ป่วยเกิน8พัน ดาราแบงค์ธิติ ติดเชื้อรอบ 2
ศบค.เปิดสูตรฉีดเข็ม 4 ในพื้นที่ 10 จว.ท่องเที่ยว และระบาดหนัก ภายในม.ค.นี้ และ อาจขยายถึงก.พ. 2.5 ล้านคน เผยจัดส่งวัคซีนลงพื้นที่แล้ว 1 ล้านโดสรอจังหวัดนัดฉีด ไทยติดเชื้อรายวันยังเกิน 8 พัน เสียชีวิตอีก 19 ด้านดาราดัง ‘แบงค์ ธิติ’ ติดโควิดรอบ 2 ‘บิ๊กตู่’ ห่วงโอมิครอนลามหนักช่วงตรุษจีน แนะเลี่ยงเดินทาง ลดแออัด กทม.ผ่อนปรนให้ดื่มในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม เริ่มจันทร์ 24 ม.ค.
ติดเชื้อเพิ่ม 8,112-ตาย 19
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 8,112 ราย ติดเชื้อสะสม 2,369,814 ราย หายป่วยเพิ่ม 7,582 ราย หายป่วยสะสม 2,264,564 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 19 ราย เสียชีวิตสะสม 22,019 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 83,231 ราย มีอาการหนัก 565 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 129 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 19 ราย มาจาก 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก 3 ราย, กทม. อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ จังหวัดละ 2 ราย, สมุทรปราการ นครราชสีมา เชียงใหม่ เชียงราย อุทัยธานี สตูล เพชรบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระยอง จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 9 ราย หญิง 10 ราย อายุ 44-88 ปี โดยเป็นผู้สูง อายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว 95%
กทม.ป่วยโควิดยังพุ่งเกินพัน
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,143 ราย 2.สมุทรปราการ 645 ราย 3.ชลบุรี 395 ราย 4.ภูเก็ต 385 ราย 5.นนทบุรี 359 ราย 6.ปทุมธานี 265 ราย 7.ขอนแก่น 265 ราย 8.อุบลราชธานี 188 ราย 9.นครราชสีมา 181 ราย และ 10.นครศรีธรรมราช และลพบุรี จังหวัดละ 169 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 10 จังหวัด คือสมุทรสาคร 151 ราย, เชียงใหม่ 145 ราย, นครปฐม 128 ราย, บุรีรัมย์ 123 ราย, สุรินทร์ 122 ราย, ศรีสะเกษ 117 ราย, ระยอง 116 ราย, สระแก้ว 112 ราย, พระนครศรีอยุธยา 103 ราย และสุราษฎร์ธานี 102 ราย ส่วนติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 2 จังหวัด ได้แก่ สตูล 7 ราย และอำนาจเจริญ 6 ราย
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำ 154 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 177 ราย ใน 37 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย 32 ราย, อุซเบกิสถาน 29 ราย, อินเดีย 15 ราย, สวีเดน 11 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ประเทศละ 7 ราย, ฝรั่งเศส 6 ราย, เช็ก เดนมาร์ก ประเทศละ 5 ราย นอกจากนี้พบติดเชื้อ 4 ราย ใน 3 ประเทศ, 3 ราย ใน 6 ประเทศ, 2 ราย ใน 5 ประเทศ และ 1 รายใน 13 ประเทศ โดยเข้าระบบ Test&Go 22 ราย แซนด์บ็อกซ์ 120 ราย และระบบกักตัว 35 ราย
ต่างประเทศติดเชื้อทะลุ 5 พัน
ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1-21 ม.ค. 2565 รวม 144,375 ราย ติดเชื้อ 5,090 ราย คิดเป็น 3.53% มาจากระบบ Test&Go 67,017 ราย ติดเชื้อ 2,523 ราย คิดเป็น 3.76% แซนด์บ็อกซ์ 53,618 ราย ติดเชื้อ 2,056 ราย คิดเป็น 3.83% และกักตัว 23,740 ราย ติดเชื้อ 511 ราย คิดเป็น 2.15%
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 21 ม.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 559,569 โดส สะสม 111,882,595 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 52,016,062 ราย คิดเป็น 74.8% ของประชากร เข็มสอง 48,059,715 ราย คิดเป็น 69.1% ของประชากร และเข็มสาม 11,806,818 ราย คิดเป็น 17% ของประชากร
‘บิ๊กตู่’ห่วงโอมิครอนลามตรุษจีน
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงการระบาดของโอมิครอน จึงแนะนำประชาชนเลี่ยงเดินทางโดยไม่จำเป็น ลดแออัด และขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 1 ก.พ.นี้ ที่เป็นวันต้อนรับปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งภาพรวมเทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังคึกคัก เพราะเริ่มต้นสิ่งใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน แต่การฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้ต้องปรับ รูปแบบกิจกรรมต่างๆ จากเดิมที่มีการรวมตัวของคนในครอบครัว ให้เน้นปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A ลดโอกาสติดเชื้อภายในครอบครัวและชุมชน รวมทั้งให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการฉลองตรุษจีนทางออนไลน์มากขึ้น แม้ศบค.จะผ่อนคลายมาตรการให้ดำเนินกิจกรรมกิจการได้ แต่กระทรวงสาธารณสุขยังคงระดับการเตือนภัยระดับ 4 เหมือนเดิม
นายธนกรกล่าวต่อว่า ตนแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยวันจ่ายควรวางแผนการซื้อและใช้เวลาให้สั้นที่สุด เลือกซื้อสิ้นค้าสดใหม่จากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ เช่น ตลาดที่มีการประเมิน Thai Stop COVID 2 Plus หรือร้านค้าที่มีระบบออนไลน์ หากจับจ่ายในตลาดให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง เลี่ยงจุดแออัด ส่วนวันไหว้ ให้ล้างวัตถุดิบให้สะอาด ปรุงอาหารสุกทุกเมนู อุ่นอาหารอีกครั้งก่อนนำมาบริโภค ลดการเผากระดาษ ใช้ธูปสั้นหรือธูปไฟฟ้า เลี่ยงการปักธูปลงในอาหารโดยตรง จัดสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก พร้อมทั้งสวมหน้ากากตลอดเวลาขณะที่ทำกิจกรรม และในวันเที่ยว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง เลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เลือกใช้บริการจากสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยวที่มีสัญลักษณ์ Thai Stop COVID 2 Plus หรือ SHA+ และทำความสะอาดร่างกายทันทีเมื่อถึงบ้าน
โฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ติดเชื้อใหม่วันนี้ มียอดผู้ติดเชื้อโควิด 8,112 ราย เป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 7,935 ราย มาจากต่างประเทศ 177 ราย หายป่วยกลับบ้าน 7,582 ราย กำลังรักษา 83,231 ราย เสียชีวิต 19 ราย ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสม 112,959,434 โดส เข็มที่ 1 ฉีดสะสม 52,018,470 โดส เข็มที่ 2 ฉีดสะสม 48,115,000 โดส เข็มที่ 3 ฉีดสะสม 12,043,108 โดส เข็มที่ 4 ฉีดสะสม 782,856 โดส
สธ.แนะเด็กเล็กติดเชื้อต้องแยกกัก
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการดูแลเด็กเล็ก ที่ติดเชื้อโควิดและเข้ารับการแยกกักที่บ้าน (Home Isolation)ว่า กลุ่มเด็กเล็กมีโอกาส ติดเชื้อโควิดจากคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรง แต่เด็กกลุ่มเสี่ยงที่พบอาการรุนแรงได้ คือเด็กทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ เมื่อผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR เป็นบวกหรือพบเชื้อ ต้องเข้ารับการดูแลประเมินอาการจากแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม หากประเมินแล้วเด็กไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถรับการรักษาแบบ Home Isolation ได้ แต่ต้องมีพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่สามารถดูและประเมินอาการให้เด็กได้ตลอดเวลา โดยใช้อุปกรณ์เพื่อติดตามอาการ ได้แก่ปรอทวัดไข้ เครื่องวัด ออกซิเจนปลายนิ้ว อุปกรณ์ที่สามารถถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโออาการของเด็กได้ โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับสถานพยาบาลหากมีเหตุจำเป็น และยาบรรเทาอาการ ได้แก่ ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก และเกลือแร่
นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องคอยสังเกตอาการโดยรวมของเด็กอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง ซึ่งระดับอาการของเด็กแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.อาการในระดับที่สามารถเฝ้าสังเกต ที่บ้านต่อไปได้ คือมีไข้ต่ำ มีน้ำมูก มีอาการไอเล็กน้อย ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ถ่ายเหลว ยังคงกินอาหารหรือนมได้ปกติ และไม่ซึม และ 2.อาการที่ผู้ปกครองควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หากมีภาวะใดภาวะหนึ่ง ดังนี้ คือมีไข้สูงกว่า 39 องศา เซลเซียส หายใจหอบเร็วกว่าปกติ ใช้แรง ในการหายใจ ปากเล็บ หรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ระดับออกซิเจนปลายนิ้วน้อยกว่า 94% ซึมลง ไม่ดูดนม และไม่กินอาหาร
นอกจากนี้ ผู้ปกครองต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมืออย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยง การใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับเด็กที่ติดเชื้อ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสในห้องเป็นระยะด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาทำความสะอาดที่สามารถกำจัดเชื้อโควิด
ไฟเขียวฉีดเข็ม 4 ใน 10 จว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ ในแผนการรณรงค์เร่งรัดการฉีดวัคซีนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ในจังหวัด พื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ระบาด จำนวน 10 จังหวัด แบ่งเป็นกลุ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวที่เปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา และกลุ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวหรือมีการระบาด 6 จังหวัด ได้แก่กทม. ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี กาญจนบุรี และปทุมธานี โดยเป้าหมาย คือประชากรทุกสัญชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยรวมแล้วมีประมาณ 2.5 ล้านคน จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17-31 ม.ค. 2565 และอาจขยายไปจนถึงเดือนก.พ. โดยชนิดวัคซีนที่ใช้ในการฉีดในพื้นที่ คือแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ โดยให้กระจายจุดฉีดทั่วถึงในทุก จังหวัด มีจุดฉีดทั้งระดับ รพ.สต. คลินิกเวชกรรม ขณะนี้จัดส่งให้พื้นที่แล้ว 1 ล้านโดส
สำหรับวัตถุประสงค์ของแผนรณรงค์การฉีดวัคซีนดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับประชาชนในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว และพื้นที่ระบาด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ และเพื่อให้พื้นที่สามารถเปิดการเดินทางและฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว
ทั้งนี้การฉีดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและระบาด 10 จังหวัดดังกล่าว มีทั้งการฉีดกระตุ้นเข็ม 3 และเข็ม 4 จึงเป็นการเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับการฉีดเข็ม 4 ได้ โดยในส่วน ของการกระตุ้นเข็ม 3 นั้น หากรับซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ให้รับแอสตร้าเซนเนก้า เว้นระยะห่าง 3 เดือนจากเข็ม 2 ส่วนกรณีฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ให้รับไฟเซอร์เว้นระยะห่าง 3 เดือนจากเข็ม 2
ส่วนกรณีรับเข็มที่ 4 นั้น หากรับซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยแอสตร้าฯ ให้รับแอสตร้าฯ ระยะห่าง 3 เดือนหลังฉีดเข็ม 3 ส่วนกรณีรับซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยไฟเซอร์ ให้รับไฟเซอร์ เป็นเข็ม 4 ระยะห่าง 3 เดือนหลังรับเข็ม 3
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดี กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ศบค.เห็นชอบการฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 4 ให้กับประชากรในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ระบาด 10 จังหวัด จากเดิมที่ประกาศให้ฉีดเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และกลุ่มเสี่ยง โดยจะเน้นในจังหวัดสีฟ้า เพื่อรองรับการเปิดพื้นจังหวัดท่องเที่ยว โดยประชาชนที่รับวัคซีน เข็ม 3 ไปแล้ว 3 เดือนสามารถเข้ารับเข็ม 4 ได้ ซึ่งการฉีดจะวัคซีนใด แพทย์ที่ดูแลสามารถแนะนำตามหลักการ ส่วนการเข้ารับเข็ม 4 นั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.จะวางแผน การบริหารจัดการวัคซีนในแต่ละจังหวัด กำหนด จุดฉีด และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามารับเข็ม 4 ต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามในส่วน ของแต่ละจังหวัด
เมื่อถามว่าผู้ที่รับวัคซีนสูตรซิโนแวค- แอสตร้าฯ และเข็ม 3 เป็นแอสตร้าฯ ควรรับเข็ม 4 เป็นวัคซีนใด นพ.โอภาสกล่าวว่า สูตรไขว้ดังกล่าวส่วนใหญ่ยังไม่ครบกำหนดเข็ม 3 ดังนั้น ตอนนี้เราก็เร่งรัดให้ฉีดเข็ม 3 ต่อเนื่อง แต่หากดูตามหลักการก็ควรฉีด ไฟเซอร์ แต่ยังไม่ถึงกำหนดเวลา
อยุธยาระดมฉีดทั้งวันทั้งคืน
นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 81 ราย รักษาอยู่ 841 ราย รักษาหาย 66 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มครอบครัวถึง 44.28% จึงขอความร่วมมือ ให้ผู้ที่พักอาศัยกับครอบครัวใหญ่ และอยู่ ในพื้นที่เสี่ยงเข้ารับวัคซีนให้ครบทุกคนทั้งครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีกลุ่ม 608 พร้อมกับการระดมฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือเข็มที่ 3 ขอให้รณรงค์เร่งรัดการฉีดวัคซีนทุกเข็ม รวมถึงเข็มกระตุ้น
“คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาเชิญชวนผู้ประกอบการนำพนักงาน ลูกจ้างที่ทำงานในพื้นที่ เข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 วัน 2 คืน 2 สัปดาห์ สำหรับประชาชนทั่วไปไม่จำกัดสัญชาติ อายุ 18 ปีขึ้นไป ในวันที่ 21-22 ม.ค. และวันที่ 4-5 ก.ค. 2565 เวลา 08.30-24.00 น. ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน ภายในสนามกีฬากลางจังหวัด และยังเปิดให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งให้ประชาชนสามารถไปฉีดวัคซีนได้ นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดยังจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ 3 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 60,000 โดส เริ่มฉีดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้า อยุธยาซิตี้พาร์ค”
‘มทร.อีสาน’ติดโอมิครอน 3
ด้านคณะทำงานบริหารสถานการณ์ โควิด-19 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) อีสาน จ.นครราชสีมา ออกแถลงการณ์ กรณีพบบุคลากรมทร.อีสาน 3 ราย ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ โดยมีไทม์ไลน์ ดังนี้
รายที่ 1 บุคลากรชาย ฉีดวัคซีน 3 เข็ม วันที่ 13 ม.ค. รับประทานอาหารร่วมกับเพื่อน ทราบภายหลังเป็นผู้ติดเชื้อ วันที่ 14 ม.ค. ปฏิบัติงานในมทร.มีบุคลากรสัมผัสใกล้ชิด 2 ราย วันที่ 15-17 ม.ค. เป็นไข้ กักตัวเอง อยู่ในบ้านพัก วันที่ 18 ม.ค. เข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา วันที่ 19 ม.ค. ทราบผลยืนยันติดเชื้อวันที่ 20 ม.ค. เข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ.สนาม ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
รายที่ 2 บุคลากรหญิง ฉีดวัคซีน 3 เข็ม วันที่ 17-18 ม.ค. ปฏิบัติงานในมทร. ใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานเดียวกัน วันที่ 20 ม.ค. เนื่องจากก่อนหน้านี้สัมผัสกับผู้ป่วย จึงเข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่ ร.พ.มหาราช นครราชสีมา ผลยืนยันติดเชื้อ
รายที่ 3 บุคลากรหญิง ฉีดวัคซีน 3 เข็ม วันที่ 17-18 ม.ค. ปฏิบัติงานในมทร. ประวัติใกล้ชิดผู้ป่วย วันที่ 20 ม.ค. มีอาการไข้และไอ พักรักษาตัวที่บ้าน วันที่ 21 ม.ค. ทราบเพื่อนร่วมงานติดเชื้อ จึงเข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่ร.พ.มหาราช นคราชสีมา ผลยืนยันติดเชื้อ จากนั้นนำเพื่อนร่วมงานที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยเข้ารับการตรวจหาเชื้อแต่ไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจได้กักตัวบุคลากร 10 ราย ตามมาตรการสาธารณสุข 10 วัน รวมทั้งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เสี่ยงและจุดสัมผัสร่วม
กทม.ให้ดื่มในร้าน 5 ทุ่ม 24ม.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 50) สาระสำคัญดังนี้ 1.การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่ม จะเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามเวลาปกติ โดยอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้เฉพาะร้านที่ผ่าน การตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration)ในระดับ SHA PLUS ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือตามมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรคโควิด-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid 2 Plus) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยแล้วเท่านั้น และให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น.
2.สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะที่ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบได้เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้ว และประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าวเพื่อการให้บริการในลักษณะที่เป็นร้านจำหน่าย อาหารหรือเครื่องดื่มให้ขออนุญาตต่อสำนักงาน เขตพื้นที่เพื่อตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการจัดการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนด และต้องได้รับอนุญาตภายในวันที่ 15 ม.ค.65 ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด การให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการในรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มต้องดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด
3.กรณีนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศ เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมกิจกรรมและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ยังคงต้องดำเนินการตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 49 ผู้ผ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 51ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป
‘แบงค์-ธิติ’ติดโควิดรอบ 2
วันเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก Nadao Bangkok แจ้งข่าวนักแสดงในสังกัดคือ แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ เข้ารับการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ซึ่งผลออกมาเป็นบวกคือติดเชื้อโควิด หลังก่อนหน้านี้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อและเคย ติดเชื้อโควิดมาแล้ว
โดยต้นสังกัดแจ้งรายละเอียดว่า ‘ประกาศสถานการณ์โควิด-19 : กรณี ‘แบงค์ ธิติ’ นักแสดงในสังกัดนาดาว บางกอก ตรวจพบเชื้อโควิด-19
นาดาวขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
เมื่อวานนี้ (21 มกราคม 2565) ‘แบงค์ ธิติ’ นักแสดงในสังกัดนาดาว บางกอก ได้รับทราบว่าตนเองสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้ จึงตรวจหาเชื้อโดยวิธี ATK ผลออกมา Positive (พบเชื้อ) และเดินทางไปตรวจ RT-PCR และได้รับผลยืนยันวันนี้ว่าพบเชื้อ โควิด-19
ซึ่งขณะนี้ แบงค์มีอาการเจ็บคอ ไอเล็กน้อย และกำลังเข้ารับการรักษาตัวภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ Hospitel แบงค์ และนาดาว ได้แจ้งผู้เกี่ยวข้อง และผู้ที่ได้ใกล้ชิดกับแบงค์ เพื่อให้ทุกคนเฝ้าระวัง และสังเกตอาการของตัวเองแล้ว โดยงาน ของแบงค์ทั้งหมดจะถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะรักษาหายดี
นาดาวขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง’ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบงค์ ธิติติดเชื้อโควิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 แบบไม่แสดงอาการ