‘ชวน’สั่ง-บรรจุญัตติเชือดฉลุยส่งครม.เคาะวัน
‘บิ๊กตู่’ปัดตอบ พรรคภูมิใจไทยเสนอปรับครม.หรือไม่ ‘ชวน’ไฟเขียว บรรจุวาระซักฟอกเป็นเรื่องด่วน แจ้งครม. รับทราบเพื่อกำหนดวันระเบิดศึก เพื่อไทยเย้ย พปชร.ตั้งมือปราบมารหน้าละอ่อน ไร้ประสบการณ์ ซัดองครักษ์พลังกล้วยแค่ ‘ทีมรับจ๊อบป้องมาร’ ‘สุทิน’ไม่แปลกใจ ‘บิ๊กป้อม’ยอมรับพลังประชารัฐเป็นรอง เพื่อไทยทุกที พปชร.ส่ง‘ธณิกานต์’ที่ถูกศาลสั่งยุติหน้าที่ส.ส.นั่งกรรมาธิการวิสามัญกฎหมายคู่ชีวิต เลขาธิการสภายันทำได้ ‘เอ๋-ปารีณา’โวยสองมาตรฐาน
‘บิ๊กตู่’ปัดตอบภท.ชงปรับครม.มั้ย
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีกรณีที่นายคอลลิน เวียร์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โฮปเวลล์ ประเทศไทย ออกโรงทวงเงินรัฐบาลไทยกว่า 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมยอดค้างชำระย้อนหลัง 14 ปี ทั้งสิ้นกว่า 27,000 ล้านบาท โดยขอให้หยุดใช้กฎหมายและกระบวนการยุติกรรม หน่วงเหนี่ยวการ คืนเงินว่า “กระทรวงคมนาคมชี้แจงไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ได้พูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
‘ชวน’อนุมัติซักฟอก-‘สุทิน’ตื๊อ5วัน
เวลา 15.25 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้ส่งหนังสือยืนยันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มายังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว โดยประธานสภาจะอนุมัติให้บรรจุระเบียบ วาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งไปยังนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ให้รับทราบญัตติ ดังกล่าวว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่ จากนั้นจะตอบกลับมายังประธานสภา เพื่อที่จะกำหนดวันอภิปรายต่อไป
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านยังยืนยันเช่นเดิมว่าต้องการเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน แต่นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล ยังคงเสียงแข็งจะให้แค่ 4 วันเท่านั้น ก็ต้องประชุมหารือร่วมกันของวิปสองฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปต่อไป การประชุมพรรคเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เป็นการเตรียมความพร้อมเดินหน้าการอภิปราย ซึ่งเป็นทั้งทีมกลั่นกรองเนื้อหาและกลั่นกรองบุคคล จะนำเนื้อหาและข้อกล่าวหาทั้งหมดมาดูเพื่อขัดเกลาและจัดระบบอีกครั้งให้แน่น ให้มีความคมมากยิ่งขึ้น โดยอาจมีบางประเด็นที่ต้องตัดออกและบางประเด็นที่เพิ่มขึ้น
ส่วนขั้นตอนการวางตัวผู้อภิปรายนั้นยังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ได้เจรจากับพรรครัฐบาลว่าจะได้เวลามามากน้อยแค่ไหน หากเราได้กรอบเวลามาจึงจะจัดคนถูก แต่ผู้อภิปรายของพรรคเพื่อไทยก็พอมองเห็นกันอยู่ คงไม่ปรับอะไรกันมาก และยืนยันว่าเรามีความพร้อม หากจะอภิปรายในสัปดาห์หน้าก็ทำได้เลย
เย้ยมือปราบมาร-เกทับ‘บิ๊กป้อม’
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลกรณีพรรคพลังประชารัฐแต่งตั้งมือปราบมารเพื่อถ่วงการอภิปรายหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเป็นแบบเดิมทุกครั้ง เมื่อก่อนเรียกว่า องครักษ์พิทักษ์โน้นนี้นั้น คราวนี้เรียกว่า มือปราบมาร คนที่ถูกตั้งมาล้วนเป็นผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ เป็นคนหน้าใหม่ๆ น่าจะเป็นการเรียนรู้มากกว่าและมองว่าองครักษ์ปราบมารยังเป็นหน้าละอ่อนกันอยู่ เมื่อเทียบกับตัวคนอภิปรายก็น่ารัก ไม่มีอะไรน่า เป็นห่วง
ต่อข้อถามว่ากังวลว่าจะมีงูเห่าเพิ่มขึ้น หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่แน่ใจ ทราบแต่ว่าจะมีทั้งขาเข้าและขาออก เพราะช่วงปลายสมัยและใกล้จะมีการเลือกตั้งแบบนี้ การโยกย้ายพรรคจะเกิดขึ้นทุกครั้ง อยู่ที่มารยาทของแต่ละพรรค ถ้าจะย้ายหรือรับไปอยู่ด้วยในสมัยที่สภายังอยู่ที่เดิม แต่ละพรรคต้องสงวนมารยาทเพื่อรักษาระบบสภา แต่หากหมดสมัยแล้วใครจะไปหรือจะอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุเป็นรองพรรค เพื่อไทยทุกทีอยู่แล้ว นายสุทินกล่าวว่า ที่จริงเป็นรองมาโดยตลอด ไม่ได้ซ้ำเติม เพราะเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็แพ้พรรคเพื่อไทย เราส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขต เห็นได้ชัดเจน ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้หากดูผลสำรวจความคิดเห็นทุกสำนักก็ชัดเจน ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยเก่งการเมือง แต่เป็นเพราะผลงานที่ประชาชนเปรียบเทียบระหว่างที่พรรคเพื่อไทยป็นรัฐบาลกับวันนี้ที่พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนสะท้อนออกมาสื่อถึงความเป็นจริง
แซะ‘นิโรธ’-ตั้งชื่อใหม่ทีมรับจ๊อบ
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนรู้สึกเซ็งเป็ดกับประธานวิปรัฐบาล ที่ออกมาประกาศตั้งทีม ส.ส. รัฐบาลว่าคณะปราบมาร เพื่อเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงๆ ทั้งหลาย ตนเข้าใจว่านายนิโรธอาจลืมกินยาเขย่าขวดเลยนึกว่าตนเองเป็นฝ่ายค้าน จะต้องไปปราบมารที่มีรัฐมนตรีฉ้อฉลทุจริต ในความเป็นจริงนายนิโรธต้องตั้งชื่อทีมใหม่เป็นทีมรับจ๊อบป้องมาร น่าจะถูกต้องมากกว่า ดูแล้วเหมือนจะกลัวกันจนตัวสั่น ถึงขนาดต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีแบบปลอบใจเรียกขวัญของตัวเองที่ขวัญหนีดีฝ่อไป
ขอเรียนไปยังนายนิโรธว่าพอดูรายชื่อองครักษ์ปกป้องมารแต่ละคน ตนเห็นแล้วหวิวแทน หากลุกขึ้นมาโชว์เท่ประท้วงเอาใจนายเลอะเทอะ ระวังหน่อมแน้มเรียกพี่ และอย่าปล่อยให้เสียของ เพราะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่แทนประชาชน เพราะลับดาบลงอาคม “มะอะอุ” ไว้จัดการ พี่ห้อยพี่โหน น้องจุกป้าแกะที่มีพลังกล้วยเป็นพลังงานขับเคลื่อนแล้ว และฝากประธานวิปรัฐบาลเช็กเสียงในการโหวตด้วย เพราะแค่กฎหมายสำคัญของรัฐบาลวันนี้ ประธานที่ประชุมกดออดจนไม่รู้จะกดอย่างไร เป็นอาการของรัฐบาลปลายเทอมที่ง่อนแง่น
“อยากให้นายกฯ และรัฐมนตรีไปเตรียมข้อมูลชี้แจงประชาชนที่เขาเชื่อไปแล้วว่ามีทุจริตจะดีกว่า ศึกซักฟอกนี้มีชื่อว่า The Last Supper of Prime Minister หรืออาหารมื้อสุดท้ายของเสนาบดี และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่สังคมและคนไทยจะไม่มีโอกาสให้อภัยรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ที่ส่งเสริมการทุจริตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คุยโวมาตลอดว่าจะแก้ไขปัญหาสังคมเศรษฐกิจและการปฏิรูปประเทศ แต่สุดท้ายเป็นเพียงแค่คำโกหกพกลมไปวันๆ” นายจิรายุกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 11 ส.ส.ทีมปราบมารของพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล นายภาคิน สมมิตรธนกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตร ส.ส.สระบุรี พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี นาง กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม.
เด็กภท.ซัดกลับ‘ภูมิธรรม’
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภา โพสต์ทวิตเตอร์ วิจารณ์นโยบายกัญชา และวัคซีนของพรรคภูมิใจไทย ว่าทุกภารกิจที่รัฐมนตรีของพรรคดำเนินการเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างตั้งใจ ไม่ใช่การโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะนโยบายกัญชาที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาตรการและประกาศกระทรวงมารับสถานการณ์ไว้แล้ว ด้วยการห้ามเยาวชน อายุต่ำกว่า 20 ปี และกลุ่มที่เป็น กลุ่มเสี่ยงใช้กัญชา
ขอบคุณในข้อห่วงใยของนายภูมิธรรมที่ได้ทักท้วงให้เห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แต่อยากให้เปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่บิดเบือน หรือหวังผลทางการเมือง เหมือนเช่นปัจจุบันที่มีนักการเมืองบางกลุ่มมีความพยายามสร้างกระแสต่างๆ ให้เกิดความหวาดหวั่น หวังดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทยมากกว่าการคำนึงถึง ผลประโยชน์ประชาชน ยืนยันว่าการปลดล็อกกัญชาเป็นความมุ่งหวังประโยชน์ทางการแพทย์ และเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะมายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
“นายภูมิธรรมมีตำแหน่งที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนพรรค คงไม่ใช้วิธีการพูดเช่นนี้ ซึ่งไปทำลายมิตรภาพระหว่างพรรค การเมือง หรือพูดโจมตีนโยบายพรรคอื่น ผมเชื่อว่าท่านเคยเจ็บปวดกับการกระทำแบบนี้มาแล้ว และในฐานะที่ผมมีความสนิทกับ นายภูมิธรรม อยากบอกว่าอย่าผลักมิตรไปเป็นศัตรู เพราะการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ดูที่ความนิยมของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ดูที่จำนวนส.ส.ซึ่งมีสิทธิ์โหวตทาง การเมือง แสดง ว่าส.ส.แต่ละพรรคมีความสำคัญในการโหวต เช่นเดียวกับร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่พรรคเพื่อไทยได้โหวตให้ความเห็นชอบเช่นกัน จึงอยากแนะนำว่า เรื่องนี้ควรปล่อยให้เด็กๆ ว่ากันในสภาจะ ดีกว่า” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
กมธ.คู่ชีวิตตั้ง‘อนุชา’เป็นประธาน
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม น.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต (ฉบับที่) พ.ศ. …
นายแทนคุณกล่าวว่า กรอบระยะเวลา การทำงาน กมธ.จะประชุมทุกวันพุธและพฤหัสบดี จะประชุมให้ได้ข้อยุติก่อนหมดวาระของสภา เพื่อโหวตวาระ 3 ทัน ซึ่งมี ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมประชุมด้วย เป็นการพูดคุยเนื้อหาสาระที่สำคัญ รวมถึงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เนื้อหารับรู้ออกไปสู่สาธารณชน
น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติ ตั้งนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรองประธาน 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชา ธิ ปัตย์(ปชป.) นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โฆษกกมธ. ได้แก่ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายชานันท์ ยอดหงษ์ นักประวัติศาสตร์และนักเคลื่อนไหวเพื่อความหลากหลายทางเพศ นายปีเตอร์ หลุยส์ ไมอ๊อคชิ นักแสดงชาวไทย และนายแทนคุณ
‘ธณิกานต์’ร่วมทีม-แม้ถูกสั่งยุติส.ส.
น.ส.ธณิกานต์ตอบคำถามถึงข้อสังเกตมีชื่อตนเองร่วมเป็นกมธ. ทั้งที่ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน เมื่อเทียบบรรทัดฐานเดียวกับคำสั่งศาลฎีกาที่ห้าม น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งกมธ. ว่า เรื่องนี้พรรคพลังประชารัฐมาทาบทาม ตนไม่แน่ใจจึงขอให้พรรค โดยวิปรัฐบาลตรวจสอบกับฝ่ายเลขาธิการสภา หลังวิปรัฐบาลไปคุยมาก็บอกว่าไม่มีข้อห้ามในการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกมธ.วิสามัญ ตนพร้อมเข้ามาทำหน้าที่เรื่องนี้ เพราะทำเรื่องผู้หญิง และ LGBT มานาน
ด้านนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า น.ส.ธณิกานต์ เป็นกมธ.วิสามัญได้ แม้จะถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นคนละกรณีกับ น.ส.ปารีณา ที่ศาลส่งหนังสือมาถึงสภา เป็นการเฉพาะเจาะจงห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจการงานสภาเพียงคนเดียว ส่วนกรณีอื่นที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้มีคำสั่งมาถึงสภา
‘เอ๋’โวยสภาสองมาตรฐาน
น.ส.ปารีณาให้สัมภาษณ์ว่า คำสั่งศาลฎีกาถือเป็นคำสั่งที่ออกมาเพื่อให้บังคับใช้โดยทั่วกัน ไม่ได้เจาะจงเฉพาะตนเอง อย่างที่เลขาธิการสภาให้สัมภาษณ์ จึงขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ เหตุใดปล่อยให้ น.ส.ธณิกานต์ มาเป็นกมธ.วิสามัญได้
ส่วนที่เลขาธิการสภาระบุศาลสั่งเฉพาะกรณีตน ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.คนอื่น น.ส.ปารีณาย้อนถามว่า “มันได้ด้วยเหรอคะท่านเลขาฯ” พร้อมกล่าวว่า การตอบคำถามแบบนี้เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน วันนี้จากคำสั่งศาลชัดเจนแล้วว่ามีบรรทัดฐานใหม่เกิดขึ้นและใช้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ใช้แค่เฉพาะน.ส.ปารีณา คนเดียวในโลก เป็นการตอบคำถามแบบส่งเดช ตอบมั่วซั่ว ตอบแบบไม่คิด ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลถือว่าเข้าข่ายมีความผิด และเรียกร้องให้บรรดานักร้องต่างๆ ไปยื่นร้องเรียน เพื่อตรวจสอบประธานสภาที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดเลือกปฏิบัติ
สภาเดือด-ขู่นับองค์ประชุม
เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม หลังผ่านร่างกฎหมายไปได้ 5 ฉบับ กระทั่งถึงการพิจารณาฉบับที่ 6 ร่างพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ วาระ 2-3 ตามที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พิจารณาเสร็จแล้วนั้น บรรยากาศเริ่มเกิดความตึงเครียด เมื่อที่ประชุมลงมติเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 4/1 ที่ กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สามารถนำเงินสะสมในกองทุน 30% มาใช้ในวัตถุประสงค์การจัดหาที่อยู่อาศัยได้ ทำให้ต้องกลับไปใช้เนื้อหาร่างเดิมที่ไม่ให้สมาชิก กบข.นำเงินสะสมไปใช้เพื่อที่อยู่อาศัยได้ ทำให้ส.ส.ฝ่ายค้าน รุมท้วงติงอย่างหนักที่ใช้เสียงข้างมาก ตัดประโยชน์ที่ข้าราชการควรได้ทิ้งไป
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้ประธาน กมธ.ถอนร่างพ.ร.บ.กลับไปทบทวนใหม่ และส่งกลับมาพิจารณาอีกครั้ง มิเช่นนั้นฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม แม้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. ยืนยันให้พิจารณาในมาตราที่เหลือต่อไป โดยขอให้ลงมติคว่ำเฉพาะข้อสังเกต แต่ฝ่ายค้าน ไม่ยอม
บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น เมื่อนาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ขู่เสนอนับองค์ประชุม ขณะที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล เสนอให้ประธานกมธ. ถอนเรื่องกลับไปทบทวนใหม่ ในที่สุดนายวีระกรยอมถอนกลับไปทบทวนใหม่ แล้วจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ ทำให้การประชุมสภาดำเนินต่อไปได้