มี17คนใกล้ชิด ผลตรวจผู้ป่วย พบเชื้อเยอะ!
กรมควบคุมโรคแจงกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยไทยติดฝีดาษลิงเพิ่มเป็น 17 ราย ผลตรวจ 16 รายแรกไม่พบเชื้อ ชี้ผลตรวจเชื้อในคอและแผลคนป่วยพบเชื้อเยอะ ขณะที่เคสแรก ชาวไนจีเรียที่ภูเก็ตไม่พบกลุ่มเสี่ยงเพิ่ม คัดกรองเดินทางเข้าไทย 2.5 พันรายยังไม่พบอาการเสี่ยง ทั่วโลกป่วยแล้ว 2.2 หมื่นรายใน 79 ประเทศ สลดคร่าชายบราซิล-ชาวยุโรป สธ.ยันมาตรการคุมโรคเหมาะกับสถานการณ์ประเทศแล้ว กำชับเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ชี้ตุ่มหนองแพร่เชื้อ มักเกิดในที่ลับ ยอดป่วยโควิดรายวัน ลดเหลือ 1.9 พันราย ตาย 32 แต่อาการโคม่าพุ่ง ต่อเนื่องกว่า 900 ตรัง ยอดเริ่มลด จากวันเดียวพุ่งพรวด 116 ราย เหลือ 41 ส่วน 29 จังหวัดไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม
เสี่ยงฝีดาษลิงเพิ่มเป็น 17 ราย
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคฝีดาษลิงในประเทศไทยว่า ผู้ป่วยรายที่ 1 เป็นชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี เริ่มป่วย วันที่ 9 ก.ค.2565 ผลตรวจยืนยันวันที่ 18 ก.ค. และหลบหนีไปกัมพูชาวันที่ 21 ก.ค. ปัจจุบันแผลแห้งตกสะเก็ดแล้ว ผลตรวจเป็นสายพันธุ์ Western African A.2 และจากการเฝ้าระวังผู้สัมผัสโรคในพื้นที่จ.ภูเก็ตและ ผู้ที่พบปะในสถานบันเทิงรวมกว่า 50 ราย ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่
ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 47 ปี ติดเชื้อจากชายต่างชาติ มีอาการวันที่ 15 ก.ค. เป็นตุ่มหนองที่อวัยวะเพศและใบหน้าแขนขา วันที่ 26 ก.ค. ไปรักษาที่ ร.พ.วชิรพยาบาล วันที่ 27 ก.ค. ผลตรวจ PCR ยืนยันโรคฝีดาษลิง วันที่ 28 ก.ค. 65 และผลตรวจวิเคราะห์พบเป็นสายพันธุ์ Western African B.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในแถบประเทศยุโรป กำลังติดตามชายชาวยุโรปที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยและคาดว่าเป็นผู้แพร่เชื้อโดยขณะนี้ทีมสอบสวนโรคได้ฆ่าเชื้อในบ้านของผู้ป่วยแล้ว พร้อมเก็บตัวอย่างจากผู้สัมผัสในบ้าน 2 หลัง รวม 17 คน เพื่อส่งตรวจในวันที่ 29 ก.ค. ผลตรวจออกมาแล้ว 16 ราย ผลเป็นลบ และรอผลตรวจอีก 1 ราย ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังต่อจนครบ 21 วัน
นพ.โสภณกล่าวว่า ได้กำชับไปยังกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค (คร.) และด่านควบคุมโรคติดต่อท่าอากาศยานนานาชาติ ให้ตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มงวด โดยกองด่านควบคุมโรคติดต่อฯ รายงานผลการตรวจคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ข้อมูลประจำวันที่ 29 ก.ค. ทำการ คัดกรองทั้งหมด 2,527 ราย แบ่งเป็น ผู้เดินทางจากโซนยุโรป จำนวน 2,389 ราย ผู้เดินทางจากแอฟริกา จำนวน 138 ราย พร้อมแจกบัตรคำเตือนสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่พบผู้มีอาการสงสัยป่วยโรคฝีดาษวานร
ส่วนสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลก นพ.โสภณกล่าวว่า ข้อมูลวันที่ 29 ก.ค. มีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 22,485 ราย พบเพิ่มขึ้นเป็น 79 ประเทศ โดยพื้นที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่พบอยู่ในแถบทวีปยุโรป ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 4,906 ราย สเปน 4,298 ราย เยอรมนี 2,595 ราย สหราชอาณาจักร 2,546 ราย ฝรั่งเศส 1,955 ราย และมี ผู้เสียชีวิต 5 ราย อยู่ในแอฟริกาทั้งหมดซึ่งเป็นผู้ที่มีโรคร่วม
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจหาเชื้อโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง (Monkeypox) ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ป่วยรายที่ 2 ชายไทย อายุ 47 ปี กรุงเทพมหานคร ว่า กรมวิทย์ได้รับตัวอย่างเชื้อมาแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ซึ่งยังไม่พบผู้ที่มีผลบวก ทั้งนี้ หากมีผลบวกในรายใด ต้องตรวจยืนยันอีกหนึ่งแล็บ อย่างไรก็ตาม กรมวิทย์ได้แจ้งไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ ว่า หากมีการส่งตัวอย่างเชื้อมา ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็ขอให้รับตรวจเชื้อด้วยน้ำยาและวิธีที่ส่วนกลางได้ถ่ายทอดไป เพราะหากต้องส่งมาที่กรมวิทย์ ส่วนกลางก็อาจช้าต่อการควบคุมการระบาดได้
เมื่อถามถึงค่าซีทีของเชื้อไวรัสที่ได้จากผู้ป่วยชายไทย 47 ปี นพ.ศุภกิจกล่าวว่า จากการเก็บเชื้อในลำคอ และตุ่มแผลที่มีหนองของผู้ป่วย เมื่อนำไปตรวจเชื้อก็พบว่ามีค่าซีที ที่น้อย หมายถึงมีเชื้อมาก แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า เป็นช่วงแรกของการติดเชื้อหรือไม่ เพราะยังมีข้อมูลวงรอบการติดเชื้อไม่ชัดเจน ซึ่งจะต่างจาก โควิด-19 ที่บอกได้ว่า เพิ่งติดเชื้อหรือว่ากำลังจะหายติดเชื้อ
เมื่อถามถึงการเก็บตัวอย่างเชื้อในผู้ป่วยชายชาวไนจีเรีย และชายไทย 47 ปีเพื่อเพาะเชื้อแล้วนำไปทดสอบภูมิคุ้มกันโรคจากผู้ที่ได้รับการปลูกฝีดาษในไทย นพ.ศุภกิจกล่าวว่า แม้จะได้เชื้อที่เพาะเป็นๆ มาทดสอบภูมิคุ้มกันโรค ก็ต้องอ่านและแปลผลต่อด้วย ขอให้รอการศึกษาข้อมูลอีกระยะหนึ่ง
ยันมาตรการรับมือดีแล้ว
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการป้องกันโรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิง ในประเทศไทย ว่า การจะยกระดับว่าเป็นระดับใด ต้องดูความสามารถในการแพร่เชื้อของโรค และธรรมชาติการแพร่เชื้อด้วย กรณีโรค ฝีดาษลิงมีลักษณะการแพร่เชื้อโดยการสัมผัสใกล้ชิดมากๆ ดังนั้น เราต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนถึงโรคดังกล่าว เตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวัง รวมถึงการ คัดกรองสอบสวนโรค ซึ่งการรับมือขณะนี้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ตอนนี้มีการเพิ่มระดับการคัดกรองที่สนามบิน เน้นกลุ่มผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยง เช่น ประเทศทางตะวันตก รวมถึงประเทศอื่นๆ แต่เราก็เน้นการคัดกรอง ผู้เดินทางมาทางอากาศเป็นส่วนใหญ่
นายอนุทินกล่าวว่า ปัญหาส่วนหนึ่งของการป้องกันโรค คือ พฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคฉุกเฉินออกมาให้ข้อมูลกับประชาชนทุกวัน ซึ่งมีข้อมูลว่า ความรุนแรงของโรคฝีดาษลิงมีน้อย แต่จะเกิดตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย เพียงแต่เวลาเรามองเห็นแล้วก็จะดูน่ากลัว เพราะมีแผล มีตกสะเก็ด ยิ่งในจุดซ่อนเร้นยิ่งมีแผลมาก อย่างไรก็ตาม การดูแลป้องกันโรคระดับครัวเรือน ก็อยากให้ทุกบ้านคุยกันถึงความเสี่ยงในการติดต่อเชื้อ หากมีกลุ่มที่มีความเสี่ยงก็ต้องคุยกันว่ามีอะไรที่เราต้องระวัง ส่วนนักเที่ยวที่มีความเสี่ยงมากๆ ทาง สธ.ก็จะเร่งทำความเข้าใจ ออกข่าวประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุด แล้วก็หมั่นตรวจตราในสถานที่เสี่ยง
นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการรักษาโรค ใช้การรักษาตามอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหายได้เอง ส่วนเรื่องวัคซีนป้องกันฝีดาษ จะสำรองให้กับบุคลากรทางการแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันคนทำงาน และสำรองไว้อีกส่วนหนึ่งในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ มีการเตรียมห้องแยกโรคไว้ให้ผู้ป่วย แต่ไม่ถึงขั้นกับโรคโควิดที่เป็นการแพร่เชื้อในระบบทางเดินหายใจ สำหรับการควบคุมโรคอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างที่เจอโควิด เราได้ความร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ทำให้เราควบคุมโรคได้ ทุกวันนี้พี่น้องประชาชน ก็ยังสวมหน้ากากอนามัยอยู่ จึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
สลดคร่าหนุ่มบราซิล-ยุโรป
วันเดียวกัน เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานว่า หลังจากทางการบราซิล แถลงพบผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิง 1 ราย ถือเป็นผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตรายแรกนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสฝีดาษลิงนอกทวีปแอฟริกาเมื่อเดือนเม.ย. 2565 โดยกระทรวงสาธารณสุขบราซิล ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 41 ปี มีโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งโรคประจำตัวเหล่านี้ทำให้ร่างกายทรุดหนักจน เสียชีวิตในที่สุด
สำหรับบราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญหน้ากับวิกฤตโรคฝีดาษลิงระบาด มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วอย่างน้อย 1,259 คน และต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 614 คน ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ป่วยฝีดาษลิงแล้ว 22,763 คนใน 78 ประเทศและเขตปกครอง ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 900 คน
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของสเปนแถลงยืนยันเช่นกันว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิง 2 ราย ถือเป็นผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตรายแรกของยุโรป และเป็นรายที่สองของการแพร่ระบาดในปีนี้ แต่ทางการสเปนปฏิเสธ ที่จะเปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียชีวิตว่าเป็นคนสัญชาติไหนหรือเพศหญิงหรือชาย
‘ฮู’ เตือนยอดตายพุ่ง
องค์การอนามัยโลกภาคพื้นยุโรประบุว่า คาดว่าจะมีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคฝีดาษลิงในภูมิภาคยุโรปเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่ย้ำว่าอาการที่รุนแรงและซับซ้อนของโรคดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยาก โดยนางแคเธอรีน สมอลล์วูด เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำสำนักงานฉุกเฉิน องค์การอนามัยโลกภาคพื้นยุโรป กล่าวว่า จากกรณีที่โรคฝีดาษลิงยังแพร่ระบาดต่อเนื่องในยุโรป ทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ดังนั้นเป้าหมายสำคัญที่จำเป็นต้องทำในตอนนี้คือ การขัดขวางและยุติการลามระบาดอย่างรวดเร็วในยุโรป การพบผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิงไม่ได้เปลี่ยนการประเมินสถานการณ์ในยุโรปขององค์การอนามัยโลก แม้กรณีติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถหายเป็นปกติโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาที่ร.พ.แต่โรคฝีดาษลิงอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงได้
ส่วนสถานการณ์ในประเทศยังน่า เป็นห่วง มีผู้ป่วยฝีดาษลิงที่ยืนยันแล้วเพิ่ม เป็นอย่างน้อย 4,298 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยหญิงเพียง 64 คน และอย่างน้อย 120 คนมีอาการหนักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
โควิดลดนิดๆ 1.9 พัน-ตาย 32
ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 1,962 ราย สะสม 4,588,512 ราย หายป่วย 2,157 ราย สะสม 4,532,830 ราย เสียชีวิต 32 ราย สะสม 31,359 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 24,323 ราย อยู่ร.พ.สนาม และอื่นๆ 12,104 ราย และอยู่ในร.พ. 12,219 ราย จำนวนนี้มี ผู้ป่วยอาการหนัก 920 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 456 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือ สีเหลืองสีแดง 17.2% ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำและผู้ติดเชื้อเดินทางจาก ต่างประเทศ ภาพรวมกราฟผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และ ผู้เสียชีวิตยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 29 ก.ค.2565 ฉีดได้ 30,427 โดส สะสม 141,538,384 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,131,384 โดส คิดเป็น 82.1% เข็มสอง 53,490,325 โดส คิดเป็น 76.9% และเข็มสามขึ้นไป 25,145 โดส สะสม 30,916,062 โดส คิดเป็น 44.4% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 6,235,356 โดส คิดเป็น 49.1% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ปี เข็มแรกฉีดได้ 3,245,675 โดส คิดเป็น 63% และ เข็มสอง 2,274,500 โดส คิดเป็น 44.2%
ตรังป่วยลดเหลือ 41
ด้านคร. รายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,290 ราย 2.สมุทรปราการ 126 ราย 3.ชลบุรี 110 ราย 4.ตรัง 41 ราย 5.ชุมพร 27 ราย 6.ขอนแก่น 25 ราย 7.ปทุมธานี 24 ราย 8.เชียงใหม่ 23 ราย 9.นนทบุรี 19 ราย และ10.บุรีรัมย์ 18 ราย
ภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 48 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วย 29 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ ตาก นครปฐม นครพนม นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พัทลุง พิจิตร แพร่ มุกดาหาร ลพบุรี ลำปาง เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี และหนองบัวลำภู สำหรับจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 29 ก.ค. พบผู้ป่วยใหม่มากถึง 116 ราย จากเดิมที่มีผู้ป่วยไม่เกิน 5 ราย วันเดียวกันลดลงเหลือ 41 รายแล้ว
การ์ดตก-สวมแมสก์ลดลง
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น การป้องกันตนเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยเป็นวิธีการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด
จากรายงานการสำรวจเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค พบว่า ช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา (พ.ค.-ก.ค.2565) ประชาชนมีพฤติกรรมสวมหน้ากากลดลง โดยในเดือนพ.ค. สวมหน้ากากอนามัยร้อยละ 96.1 ต่อมาเดือนก.ค.สวมหน้ากากอนามัยลดลงเหลือร้อยละ 94.6 สำหรับการล้างมือ ลดลงจากร้อยละ 91.5 เป็นร้อยละ 88.1 และการเว้นระยะห่าง ลดลงจากร้อยละ 84.6 เป็นร้อยละ 78.6 ในภาพรวม ผู้ที่ทำได้ครบทั้ง 3 พฤติกรรม มีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 82 เป็นร้อยละ 74.1 จึงขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ผู้มีโรคประจำตัวให้สวมใส่หน้ากากเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสถานที่ที่มีความแออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และเข้ารับวัคซีนให้ครบตามที่สาธารณสุขกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19
แจงลิงก์แจ้งรักษาโควิด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตาม ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้หน่วยงานภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นแต่อาการไม่รุนแรง ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการระบบการดูแลผู้ป่วย ผ่านช่องทางต่างๆ โดยรวบรวมลิงก์ลงทะเบียนรักษาโควิดทุกสิทธิรักษาพยาบาล เพื่อเข้ารับบริการพบแพทย์ทางไกล จัด ส่งยาถึงบ้าน
สำหรับรายชื่อและช่องทางติดต่อ โรงพยาบาลและร้านขายขายที่ร่วมดูแล ผู้ป่วย ดังนี้
1.ผู้ป่วยโควิดสิทธิบัตรทอง กลุ่มอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) รักษาด้วยระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พร้อมบริการจัดส่งยาถึงบ้านฟรี เฉพาะพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 5 จังหวัด นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาครเท่านั้น เลือกลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นใดแอพฯหนึ่ง ดังนี้
แอพฯ MorDee (หมอดี) คลิก https://form.typeform.com/to/cNKqNz3p สอบถามไลน์ไอดี @mordeeapp, แอพฯ Clicknic (คลิกนิก) คลิก https://forms.gle/hfo2Wr9jdvybn8d57 สอบถามไลน์ไอดี @clicknic และแอพฯ Good Doctor Technology คลิก https://forms.gle/YKVMKy1p8FRDDBje7
2.ผู้ป่วยโควิดทุกสิทธิรักษาพยาบาล เลือกรับบริการตามช่องทางดังนี้ ร.พ.สังกัดกรุงเทพมหานคร (รับทุกสิทธิรักษาพยาบาล) ดูรายชื่อและช่องทางติดต่อ http://msdmec.go.th/register_covid/ และร.พ.สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (รับทุกสิทธิรักษาพยาบาล) ดูรายชื่อและช่องทางติดต่อ https://drive.google.com/drive/folders/1Asadhl65rFhiiM86NUTAIfemqhT5X3oK
3.ผู้ป่วยโควิดสิทธิบัตรทอง 30 บาท และสิทธิประกันสังคม ครอบคลุมทั่วประเทศ รับยา-คำแนะนำการใช้ยา (เจอแจกจบ) ดูรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการคลิก https://www.nhso.go.th/downloads/197 และ4.ผู้ป่วยโควิดทุกสิทธิการรักษา (เฉพาะ กทม. นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ขอรับยาฟาวิพิราเวียร์ ผ่านสายด่วน สปสช. โทร.1330 โดยเจ้าหน้าที่จะ คัดกรองอาการ หากเข้าเกณฑ์จะจัดส่งยา ฟาวิพิราเวียร์ให้ถึงบ้าน

สังเวยโควิด – อาสาสมัครสวมชุดพีพีอีป้องกันเชื้อโรคเข้าไปนำร่างชาย วัย 74 ปี ไปฌาปนกิจ หลังป่วยโควิดแล้วเสียชีวิตในบ้านพัก ที่บ้านสันกำแพง หมู่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 ก.ค.
ชายโคราช 74 ปีดับ
ที่จ.นครราชสีมา หน่วยกู้ภัยฮุก.31 นครราชสีมา จุดไทยสามัคคี ได้รับการประสานแจ้งเหตุตรวจสอบเหตุบุคคล เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 55 บ้านสันกำแพง หมู่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พบร่างชาย อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านหลัง ดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง โดยลูกหลานและญาติแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษาโควิดที่ ร.พ.วังน้ำเขียว รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดก็ผู้ป่วยด้วย ประกอบกับผู้มีโรคประจำตัวทำให้ปอดอักเสบเสียชีวิต จากนั้นได้เคลื่อนย้ายร่างนำไปประชุมเพลิง ที่วัดบุไผ่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว
ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 416 ราย รักษาอยู่ 4,104 ราย รักษาหาย 203,935 ราย ป่วยสะสม 208,372 ราย และเสียชีวิตสะสม 333 ราย