ตายสลดอยู่ในห้องนอน วอดรวด5คูหา-รถอีก2คัน พฐ.-การไฟฟ้าเก็บหลักฐาน เร่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุ พยานเห็น-นาทีเพลิงลุก

สลดไฟคลอก 3 ศพ พ่อ-แม่-ลูกสาว 5 ขวบคาร้านทำเบาะรถ 5 คูหาตั้งริมถนนที่ทัพทัน อุทัยธานี เมียลูกจ้างอุ้มท้อง 3 เดือนวิ่งหนีตายออกมาได้ทัน ก่อนไปเคาะประตูเรียกแม่นายจ้างเข้าไปช่วยเหลือ จนท.ทุบพังกำแพงเข้าไปช่วยแต่ไม่ทัน ทั้ง 3 คนถูก ย่างสดเสียชีวิต เผยหนุ่มเจ้าของร้านเร่งทำเบาะรถเตรียมไปส่งที่ภูเก็ตตอนเช้า เพิ่งเข้านอนตอนตีสามครึ่ง แต่จู่ๆ ไฟไหม้สายไฟจากยอดเสาปูนตรงหม้อแปลงหน้าบ้าน ก่อนเพลิงลามตามสายไฟแล้วตกลงมาที่เพิงนั่งเล่นหลังคามุงแฝกของร้าน ก่อนลามไหม้ลงไปในบ้านที่มีฟองน้ำที่ใช้ทำเบาะกองอยู่เต็ม กลายเป็นเชื้อไฟทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วไปทั้งแถบ จนท.เร่งสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เมื่อเวลา 04.40 น. วันที่ 5 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ร้านพิเชษฐ์ทำเบาะรถยนต์ เลขที่ 10-15 ริมถนนสายทัพทัน-สว่างอารมณ์ หมู่ 2 บ้านดงดำ ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้งจึงได้ประสานไปยังเทศบาลทัพทัน พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรถน้ำ นายสมชัย อำพา นายกเทศบาลทัพทัน และสมาชิกเทศบาล รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุร้านเป็นปูน หลังคาไม้ ภายในมีฟองน้ำไว้ทำเบาะจำนวนมาก ทำให้ไฟลุกอย่างรวดเร็ว

จากนั้นนายสมชัยได้รีบประสานไปยังเทศบาลต่างๆ พร้อมกับอบต.ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อขอรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่เพิ่ม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้

ต่อมา นางสุชิน เหมือนทอง ซึ่งเป็นแม่เจ้าของร้าน และมีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ออกมายืนยันว่า ลูกชาย ลูกสะใภ้ กับหลานยังติดอยู่ข้างในที่เกิดเหตุ คาดว่าจะอยู่ในห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงทุบกำแพงอิฐตรงบริเวณห้องนอน เข้าไป พบร่างของนายพิเชษฐ์ เชียวเขตวิช นางสุณี เหมืองทองคำ และด.ญ.ธันวา อายุ 5 ขวบ ลูกสาว ทั้งหมดนอนเสียชีวิตในห้องนอนอย่างอนาถ สภาพโดนไฟคลอกไหม้เกรียมทั้ง 3 ราย

ย่าง 3 ศพ – ไฟไหม้ร้านพิเชษฐ์ทำเบาะรถยนต์ ริมถนนสายทัพทัน-สว่างอารมณ์ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ไฟคลอก นายพิเชษฐ์ เชียวเขตวิช นางสุณี เหมืองทองคำ เจ้าของร้าน และลูกสาววัย 5 ขวบ เสียชีวิต สอบเบื้องต้นพบไฟไหม้สายไฟหน้าบ้านแล้วลุกลาม เมื่อวันที่ 5 ก.ค.

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะที่จอดไว้หน้าร้านถูกไฟไหม้วอดพังเสียหาย 2 คัน รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ในการทำเบาะ และข้าวของต่างๆ ก็ถูกไฟไหม้วอดหมด เบื้องต้นความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นไฟไหม้สายไฟมาจากยอดเสาปูนตรงบริเวณหม้อแปลงไฟ ที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน หลังจากนั้นไฟไหม้ตามสายไฟแล้วสายไฟตกลงมาที่เพิงนั่งเล่นหลังคาแฝก และเกิดไฟไหม้หลังคา แล้วลามเข้าไปในบ้านวอดทั้งหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ ภจว.อุทัยธานี เข้าตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทัพธนพล ปรุงประทิน ผกก.สภ.ทัพทัน และพ.ต.ท. ณฐกร ใหม่นิถะ รอง ผกก.สอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอทัพทัน รุดตรวจสอบที่ เกิดเหตุ

จากการสอบถามนางนกน้อย อุปะชัย อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 262 หมู่ 4 ต.โคกพระ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนเผยว่า สามีตนเป็นลูกน้องของร้านทำเบาะที่นี่ และพักอยู่ที่ห้องเก็บของห้องที่ 3 ภายในห้องนอน ในวันเกิดเหตุสามีกลับไปบ้าน ตนนอนอยู่ในห้องคนเดียว ช่วงเวลา 03.45 น. ได้ยินเสียงหม้อไฟหน้าห้องระเบิด 2 ครั้ง จากนั้นเห็นเปลวไฟ ลุกวูบวาบที่หน้าห้องเลยเปิดผ้าม่านดู ก็เห็นไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงเปิดห้องรีบออกมาทางหลังบ้าน จากนั้นไปเรียกเคาะประตูห้องเจ้าของร้าน แต่ประตูห้องปิดล็อกแน่นหนา เรียกก็ไม่ได้ยิน จึงรีบไปบอกกับบ้านของแม่ผู้ตายที่อยู่ข้างกันแล้วพากันมาเคาะประตูอีก ตะโกนถามก็เงียบไม่มีเสียงตอบรับ

ด้านน.ส.สมคิด นิโรจน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า เช้าวันเดียวกันผู้ตายทั้ง 3 คน ต้องนำเบาะรถยนต์ไปส่งให้ลูกค้าที่จ.ภูเก็ต และรีบทำงานกันจนถึง 03.00 น. เพื่อเร่งงานให้เสร็จ คาดว่าน่าจะเข้านอนช่วงใกล้ๆ 04.00 น. เพราะช่วง 03.00 น. ผู้ตายยังลงเฟซบุ๊กอยู่เลยว่ายังทำงานอยู่

ขณะที่นายอารี ช่างปั้น พนักงานดับเพลิงกล่าวว่า หลังจากที่เทศบาลทัพทันได้รับแจ้ง ตนพร้อมด้วยรถดับเพลิงได้รีบไปยังที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ตายทั้ง 3 คนได้ เนื่องจากมีเปลวไฟ ควันไฟ เป็นจำนวนมาก กว่าทางเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงหลายพื้นที่เข้าไปช่วยผู้ตายที่อยู่ในห้องก็ใช้เวลานาน เพราะห้องปิดล็อกแน่นหนาและทึบ คาดว่าทำให้สำลักควันจนเสียชีวิต

สำหรับศพพ่อแม่ลูกที่เสียชีวิตคา กองเพลิงครั้งนี้ นางสุชินแม่ของผู้ตายได้นำไปตั้งไว้ที่วัดหนองหญ้าไทร ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีผู้ที่ทราบข่าวต่างมาร่วมงานจำนวนมากด้วยความเศร้าสลด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน