ไหม้บ้านปริศนา เร่งตามตัวพี่สอบ
ตะลึงเหตุไฟไหม้บ้านจ่าทหาร วัยเกษียณ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจที่เกิดเหตุ พบร่างผู้ตายมีโซ่ใช้พันรอบร่างอย่างปริศนา ดับคาซากกองเพลิงสยองเมืองชัยภูมิ เพื่อนบ้านของ ผู้ตายระบุ ทั้งบ้านมีสมาชิกอยู่กันแค่ 2 คน คือพี่ชายกับผู้ตาย หลังเกิดเหตุพี่ชายของผู้ตายที่วิ่งหนีออกมาได้ทัน กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตำรวจสั่งเร่งสอบหาต้นเพลิง พร้อมส่งศพส่งชันสูตรหาสาเหตุมีเงื่อนงำอื่นหรือไม่ พร้อมเร่งติดตามหาตัวพี่ชายของผู้ตายที่หายตัวไป กลับมาสอบปากคำเพื่อไขปริศนาของคดีว่าเกิดจากอะไรกันแน่
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ก.ค. พ.ต.ท. วิวัฒชัย รักแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรหนองบัวโคกว่า มีเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 1 ต.หนองบัวโคก จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองบัวโคก และหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิไประงับเหตุ ที่เกิดเหตุพบเปลวเพลิงกำลังไหม้ลุกลามจากชั้น 2 ของตัวบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง หลังจากใช้เวลากว่า 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมตรวจสอบด้วย

โซ่พันร่าง – จนท.ชันสูตรศพจ.ส.อ.สว่าง แบนขุนทด อายุ 70 ปี ทหารเกษียณอายุราชการ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาบ้านพักใน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ พบร่างถูกพันด้วยโซ่ เร่งตามตัวพี่ชายที่วิ่งฝ่ากองเพลิงหนีหายไปมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
จากการตรวจสอบบนชั้น 2 พบมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายชรา ทราบชื่อคือจ.ส.อ.สว่าง แบนขุนทด อายุ 70 ปี ทหารวัยเกษียณ สภาพศพถูกไฟเผาไหม้เกรียมอยู่ในสภาพนอนหงายอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้าน และเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยก็คือ มีโซ่ขนาดใหญ่พันอยู่รอบกายอีกด้วย นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบข้าวของถูกเผาไหม้ไปด้วยจำนวนมาก รวมทั้งรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น โดยมีรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีขาว ทะเบียน กต 1259 ชัยภูมิ ที่ชาวบ้านช่วยกันเข็นออกมาได้ ก่อนที่จะถูกเพลิงเผาไหม้เสียหายไปด้วย
สอบสวน นางอารี ครบขุนทด อายุ 50 ปี เพื่อนบ้านของผู้ตาย ให้การว่า ก่อนหน้านี้บ้านหลังดังกล่าว มีผู้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คนคือ พี่ชาย, จ.ส.อ.สว่าง ผู้ตาย และลูกสาวของจ่าสว่าง หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทำให้ลูกสาวของผู้ตายต้องปิดร้านที่หน้าบ้าน และออกไปทำงานในต่างจังหวัดได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ทำให้บ้านหลังที่เกิดเหตุมีผู้อยู่อาศัยเพียง 2 คนเท่านั้น กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุตนเห็นมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมา พี่ชายของ ผู้ตายต้องวิ่งหนีออกมาจากบ้านพักที่เริ่มจะมีเปลวไฟพวยพุ่ง จากนั้นก็หายไปไม่มีใครพบอีกเลย ส่วนกลุ่มชาวบ้านก็ต้องช่วยกันหาน้ำมาใช้ดับเพลิง ก่อนรีบโทร.แจ้ง เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยจนเพลิงสงบลง
ด้านนายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส กล่าวว่า หลังจากตนรับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้บ้าน จึงรีบเดินทางมาสั่งการ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ รวมทั้งการเสียชีวิตของจ่าสว่างด้วย เพราะต้องรอสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ โดยเฉพาะพี่ชายของผู้ตาย ซึ่งถือเป็นพยานปากสำคัญ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ร่วมทั้งต้องรอผลชันสูตรศพด้วยว่า มีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ ทำไมถึงมีโซ่มาใช้พันร่างแบบนั้น เมื่อเสร็จแล้วก็จะมอบศพให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายก็น่าจะอยู่ที่ 5 แสนบาท ซึ่งตนได้สั่งการให้เทศบาลตำบลหนองบัวโคก และกาชาดจังหวัดชัยภูมิเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว