ปูตินเปิดสงครามบอมบ์-ยิงขีปนาวุธทองทะลุบาท3หมื่นอาหารสัตว์ปรับราคาจ่ออพยพ‘250ไทย’

‘ปูติน’ สั่งทหารบุกยูเครน ขีปนาวุธถล่มเดือด ทั่วโลกรุมประณามรัสเซีย นาโตเร่งหาทางตอบโต้ กระทรวงต่างประเทศวาง 3 แผนอพยพ 250 คนไทยในยูเครน คลังห่วงผลกระทบ ทำน้ำมันพุ่ง หอการค้าคาดขึ้น 6 บาท/ลิตร ขณะที่ตลาดทองขยับไม่หยุด วันเดียวขึ้น 1,100 บาท ปิดตลาดที่บาทละ 30,500 ส่วนอาหารสัตว์ จ่อขยับราคาเช่นเดียวกัน ‘ปูติน’สั่งทหารบุกยูเครนแล้ว วันที่ 24 ก.พ. เอเอฟพีรายงานความ คืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศเปิดฉากปฏิบัติการทางการทหารในยูเครนเพื่อปกป้องกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน และเรียกร้องให้ทหารยูเครนวางอาวุธ ภายหลังผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และลูฮันสก์ พื้นที่พิพาทแบ่งแยกดินแดน ส่งจดหมายขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลรัสเซียเพื่อรับมือกับกองทัพยูเครน “ผมได้ตัดสินใจปฏิบัติการทางการทหาร” นายปูตินแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อเวลาก่อน 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมแถลงเตือนชาติตะวันตกด้วยว่า “ถึงใครก็ตามที่คิดจะแทรกแซงจากภายนอก หากคุณทำ คุณจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเจอในประวัติศาสตร์” ไม่นานหลังรัสเซียประกาศศึกมีรายงานว่า เกิดระเบิดต่อเนื่องในหลายพื้นของยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ โดยมีเสียงไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังไปทั่ว เช่นเดียวกับเมืองคาร์กัฟ เมืองใหญ่อันดับสอง ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เมือง ออแดซา เมืองท่าสำคัญในทะเลดำ เมืองมารีอูปอล ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเมืองครามาทอร์สก์ เมืองหลวงของรัฐบาลยูเครนในพื้นที่สมรภูมิทางภาคตะวันออก ส่งผลให้ทางการยูเครนต้องประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์และเครื่องบินพลเรือนทั้งหมด ส่วนประชาชนจำนวนมากพากันอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ผู้คนจำนวนมากใช้สถานีรถไฟใต้ดินเป็นที่หลบภัย อีกหลายคนขับรถหนีตายไปทางตะวันตกของประเทศ เบื้องต้นกระทรวงกิจการภายในของยูเครนระบุว่าในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายปูตินประกาศปฏิบัติการทางทหาร มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย แม้ทางการรัสเซียย้ำก่อนหน้านี้ว่าจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชน และพุ่งเป้าโจมตีเฉพาะกองทัพ รถถังเคลื่อนข้ามชายแดน สื่อท้องถิ่นระบุจากเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนยูเครนว่า กองกำลังภาคพื้นรัสเซียเคลื่อนพลเข้ามาในฝั่งประเทศยูเครนแล้ว เช่นเดียวกับรถถัง รถหุ้มเกราะ และยุทโธปกรณ์ที่ข้ามชายแดนจากทางเหนือ รวมถึงพื้นที่ คาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ ด้านกองทัพยูเครนแถลงยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของยูเครนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 40 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนในพื้นที่ไครเมีย 1 นาย และถือเป็นการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ยูเครนกลุ่มแรกหลังจากรัสเซียเปิดศึก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากองทัพยูเครนสามารถควบคุมสถานการณ์ในเมืองชัสเตียได้ หลังจากยิงเครื่องบินขับไล่ 6 ลำของกองทัพรัสเซียตก และเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียอย่างน้อย 50 นายเสียชีวิต ขณะเดียวกันพบการโจมตีบางพื้นที่ในภาคตะวันตกของยูเครน โดยคลิปวิดีโอที่มี ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกไว้ได้เผยให้เห็นขีปนาวุธร่อน (ครูซมิสไซล์) ของรัสเซียถล่มสนามบินในเมืองอีวาโน-ฟรังคีฟสก์ ส่วนเมืองฌือตอมือร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และเมืองลวิว ทางตะวันตก ติดชายแดนประเทศโปแลนด์ มีระเบิดหลายครั้ง โจมตีสนามบินกรุงเคียฟ กองกำลังรักษาดินแดนยูเครนระบุว่า กองทัพรัสเซียบุกทะลวงเข้าทางเหนือของแคว้นเคียฟ และเตรียมยิงขีปนาวุธแกรดโจมตีสถานที่ทำการของรัฐบาล ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีกล่าวว่าบริเวณตอนเหนือของกรุงเคียฟมีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินในระดับต่ำมุ่งหน้าเข้าเมือง ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสนามบินแห่งหนึ่งในแคว้นเคียฟถูกโจมตีแล้ว สื่อท้องถิ่นยูเครนรายงาน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แถลงข่าวว่ากองทัพยูเครนกำลังต่อสู้อย่างหนัก ความเป็นปึกแผ่นของชาติคือสิ่งสำคัญ และยูเครนประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซียอย่างเป็นทางการ รัสเซียโจมตียูเครนแบบเดียวกับ ที่กองทัพนาซีเยอรมนีเคยทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเรียกร้องให้ประชาชนในรัสเซียที่ยังมีมโนธรรมออกมารวมตัวต่อต้านการทำสงครามกับยูเครน ประธานาธิบดีเซเลนสกียังเรียกร้องให้ผู้มีประสบการณ์การสู้รบทุกคนยืนหยัดเพื่อประเทศชาติ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าร่วมกองกำลังรักษาดินแดน และทางการกำลังแจกอาวุธแก่ทุกคนที่ต้องการ ยูเครนสอยบินรัสเซียร่วง 6 นายดมิโทร คูเบลา รมว.ต่างประเทศของยูเครน กล่าวว่า ยูเครนกำลังเผชิญกับการรุกรานเต็มรูปแบบ ปฏิบัติการเชิงรุกทางการทหารของรัสเซียคือการทำลายยูเครน กองทัพยูเครนพร้อมที่จะขับไล่ผู้รุกรานและจะทำทุกอย่างในอำนาจเพื่อปกป้องดินแดนยูเครน ขณะที่กองทัพยูเครนระบุข้อมูลจากกองบัญชาการกองกำลังร่วมว่าสามารถโจมตีอากาศยานของกองทัพรัสเซียตก 6 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเครื่องบิน 5 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 1 ลำ ส่วนฝ่ายรัสเซียอ้างว่าสามารถทำลายฐานทัพอากาศยูเครน และระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศได้แล้ว ขณะที่นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานา ธิบดียูเครน กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บน เฟซบุ๊กว่า รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของประเทศและเจ้าหน้าที่รักษาชายแดน แต่ขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและให้คำมั่นว่ายูเครนจะชนะ นอกจากนี้นายเซเลนสกียังประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกาแล้ว นายเซเลนสกียังโพสต์ข้อความทางเว็บไซต์ทางการด้วยว่า “เช้านี้รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ต่อประเทศของเรา นี่เป็นการบุกรุกที่ไร้เหตุผลและเย้ยหยันอย่างเต็มรูปแบบ พวกเราซึ่งเป็นพลเมืองของยูเครนกำหนดอนาคตของเราเองมาตั้งแต่ปี 2534 แต่ตอนนี้สิ่งที่ถูกตัดสินไม่ใช่เพียงอนาคตของประเทศเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนาคตของยุโรปว่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร” ผู้นำยูเครนอ้างถึงการแยกเป็นตัวเอกราชของยูเครนหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ทั่วโลกแห่ประณามปูตินเปิดศึก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้บรรดาผู้นำจากหลายประเทศกล่าวประณามประธานาธิบดีปูตินอย่างกว้างขวาง โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา แถลงตอบโต้นายปูตินว่า การโจมตียูเครนของกองกำลังทหารรัสเซียเป็นไปอย่างไร้เหตุผลและไร้ซึ่งความยุติธรรม “คำอธิษฐานของคนทั้งโลกอยู่กับชาวยูเครน ประธานาธิบดีปูตินเลือกที่จะทำสงครามอย่างไตร่ตรองไว้ก่อนและจะนำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิต รวมถึงความทุกข์ทรมานอย่างมหันต์ของผู้คน รัสเซียเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตและการทำลายล้างจากการโจมตีครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรจะตอบโต้ด้วยความสามัคคี เด็ดขาด โลกจะให้รัสเซียรับผิดชอบ” นายไบเดนกล่าวอีกว่า จะชี้แจงกับชาวอเมริกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่รัสเซียจะต้องเผชิญหน้า โดยจะหารือกับผู้นำประเทศจี 7 ก่อนประกาศถึงผลของการกระทำที่รัสเซียต้องรับผิดชอบ พร้อมย้ำว่าพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะตอบสนองอย่างเข้มแข็งและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อยับยั้งการรุกรานใดๆ ต่อสมาชิก “คืนนี้ผมและจิลสวดอ้อนวอนแก่ผู้ กล้าหาญและภาคภูมิใจของยูเครน” นายไบเดนระบุ ด้านนางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นกล่าวระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งเริ่มต้นไม่นานก่อนที่นายปูตินจะประกาศปฏิบัติการทางการทหารในนูเครน โดยนางกรีนฟิลด์เรียกร้องให้นายปูตินถอนกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ รวมถึงแผนการโจมตียูเครน เพื่อส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการหารือยุติความ ขัดแย้งด้วยการทูต นอกจากนี้ยังตำหนิว่านาย ปูตินยินดีที่จะเสียสละชีวิตนับไม่ถ้วนเพื่อความทะเยอทะยานอันน่าเหยียดหยามของตนเอง ประชาคมโลกพร้อมจะยืนหยัดเพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย นาโตเร่งถกตอบโต้รัสเซีย นายอันโดนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ร้องขอก่อนเริ่มการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซีว่า “ประธานาธิบดีปูติน หยุดกองทัพของท่านจากการโจมตียูเครน ให้โอกาสความสงบสันติเถอะ ผู้คนเสียชีวิตมากเกินไปแล้ว” และกล่าวย้ำอีกครั้งหลังจบการประชุมซึ่งไม่มีความคืบหน้าอย่างไม่มีรูปธรรมว่า “ในนามของมนุษยธรรมได้โปรดหยุดกองทัพของท่าน” นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวประณามรัสเซีย และเตือนว่าจะทำให้ชีวิตประชาชนนับไม่ถ้วนต้องตกอยู่ในอันตราย “ผมขอประณามอย่างยิ่งยวดต่อการโจมตียูเครนโดยไร้ความยั้งคิดและไร้เหตุผลของรัสเซีย ทำให้พลเรือนนับไม่ถ้วนมีความเสี่ยงต่อชีวิต นี่เป็นอีกครั้งที่แม้เราจะเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยการทูต แต่รัสเซียเลือกการรุกรานอธิปไตยและเอกราชของประเทศอื่น” นาย สโตลเทนเบิร์กระบุในแถลงการณ์ และว่าชาติพันธมิตรนาโตจะเร่งประชุมแก้ปัญหาที่ตามมาจากการกระทำอันก้าวร้าวของรัสเซีย นาโตขอยืนหยัดร่วมกับประชาชนชาวยูเครน ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องและป้องกันชาติพันธมิตรทั้งหมด นายบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกตกตะลึงอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายในยูเครน โดยตนได้หารือกับผู้นำยูเครนแล้วถึงการดำเนินการขั้นต่อไป และว่า “ประธานาธิบดีปูตินเลือกหนทางแห่งความนองเลือดและการทำลายล้างด้วยการใช้กองทัพรุกรานยูเครนโดยปราศจากการยั่วยุ ทางการอังกฤษและพันธมิตรจะตอบโต้อย่างเฉียบขาด” จ่อคว่ำบาตรขั้นรุนแรง นางเออร์ซูลา วอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป และนายชาล์ส มิแชล ประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป กล่าวว่า “ในช่วงเวลาแห่งความมืดมนนี้ ความห่วงใยของเราอยู่กับชาวยูเครน และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ที่กำลังต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีและความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต และว่า “ทางการรัสเซียจะต้องรับผิดชอบ” นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า การรุกรานที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุของรัสเซีย ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของยูเครน และว่าตนจะประชุมหารือกับกลุ่มจี 7 เพื่อหาหนทางตอบโต้ รวมทั้งย้ำว่าพฤติกรรมที่บ้าคลั่งและอันตรายเช่นนี้จะต้องเผชิญกับการลงโทษ นายมาเตอุสซ์ โมราวีกกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ประเทศซึ่งมีชายแดนติดกับภาคตะวันตกของยูเครน กล่าวเรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันตอบโต้การรุกรานของรัสเซียในยูเครนทันที โดยประณามว่าเป็นการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และขอให้รัฐสภาอียูมีมติผ่านมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงต่อรัสเซียด้วย นายมาริโอ เดรกี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวโจมตีการรุกรานของกองทัพรัสเซียเข้าไปในยูเครน ว่าไร้ความชอบธรรมและไม่สามารถมีความชอบธรรมได้ พร้อมย้ำว่าชาติยุโรปและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต อยู่ระหว่างการประชุมหาหนทางตอบโต้รัสเซีย “รัฐบาลอิตาลีขอประณามการโจมตียูเครนโดยรัสเซีย ถือเป็นสิ่งที่ขาดความชอบธรรมและไม่มีข้ออ้างใดที่จะมีความชอบธรรม ชาวอิตาลีนั้นมีความใกล้ชิดกับยูเครนทั้งในแง่ผู้คนและสถาบันต่างๆ ทางอิตาลีกำลังอยู่ระหว่างประสานงานกับนาโตและชาติยุโรปเพื่อหาหนทางตอบโต้อย่างพร้อมเพรียงและเป็นเอกภาพ” นายเดรกีระบุ ขณะที่ทางการโปแลนด์ เอสโตเนีย และลิทัวเนีย ชาติสมาชิกองค์การนาโตเรียกประชุมหารือเพื่อรับมือกับสถานการณ์กองทัพรัสเซียรุกรานยูเครน ตามมาตรา 4 ของธรรมนูญนาโต กำหนดให้ชาติสมาชิก นาโตทั้งหมดประชุมหารือกันในกรณีที่สมาชิกมองว่าบูรณภาพเหนือดินแดน ความเป็นอิสระทางการเมือง และความมั่นคงของสมาชิกถูกคุกคาม โดยเว็บไซต์นาโตระบุว่า มาตรา 4 เคยถูกใช้มาแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง ตั้งแต่การสถาปนานาโตเมื่อปี 2492 โดยครั้งล่าสุดเป็นการใช้สิทธิจากทางการตุรกีในเดือนก.พ.2563 หลังทหารตุรกีถูกกองทัพซีเรียสังหารในพื้นที่ทางภาคเหนือของซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ในความควบคุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย กต.พร้อมอพยพ 250 คนไทย วันเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า ไทยออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนโดยระบุว่า ประเทศไทยได้ติดตามพัฒนาการในยูเครนและโดยเฉพาะการเพิ่มระดับความตึงเครียดในยุโรปด้วยความกังวลอย่างยิ่ง ประเทศไทยสนับสนุนความพยายามที่จะหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจา นายธานียังได้เผยถึงแผนอพยพคนไทยว่า สำหรับแผนอพยพ 250 คนไทยในยูเครนหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน แผนอพยพที่ 1 การอพยพคนไทยกลับไทยโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากเมืองลวิฟซึ่งเป็นแผนที่กระทรวงให้ความสำคัญสูงสุด แผนอพยพที่ 2 เช่าเหมาลำจากกรุงวอร์ซอ-กรณีที่น่านฟ้าในยูเครนปิดและหรือเมืองลวิฟมีสถานการณ์ความรุนแรง สถานทูตจะจัดรถบัสหรือรถตู้ เพื่อนำคนไทยในยูเครนข้ามแดนมายังกรุงวอร์ซอ เพื่อขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับไทย และแผนอพยพที่ 3 นำเครื่องบินจากไทยไปอพยพคนไทยต่อไป ซึ่งได้มีการหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ส่วนช่องทางการประสานงานเพื่อแจ้งข่าวสารและดูแลความปลอดภัยของคนไทยในยูเครน ได้แก่ เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตฯ “Royal Thai Embassy, Warsaw, Poland” และเฟซบุ๊กกลุ่ม “คนไทยในประเทศยูเครน” กลุ่มไลน์ระหว่างสถานทูตกับชุมชนไทยในยูเครนเพื่อสื่อสารกับคนไทยได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น กลุ่มเทเลแกรมระหว่างสถานทูตกับเจ้าของร้าน สปาไทยชาวยูเครน (ซึ่งเทเลแกรมเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการพูดคุยซึ่งคนยูเครนนิยมใช้) เพื่อการประสานงานกันอย่างทันท่วงทีกรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉินด้วย ตลอดจนหมายเลขสายด่วน (+48 696 642 348) สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมงและอีเมล์ติดต่อได้ที่ [email protected] หอการค้าชี้ราคาน้ำมันพุ่ง ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินว่า สถานการณ์การรัสเซีย-ยูเครน ในขณะนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น โดยทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร และกรณีเลวร้าย หากเกิดสงคราม คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และจะกระทบต่อราคาน้ำมันถึง 6 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่า คงไม่เกิดกรณีเลวร้ายแน่นอน เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดสงคราม และจากการติดตามสถานการณ์และพูดคุยกับนักธุรกิจที่อยู่ในยูเครน ยังพบว่า สถานการณ์ไม่เลวร้ายอย่างที่หลายฝ่ายเป็นกังวล พลังงานลั่นพร้อมรับมือวิกฤต นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ราคาพลังงาน ซึ่งจากที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่าเริ่มใช้กำลังทางทหาร ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน แม้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเกิดผลกระทบวงกว้างทั่วโลก แต่เราจะยังคงดำเนินการอย่างเต็มที่ในการบรรเทาผล กระทบให้เกิดกับประชาชนให้น้อยที่สุด และขอให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์วิกฤตนี้และร่วมกันใช้พลังงานโดยเฉพาะน้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมด้านปริมาณสำรองพลังงาน โดย ณ วันที่ 21 ก.พ. 2565 มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 3,200 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,460 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 1,670 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองใช้ได้กว่า 2 เดือน แบ่งเป็น น้ำมันดิบ 27 วัน อยู่ระหว่างขนส่งอีก 13 วัน และน้ำมันสำเร็จรูป 12 วัน ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) สำหรับในภาคครัวเรือนใช้ได้ 16 วัน จับตาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า ภายในไม่กี่วันนี้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีโอกาสปรับขึ้นไปสูงกว่าระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในระยะสั้น เนื่องจากสถานการณ์ในต่างประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันประเทศปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดโลก แต่ยืนยันไม่เกิดปัญหาขาดแคลนแน่นอน เนื่องจากไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรองรับความต้องการใช้ในประเทศอย่างเพียงพอ “ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากปัจจัยภายนอก เราไม่ได้เป็นผู้กำหนด ที่สำคัญเราเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน ดังนั้นอาจต้องรับผล กระทบอย่างเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น เช่น ก่อนหน้านี้อาจเคยเติมเต็มถัง 700-800 บาท แต่ตอนนี้จะต้องจ่าย 1,300-1,400 บาท เป็นต้น เราก็จะตึงกระเป๋ามากขึ้น แต่ยืนยันว่าไทยไม่เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนแน่นอน เพราะเรามีปริมาณน้ำมันสำรอง มีความมั่นคงด้านพลังงาน” รายงานข่าวแจ้งว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปิดตลาดวันที่ 23 ก.พ. 2565 ที่ตลาดเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 92.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบตลาดเบรนต์ อยู่ที่ 96.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ อยู่ที่ 93.77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล วัตถุดิบอาหารสัตว์จ่อขึ้นอีก ด้านนางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคม ส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงกรณีรัสเซีย-ยูเครนว่า กำลังมีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งอาจไม่สามารถเก็บเกี่ยวหรือส่งออกได้ตามปกติ รวมถึงภัยแล้งในบราซิลที่กระทบปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองด้วย โดยข้าวสาลีนำเข้าราคาปรับสูงขึ้นจาก 8-9 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อปี 2564 เพิ่มเป็น 12 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทยมีราคาปรับไปถึง 11.10 บาทต่อกิโลกรัม และกำลังส่งผล กระทบทางอ้อมต่อวัตถุดิบชนิดอื่นที่มีแนวโน้มราคาสูงตามไปด้วย ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่าร้อยละ 50-60 แล้ว ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย “ต้นทุนการผลิตเนื้อไก่สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาเนื้อไก่และไข่ไก่กลับถูกตรึงอยู่ ไม่สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากวัตถุดิบทุกชนิดมีราคาสูงเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ไม่มีทางอยู่รอดได้ ทางที่ดี ถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมราคาวัตถุดิบจากผลกระทบของสถานการณ์ยูเครน ก็ควรปล่อยให้ราคาไก่และไก่ไข่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับราคาหมูที่ลดลงเพราะกลไกตลาดทำงานอย่างเสรี” นางฉวีวรรณกล่าว และว่าการยุติการตรึงราคาไก่และไข่ จะช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเลี้ยงสัตว์ต่อไป ทองพุ่งวันเดียว 1,100 บาท นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคงต้องผ่อนคลายนโยบายด้านการเงินและการคลัง รวมถึงทำหลายอย่างด้านการเงินและการคลัง โดยเฉพาะการสร้างและกระตุ้นตลาดในประเทศ การเพิ่มการบริโภคคนในประเทศ อย่างไรก็ตามสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในปัจจุบันคือไทยต้องเจอภาวะน้ำมันราคาสูงไปอีก 3 เดือนจากนี้ และสิ่งอาจจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า คือ เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ถ้าสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนต้องเผชิญกับความรุนแรง น.ส.เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์ซื้อขายทองคำในตลาดโลกวันที่ 24 ก.พ. 2565 พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี โดยแตะระดับที่ 1,948.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2564 ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่ 8 ต.ค. 2563 โดยราคาขายออกที่บาทละ 29,750 บาท ทั้งนี้โอกาสที่ราคาทองคำจะทุบสถิติเดิมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในยูเครนลุกลามมากแค่ไหน รวมถึงสหรัฐและชาติพันธมิตรในนาโตจะตอบโต้ทางการทหารต่อรัสเซียหรือไม่ หากไม่ได้ดำเนินการทางการทหารเพื่อตอบโต้ เชื่อว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้โดยมีกรอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,958-1,965 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะเริ่มมีแรงขายสลับออกมา ในทางกลับกัน หากตอบโต้จะถือเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ก็จะเพิ่มโอกาสที่ราคาทองคำขึ้นไปทำสถิติสูงสุดได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตลาดทองคำในประเทศ ปรับพุ่งขึ้นทันทีบาทละ 350 บาท ก่อนที่จะปรับขึ้นลง รวม 17 ครั้ง ซึ่ง ณ เวลา 17.22 น. ราคาทองคำประกาศครั้งที่ 17 เป็นราคาสูงสุดในรอบ 1 ปีกว่า โดยราคาทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 29,900.00 บาท ขายออกที่บาทละ 30,000.00 บาท และทองรูปพรรณรับซื้อที่บาทละ 29,364.92 บาท ขายออกบาทละ 30,500.00 บาท โดยภายในวันเดียวราคาทองคำปรับขึ้นไปถึงบาทละ 1,100 บาท และหากเทียบจากต้นปี 2565 ราคาทองคำปรับขึ้นไปแล้วบาทละกว่า 1,000 บาท หรือปรับขึ้นกว่า 3.5% โดยราคาเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 ราคาทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 28,650.00 บาท ขายออกที่บาทละ 28,750.00 บาท และทองรูปพรรณรับซื้อที่บาทละ 28,136.96 บาท ขายออกบาทละ 29,250.00 บาท

สงคราม – เฮลิคอปเตอร์กองทัพรัสเซียบินผ่านชานกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน หลังประธานาธิบดีปูตินเปิดฉากโจมตี ขณะที่กองทัพยูเครนเคลื่อนพลพร้อมยุทโธปกรณ์ รถถัง เผชิญหน้าในพื้นที่พิพาทลูฮันสก์ เบื้องต้นทหารยูเครนตายแล้วกว่า 40 นาย ส่วนทหารรัสเซียเสียชีวิตกว่า 50 นาย และคาดว่ามีพลเรือนจำนวนมากเซ่นชีวิตด้วย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

บึ้มเคียฟ – ระเบิดและควันไฟพวยพุ่งเหนือกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน หลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดฉากใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน ถล่มขีปนาวุธไปทั่วประเทศ (ภาพขวา) กองทัพของยูเครนก็ยิงเครื่องบินรบรัสเซียตอบโต้ จนเสียหายหลายลำ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน