คนไทยก็สนใจไปรบที่ยูเครน
นางงามมิสแกรนด์ฯ จับปืน ประกาศสู้รัสเซีย ขณะที่ผู้นำยูเครนร้องขอชาวโลกมาร่วมรบเคียงข้างด้วยกัน เดินทางเข้ามาได้ทันทีโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีคนไทยสนใจเข้าไปโพสต์สอบถามด้วย ด้านกองทัพรัสเซียเคลื่อนกำลังพล รถถังจ่อกรุงเคียฟ แฉใช้ ‘ระเบิดสุญญากาศ’ อาวุธต้องห้าม เป็นโคตรระเบิด รุนแรงมหาศาล ส่วน ‘อียู’ สั่งคว่ำบาตรเพิ่ม บุคคลและบริษัทรัสเซีย ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ยันไทยต้องรอบคอบ เป็นกลาง
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. สำนักข่าวเอเอฟพี บีบีซี และการ์เดียนรายงานสถานการณ์สงครามรัสเซียบุกยูเครนว่า ยังมีการปะทะต่อเนื่องในหลายเมืองทั่วยูเครน สถานการณ์ยืดเยื้อเป็นวันที่ 6 ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวทางโทรศัพท์กับประธานา ธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในการหารืออีกครั้งว่าพร้อมจะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน
ด้านยูเครนแถลงว่ารัสเซียยิงจรวดโจมตีเมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และอย่างน้อย 37 คนได้รับบาดเจ็บ นายอิฮอร์ เทเรกฮอฟ นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คีฟ ระบุว่าการโจมตีแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่สงคราม แต่เป็นความพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยูเครน ขีปนาวุธหลายลูกถล่มอาคารที่อยู่อาศัย สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในจำนวนนี้ 4 คนเสียชีวิตหลังเพิ่งออกจากหลุมหลบภัยเพื่อหาน้ำดื่ม และอีกครอบครัวพ่อแม่ลูกถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาที่ในรถยนต์

ถอดมงสู้ – อนาสตาเซีย เลนนา อดีตมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลปี 2015 ของยูเครน ถอดมงกุฎ จับอาวุธปืนสนับสนุนกองทัพยูเครนต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย พร้อมกับปลุกใจเพื่อนร่วมชาติออกมาช่วยกันปกป้องประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัท มาซาร์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งทำงานให้กับสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมว่ารัสเซียตั้งทัพเป็นระยะทางยาวเกือบ 65 กิโลเมตร ใกล้เมืองอีวานคีฟ ตอนเหนือของกรุงเคียฟ สันนิษฐานว่ารัสเซียเตรียมบุกกรุงเคียฟในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีภาพกองกำลังรัสเซียตั้งทัพใกล้สนามบิน ฮอสโตเมล ชานกรุงเคียฟ สถานที่จอดเครื่องบินอันโตนอฟ เอเอ็น-225 มรียา อากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูกรัสเซียยิงขีปนาวุธทำลาย รวมทั้งมีภาพรถหุ้มเกราะถูกยิง และสะพานถูกถล่มพังยับเยิน
นางฮันนา มาลิอาร์ รัฐมนตรีช่วยกลาโหมยูเครน ระบุว่ารัสเซียเสียกำลังไปแล้วกว่า 5,300 นาย เครื่องบิน 29 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 29 ลำ อากาศยานไม่ทราบชนิด 3 ลำ ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ 5 เครื่อง รถถัง 191 คัน รถหุ้มเกราะ 816 คัน รถทางการทหาร 291 คัน เรือ 2 ลำ และเครื่องปล่อยจรวด 21 เครื่อง ส่วนฝ่ายยูเครนมีรายงานว่าทหารกว่า 110 นายเสียชีวิต และ 471 นายถูกจับกุม
ส่วนนางออกซานา มาร์คาโรวา เอกอัครราชทูตยูเครน ประจำสหรัฐอเมริกา ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐว่ารัสเซียใช้ระเบิดสุญญากาศ เป็นอาวุธต้องห้ามในอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งระเบิดสุญญากาศเป็นอาวุธเทอร์โมบาริก ข้างในอัดแน่นด้วยระเบิดแรงดันสูงที่จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจากอากาศโดยรอบ ส่งผลให้เกิดแรงอัดอากาศ และมวลคลื่นที่มีความรุนแรงมหาศาล โดย ฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่ารัสเซียเคยใช้ระเบิดสุญญากาศใน สงครามเชชเนีย และเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.พ. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าพบเห็นเครื่องยิงจรวดเทอร์โมบาริกใกล้เมืองเบลโกรอด แคว้นเบลโกรอด ทางตะวันตกของรัสเซีย
สำหรับอาวุธดังกล่าว รัสเซียพัฒนาและประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิด เทอร์โมบาริกขนาดมหึมา เรียกว่า “พ่อแห่งระเบิดทั้งมวล” เมื่อปี 2550 ซึ่งระเบิดดังกล่าวมีการทำงาน 2 ขั้น ขั้นแรกเป็นการระเบิดขนาดเล็กเพื่อปลดปล่อยกลุ่มหมอกวัตถุระเบิดไปทุกทิศทาง และขั้นที่ 2 จุดชนวนระเบิดทำให้เกิดคลื่นอัดอากาศที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงแผ่ไปเป็นวงกว้าง ต่อมาปี 2560 รัสเซียรายงานว่ากองทัพทิ้งระเบิดพ่อแห่งระเบิดทั้งมวลในปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มไอเอสในประเทศซีเรีย สังหารนักรบ ไอเอสกว่า 40 ราย รัสเซียอ้างว่าระเบิดลูกนี้มีความรุนแรงมากกว่าระเบิด “แม่ของระเบิดทั้งมวล” ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นระเบิดที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในโลก
ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงว่ารัสเซียต้องการปิดโรงไฟฟ้า และปล่อยให้เคียฟ เมืองหลวงไม่มีไฟฟ้าใช้ ยูเครนจะไม่ยอมให้รัสเซียทำลายการป้องกันของเคียฟ แม้รัสเซียจะส่งกองกำลังบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่กองทัพยูเครนสามารถกำจัดศัตรูได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ประธานาธิบดีเซเลนสกียังแถลงว่า จะอนุญาตให้อาสาสมัครชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าร่วมกองกำลังอาสาต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย สามารถเดินทางเข้ายูเครนได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรบุคคล และบริษัทของรัสเซีย โดยครอบคลุมบุคคล 26 คน รวมถึงนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย นายอเล็กซานเดอร์ โปโนมาเรนโก ประธานคณะกรรมการบริหารท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว กรุงมอสโก นายอิกอร์ เซชิน ประธานกรรมการบริษัท รอสเนฟต์ ออยล์ บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย และนายนิโคไลย์ โทคาเรฟ ประธานกรรมการบริษัท ทรานส์เนฟต์ บริษัทท่อขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกของรัสเซีย นอกจากนี้ยังมี ผู้ดำเนินรายการและนักข่าวสถานีโทรทัศน์ของทางการรัสเซีย รวมทั้งบริษัท แก๊ซ อินชัวแรนซ์ อินดัสทรี ซึ่งมีรายงานว่า พัวพันการผนวกไครเมียเข้ากับรัสเซียเมื่อ ปี 2557
ส่วนอีฟนิงสแตนดาร์ด รายงานว่า อนาสตาเซีย เลนนา สาวงามผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลประจำปี 2015 ของยูเครน โพสต์ภาพตัวเองกับปืนไรเฟิลพร้อมต่อสู้กับรัสเซีย
สถานเอกอัครราชทูตยูเครน ประจำประเทศไทย เผยแพร่ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ประกาศรับสมัครชาวต่างชาติเพื่อไปร่วมรบกับกองทัพรัสเซียที่ประเทศยูเครน โดยระบุว่าประธานาธิบดียูเครนขอร้องให้พลเมืองโลก มิตรของยูเครน ยุโรป สามารถเดินทางมาร่วมต่อสู้เคียงข้างชาวยูเครน เพื่อต่อต้านรัสเซีย ผู้ที่สนใจสมัครสามารถสอบถามข้อมูล โดยติดต่อไปยังผู้ช่วยทูตทหาร ที่สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศที่คุณอยู่ ทั้งนี้ ในช่องคอมเมนต์มีชาวไทยส่งข้อความไปถามถึงวิธีการเดินทางไปช่วยยูเครนรบ ได้รับคำตอบว่าจะต้องเดินทางด้วยเงินส่วนตัว ค่าเดินทางราว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30,000 บาท
วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ รายงานว่าช่วยเหลือคนไทยที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนอีก 43 คน อพยพออกจากยูเครนมาถึงกรุงวอร์ซอโดยสวัสดิภาพแล้ว และรอขึ้นเครื่องบินกลับไทยต่อไป รวมขณะนี้อพยพคนไทยออกนอกยูเครนแล้ว 142 คน
ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานข่าวจากที่ ประชุมครม.ว่า มีการหารือถึงเรื่องความขัดแย้งรัสเซียและยูเครนนานที่สุด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าขณะนี้มีความกดดันจะให้ไทยเข้าข้างสหภาพยุโรป (อียู) แต่หากจะทำอะไร เราต้องคิดถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย ที่มีมาอย่างยาวนานด้วย โดยประเทศในอียูไม่รู้รายละเอียดความสัมพันธ์ที่เรามี เราจึงต้องคิดอย่างละเอียดและรอบคอบ
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ระบุว่าอียูรุกไทยอย่างมาก ว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ทำให้นายกฯ กล่าวสรุปว่าเราต้องสุขุมและรอบคอบในการตัดสินใจ และภาพรวมในการหารือ คือต้องการให้ไทยวางตัวเป็นกลาง และเร่งนำคนไทยในพื้นที่กลับมาโดยเร็ว
ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่จะพูดคุยกัน คือจะทำอย่างไรให้สงครามและความรุนแรงยุติลงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมี ผลกระทบกันทั้งโลกหลายมิติด้วยกัน เราต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง ใช้กลไกการต่างประเทศและของอาเซียนดำเนินการ เราต้องรักษาสมดุลไว้ให้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือห่วงใยชีวิตประชาชนทุกประเทศ ทำอย่างไรให้คนไทยปลอดภัย และสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบที่ไทยต้องรับมือสิ่งแรกคืออะไร นายกฯ กล่าวว่าเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนต่างๆ แต่เตรียมมาตรการไว้แล้ว วางไว้ 3 ระดับ วันนี้ยังอยู่ในระดับที่ 1 ขั้นที่ 2 ที่ 3 ก็ต้องเตรียมมาตรการไว้ทุกอันในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน สมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไก่ประกาศราคาขายส่งและปลีกไข่ไก่ อีกแผงละ 6 บาท ตามที่สมาคมผู้ค้าผู้ผลิตและส่งออก ไข่ไก่แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มใหม่ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 มี.ค. โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ปรับเป็นฟองละ 3.20 บาท จากเดิมที่กรมการค้าภายในขอให้ตรึงราคาฟองละ 2.90 บาท เมื่อช่วงกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนราคาขายไข่ไก่หน้าแผงใหม่ จะบวกเพิ่มจากราคาเดิมตามระดับต้นทุนที่รับมา เช่น หากต้นทุนไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาหน้าฟาร์มฟองละ 2.70 บาท ราคาขายปลีกจะบวกขึ้นไปเป็นฟองละ 3.10 บาท เฉลี่ยปรับขึ้น ฟองละ 40 สตางค์ ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวคาดส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าได้รับรายงานจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เกิดจากราคาอาหารสัตว์แพงขึ้นด้วย ต้องไปดูสาเหตุแพงมาจากตรงไหน และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร แต่ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งฉวยโอกาสกันตอนนี้ให้มากนักเลย อะไรที่ดูแลได้จะดูแลให้ อันไหนเป็นเรื่องกลไกตลาดก็เป็นอีกเรื่องเหนึ่ง รัฐบาลพยายามหามาตรการช่วยเหลือดูแลให้ได้ทุกอัน หลายอย่างเดือดร้อนกันไปหมด ต้องขอร้องไปยังภาคเอกชนด้วย เป็นห่วงราคาสินค้าที่จะแพงขึ้น แม้สถานการณ์เกิดขึ้นที่รัสเซียและยูเครนก็ตาม จึงต้องขอความร่วมมือกับทุกคน
นายกฯ กล่าวถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันเบนซินไม่ให้ขยับสูงขึ้นว่า หารือและสั่งการไปแล้ว ให้ทบทวนดูแลในภาคของเบนซินจะทำอย่างไร อาจจะเป็นกลุ่มเป็นอาชีพอะไรต่างๆ ได้หรือไม่ ถ้าไปกันทั้งหมดมันก็พัง รัฐบาลไม่มีเงินจะไปอุดหนุนอะไรได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เห็นใจกันบ้าง
ส่วนนายจุรินทร์กล่าวว่าขณะนี้ต้นทุนของผู้เลี้ยงไก่ไข่ปรับสูงขึ้น สั่งการให้กรมการค้าภายในเชิญสมาคมหารืออีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกันให้เกิดผลดีที่สุดทั้งเกษตรกรและฟาร์ม ผู้รวบรวมไข่ รวมทั้ง ผู้บริโภคทำอย่างไรให้สมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีการพูดคุยกันมาตลอด ไม่เช่นนั้นราคาไข่ไก่ไม่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ถือว่าราคาไม่ได้สูงเกินสมควร เพราะราคากำกับที่ 3.50 บาทต่อฟอง ราคาเฉลี่ยยังอยู่ที่ 3.29 บาทต่อฟอง