์เข็ม 3

ที่วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้จัดเตรียมสถานที่รองรับการฉีดบูสเตอร์โดสเข็ม 3 ให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-7 ต.ค. โดยจะฉีดวัคซีนได้วันละ 2,400 คน

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่เกาะสมุย จากความร่วมมือร่วมใจของ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย ร.พ.เกาะสมุย อสม. เทศบาลนครเกาะสมุย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทำให้ฉีดวัคซีนได้มากถึง 87,696 คน โดยเป็นเข็มแรก จำนวน 87,696 คน หรือร้อยละ 102.37 และเข็มสอง 69,299 คน หรือร้อยละ 80.88

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการสมุยพลัสโมเดล รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าเกาะสมุย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ในโครงการสมุย พลัส โมเดล ว่ามีจำนวน 20 คน ยอดสะสม 862 คน นักท่องเที่ยวจากภูเก็ตเอ็กซ์เท็นชั่น 7+7 จำนวน 30 คน สะสม 310 คน และจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 17 คน ยอดสะสม 629 คน

นพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สสจ.สตูล กล่าวว่า มีผู้ป่วยใหม่ 37 ราย สืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด และผู้สัมผัสร่วมบ้าน พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 121 คน กักตัวแล้ว

คลัสเตอร์หวยลามวันเกิด

ด้านนพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า มีผู้ป่วยยืนยันใหม่ 130 ราย แยกเป็นในจังหวัด 106 ราย จากจังหวัดอื่น 3 ราย ต่างประเทศ 1 ราย และผู้ต้องขัง 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อใน 6 คลัสเตอร์เดิม คือ ตลาด โรงงาน และบริษัทต่างๆ โดยที่อ.อรัญประเทศพบผู้ติดเชื้อที่ตลาดโรงเกลือ 2 ราย ชุมชนหลังโรงเลื่อย 6 ราย เชื่อมโยงมาจากเด็กที่สัมผัสเชื้อแล้วไปเล่นกันสู่ครอบครัวของเด็กใน 3 ตำบล และยังคงพบผู้สัมผัสเชื้อจากตลาดสดเทศบาลอรัญประเทศอีก 9 ราย เป็นแม่ค้า ร่วมบ้านผู้ป่วย คนที่ไปซื้อของในตลาด และผู้ที่อาศัยอยู่แถวตลาดสด

ส่วนคลัสเตอร์ครัวดาบเชิญ อ.ตาพระยา ยังพบผู้ป่วยเพิ่มต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ในกลุ่มญาติพี่น้องของเจ้าของร้านที่บ้านกระสัง หมู่ 8 ต.ทัพไทย จำนวน 6 ราย ขณะที่บ้านซับสมบูรณ์ ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร ผลการตรวจรอบ 2 และ 3 พบเชื้อเพิ่ม 4 ราย เป็นคนร่วมบ้านผู้ป่วย และญาตินำเชื้อไปติดข้างบ้านที่ต.ห้วยโจดอีก 3 ราย ส่วนที่อ.โคกสูง ผู้ที่ไปร่วมฉลองสังสรรค์ถูกหวยได้ไปร่วมวันเกิดต่อทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย

ระยองสะสมทะลุ 3 หมื่น

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 518 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย รวมติดเชื้อสะสมระลอกใหม่เพิ่มเป็น 30,054 ราย

ขณะที่ สสจ.ชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 651 ราย ยอดสะสม 84,437 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเป็น 589 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อกระจาย 9 อำเภอ มากที่สุดที่อ.เมือง 176 ราย ศรีราชา 137 ราย บางละมุง 102 ราย สัตหีบ 101 ราย บ้านบึง 21 ราย พานทอง 40 ราย พนัสนิคม 32 ราย บ่อทอง 5 ราย หนองใหญ่ 4 ราย ผู้ติดเชื้อใหม่เป็นคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตส่งออกแผ่นไม้อัดและเครื่องใช้ในครัวเรือนใน อ.พนัสนิคม 6 ราย และโรงงานผลิตกาวใน อ.เมือง 4 ราย

ด้านสาธารณสุขอำเภอได้เข้าไปคัดแยกผู้ติดเชื้อออกมารักษาและค้นหากลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดเพื่อไม่ให้แพร่กระจายเพิ่มขึ้น รวมมีคลัสเตอร์สะสมในสถานประกอบการ 75 แห่ง และตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง

มหาชัยฉีดเด็กคู่ตรวจเชิงรุก

ขณะที่ สสจ.สมุทรสาครพบผู้ติดเชื้อใหม่ 412 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 24 ราย และตรวจในร.พ.อีก 235 ราย เป็นคนที่อยู่ในจังหวัด 178 ราย และนอกจังหวัด 57 ราย นอกจากนี้ ยังพบในกลุ่มบับเบิลแอนด์ซีลอีก 153 ราย รวมติดเชื้อสะสม 105,574 ราย หายกลับบ้านได้แล้วสะสมที่ 96,443 ราย และเสียชีวิตสะสม 805 ราย

นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นพ.สสจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครจะฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เพื่อรองรับการเปิดเทอมวันที่ 1 พ.ย. ถ้าได้รับวัคซีนมาแล้วได้วางแผนไว้ว่าต้องฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนมาตรการอื่นๆ คือการเน้นไปที่โรงงานขนาดเล็กในชุมชนเพิ่มเติม เร่งตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้เร็วที่สุด

นร.กว่า 2 พันไม่แพ้วัคซีน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมครามพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด จำนวนกว่า 4.5 ล้านคน เริ่มฉีดวัคซีนเดือนต.ค.นี้ผ่านสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมรองรับกรณีที่อาจเปิดภาคเรียน

ขณะที่กทม.รายงานการฉีดวัคซีนโควิดไฟเซอร์ ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีนักเรียน/เยาวชน กลุ่มเสี่ยง 7 โรคในกทม.ได้รับ 1 เข็มจำนวน 1,681 ราย และได้รับครบ 2 เข็ม จำนวน 614 ราย ไม่พบการรายงานผลข้างเคียง ซึ่งขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้มีการสำรวจจำนวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองยินยอมฉีด/ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งจะฉีดวัคซีนภายในพื้นที่สถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้นๆ

ขณะเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะเป็น ผู้รวบรวมจำนวนนักเรียนที่พักอาศัยในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต้นสังกัด เพื่อเสนอต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้จัดสรรยอดวัคซีนเพิ่ม รายจังหวัด และให้สาธารณสุขจังหวัดเป็น ผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวด้วย

ในส่วนกรุงเทพมหานคร รายงานมีเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปีที่เป็น 7 โรคกลุ่มเสี่ยงในกรุงเทพมหานคร และเด็กนักเรียนในสังกัดกทม.และสังกัดอื่นๆ มีการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนกว่า 5,000 คน ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 2,000 คน ยังคงเหลืออีก 3,000 คน ซึ่งกทม.ก็จะได้เร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับการจัดสรรวัคซีนจากสธ.ต่อไป

“จากการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน เยาวชนในกทม.กว่า 2,000 รายที่ผ่านมา ยังไม่พบการรายงานผลข้างเคียง ยืนยันว่าวัคซีนที่รัฐบาลนำมาให้บริการแก่เด็กนักเรียน เยาวชน ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ ผ่านการรับรองจากสำนักงานองค์การอาหารและยา องค์การอนามัยโลก และมีหลักฐานทางวิชาการที่บ่งชี้ว่า มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย

จึงขอให้ความมั่นใจแก่น้องๆ นักเรียน เยาวชน อย่างไรก็ตาม การให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครอง ก่อนด้วย” น.ส.รัชดากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ศบค.ถกวันนี้-ผ่อนมาตรการโควิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง