ตั้งเงื่อนไขเข้มห้าม-ออกบ้านตลอดทั้ง24ชม.

‘ทานตะวัน’ พ้นคุกชั่วคราว ได้ประกันตัวแล้ว คดีมาตรา 112 ศาลสั่งปล่อยตัว 1 เดือน พร้อมกำหนดเงื่อนไขเข้ม ให้ติดกำไลติดตามตัว ห้ามออกนอกเคหสถานตลอด 24 ชั่วโมงเว้นไปโรงพยาบาลหรือเรียนหนังสือ รวมถึงห้ามไปกระทำการเคลื่อนไหวให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน และกระทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ด้านขบวนต่อต้านร่างกม.ทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนยื่นฟ้องนายกฯ กับพวก พร้อมเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขอศาลคำสั่งคุ้มครองม็อบที่หน้ายูเอ็น ห้ามเจ้าหน้าที่ปิดกั้นการชุมนุม เรียกค่าเสียหาย 1.8 ล้าน เตรียมเคลื่อนทำเนียบจันทร์นี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 20 ปี นักเคลื่อนไหวอิสระ อดีตกลุ่มทะลุวัง จำเลยคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ม.368 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในคดีโพสต์เฟซบุ๊กไลฟ์สดก่อนมีขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 โดยได้เบิกตัว นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในฐานนะผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราว

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องปล่อยชั่วคราวของ น.ส.ทานตะวัน ซึ่งศาลให้ทนายผู้ต้องหาและนายประกันมาศาล เพื่อสอบข้อเท็จจริงว่าหากอนุญาตปล่อยไปแล้ว กรณีทำผิดสัญญาประกัน ผู้ขอยื่นประกันจะรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งโดยหลักการปล่อยชั่วคราวในคดีอาญาคือ ต้องมีหลักประกันเป็นเงินสดหรือความเชื่อถือ หากผิดสัญญาหรือเห็นว่านายประกันไม่น่าเชื่อถือ ศาลก็มีคำสั่งให้ถอนประกันได้อยู่แล้ว ตอนนี้ตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของน.ส.ทานตะวันมากกว่า เพราะดูอาการแล้วไม่ค่อยดี สุขภาพทรุดโทรมอย่างมาก วันนี้พ่อแม่ของผู้ต้องหาก็เดินทางมาด้วยความที่เป็นห่วงสุขภาพของลูกและตลอดเวลาที่ถูกคุมขังก็ไม่ได้เจอหน้า

ด้านนายพิธาระบุว่า วันนี้เป็นการพยายามครั้งที่ 3 ในการมาประกันตัว น.ส.ทานตะวัน ที่งดข้าวตัวเองมาเป็นเวลา 30 กว่าวันแล้ว และทนายเห็นว่าอาการไม่ดีเลยและมีวิกฤตทางสุขภาพ ก็อยากจะมาประกันตัวตามสิทธิ น.ส.ทานตะวัน เพื่อที่จะไปรักษาและดูแลสุขภาพ เพื่อมาสู้คดีอย่างตรงไปตรงมา ตนก็ยินดีที่จะทำทุกวิถีทางตามกรอบกฎหมาย กำหนดให้น.ส.ทานตะวันออกมา แต่ทางศาลจะวางแนวพิจารณาอย่างไร คงต้องพูดคุยกับทางทีมทนาย ตนไม่กังวลกับเงื่อนไขที่ศาลจะออกหากได้ประกัน ตอนนี้กังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ต้องหามากกว่า เพราะตอนนี้เรากำลังพูดถึงชีวิตของคนคนหนึ่งที่เขาทรมานตัวเองต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แลกกับอะไรก็ต้องยอม

เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงผู้มีอำนาจ หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ขอฝากไปถึงการทำกระบวนการตุลาการให้เหมาะสมน่าเชื่อถือ สามารถที่จะอยู่คู่กับสังคมไทยในยุคใหม่ให้ได้ ต่างชาติและนักธุรกิจกำลังดูอยู่ ในบ้านเมืองที่ไม่มีขื่อไม่มีแปไม่มีใครเขาสนใจอยากจะลงทุน อีกประการคือจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนในชาติมากไปกว่านี้ เพราะมีความอยุติธรรมเกิดขึ้น เรื่องของตุลาการ การฝากขัง ในกระบวนการบริหารจัดการ คงต้องเตือนไปยังรัฐบาลว่าเรามีปฏิญญากับสากลอยู่หลายฉบับรวมถึงการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญายื่นฟ้องน.ส.ทานตะวันเป็นจำเลยต่อศาลก่อนครบกำหนดฝากขัง 84 วันและศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1237/2565 เเล้ว

ได้ประกัน – น.ส.ทานตะวัน นักกิจกรรม จำเลยคดี 112 ถูกปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง กทม. หลังศาลอาญาให้ประกันตัว 1 เดือน เงื่อนไขติดกำไลข้อเท้า ห้ามออกนอกเคห สถาน 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 26 พ.ค.

ภายหลังไต่สวนศาลพิจารณาเเล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยมีกำหนด 1 เดือน นับแต่วันเดียวกันนี้โดยกำหนดเงื่อนไข ให้จำเลยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องติดตามตัว (กำไล EM) ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานตลอดระยะเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เว้นแต่เป็นกรณีเจ็บป่วยหรือได้รับอนุญาตจากศาล หากเป็นกรณีเจ็บป่วยให้แสดงหลักฐานทางการแพทย์ต่อศาลภายใน 3 วัน ห้ามจำเลยกระทำการในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาหรือเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ อันอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามจำเลยกระทำการใดๆ ในอันที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือเกิดความกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยตั้งนายพิธาผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราว เป็นผู้กำกับดูแล ความประพฤติของจำเลย มีอำนาจในการว่ากล่าวตักเตือนและควบคุมมิให้จำเลยกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขถือว่าผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราวผิดสัญญาประกัน

นายพิธากล่าวว่า น.ส.ทานตะวันได้รับการประกันตัว และจะได้กลับบ้านแล้ว หลังจากที่เราพยายามยื่นประกันรวม 3 ครั้ง โดยจะได้กลับไปดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง นอกจากนี้แล้วก็รู้สึกหมดห่วงและโล่งใจ เพราะได้เห็นหน้าตาของ น้องตะวัน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ขณะที่ นายกฤษภางค์ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลไต่สวนนายพิธาและน.ส.ทานตะวันแล้ว ก็มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยเหตุผลว่านายพิธา มีความน่าเชื่อถือและเป็นคนที่สามารถกำกับดูแลให้เป็นไปตามเงื่อนไขได้ แต่ว่าคำสั่งของศาล เป็นการปล่อยชั่วคราวภายในระยะเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นแล้วก็ค่อยมารายงานตัวและฟังคำสั่งประกันต่อไป นอกจากนี้ห้ามออกนอกบ้านตลอด 24 ชั่วโมงยกเว้นจะไปเรียนหนังสือ หรือไปรักษาพยาบาล จะต้องแจ้งขออนุญาตต่อศาลภายใน 3 วัน ส่วนเงื่อนไขเดิมก็คือห้ามไปกระทำการเคลื่อนไหวให้เกิดควาเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ และไปกระทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

เมื่อถามว่า น.ส.ทานตะวันจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลตลอดเวลา 1 เดือนได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ทั้งน.ส.ทานตะวันและพ่อแม่ที่เดินทางมาด้วยก็มีความมั่นใจ ซึ่งศาลได้สอบถามเจ้าตัวและพ่อแม่แล้วก็ตอบว่าสามารถปฏิบัติตามได้ จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งเราได้ทำเรื่องประกันตัว โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.ของนายพิธา ซึ่งศาลให้แจ้งคำสั่งศาลไปที่ราชทัณฑ์แล้ว คาดว่าน.ส.ทานตะวัน จะได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้

เมื่อเวลา 16.45 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ปล่อยน.ส.ทานตะวัน โดยคุณแม่ได้ขับรถยนต์เข้าไปรับด้านในทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่ออกมาน.ส.ทานตะวันได้ยกมือไหว้ผู้ที่รอรับและให้กำลังใจ พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณจริงๆ ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากคำว่าขอบคุณมากๆ ตอนอยู่ข้างในกำลังใจจากคนข้างนอกเป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นแรงผลักดันให้เราใช้ชีวิตอยู่อย่างมีกำลังใจ

หลังจากนี้ คุณแม่จะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เนื่องจากร่างกายต้องได้รับการฟื้นฟู เนื่องจากอดอาหารประท้วงมาเป็นเวลานาน มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสขณะที่หยุดรถทักทายมวลชน

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่งรัชดา ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มประชาชนนำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม นายธนพร วิจันทร์ และ น.ส.ภรณ์ทิพย์ สยมชัย พร้อมด้วยนายสุรชัย ตรงงาม นายสัญญา เอียดจงดี และ นายสุทธิเกียรติ คชโส ทนายความ ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส., สำนักนายกรัฐมนตรี, กองบัญชาการกองทัพไทย, กระทรวงการคลัง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อศาลแพ่งและขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกีดขวางปิดกั้นการชุมนุมที่ทางกลุ่มได้ปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้ายูเอ็นและจะเตรียมเคลื่อนขบวนใหญ่อีกครั้งไปทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 30 พ.ค.นี้

นายธนพรกล่าวว่า ที่เรายื่นฟ้องในวันนี้เพื่อขอให้เพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการออกมารวมกลุ่มหรือแสดงความคิดเห็นของประชาชน และเราคิดว่าการชุมนุมที่ผ่านมาเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งเป็นไปตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานของรัฐพยายามใช้สิ่งกีดขวางช่วงเวลาที่เรามาชุมนุมเพื่อปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพ พวกเราจึงคิดว่าวันนี้จะมาขอฟ้องเพิกถอนและขอให้เพื่อให้เจ้าหน้ารัฐและตำรวจยกเลิกการ ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน

นายสุทธิเกียรติ ทนายความกล่าวว่า วันนี้นอกจากการยื่นฟ้องเพื่อขอให้มีการเพิกถอนข้อกำหนดของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 15 ฉบับที่ 15 ข้อ 3 และฉบับที่ 37 ข้อ 2 ที่มีข้อความว่าห้ามชุมนุม รวมถึงประกาศที่ออกโดย ผบ.สส. ที่มีการกำหนดเขตพื้นที่ห้ามชุมนุม นอกจากนั้นแล้วเรายังมีการขอเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการละเมิด เป็นจำนวนเงิน 1,800,000 บาท ซึ่งในวันที่ 24 พ.ค. ในการทำกิจกรรมของประชาชนได้มีการปิดกั้น กีดขวางเส้นทาง ใช้รั้วลวดหนาม และอุปกรณ์ที่ไม่ได้กำหนดตามกฎหมายเช่นตู้คอนเทนเนอร์ และเราจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากประชาชนที่มีการชุมนุมอยู่ในปัจจุบันนี้ที่หน้าตึกยูเอ็นจะเคลื่อนขบวนใหญ่ไปที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ค. นี้ ก็จะทำให้เกิดการละเมิดอีกฉะนั้นมันจะเป็นการละเมิดที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่พนักงานตำรวจก็จะอาศัยข้อกำหนดที่ห้ามชุมนุมดังกล่าวมาใช้ในการปิดกั้นและห้ามชุมนุมของประชาชนเพราะฉะนั้นเราจึงได้มายื่นฟ้องและขอคุ้มครองชั่วคราว

โดยศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนฉุกเฉินกรณีประชาชนยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวบ่ายนี้ โดยมีพยานสองปาก ได้แก่นายนิมิตร์ เทียนอุดมโจทก์ที่หนึ่งและพยานผู้เชี่ยวชาญ รศ.ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวิจัยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน