ชาวบ้านนับพันคนแห่รับ ฝ่ายค้านย้ำไม่เกิน17สค. ยื่นตีความปมนายกฯ8ปี พปชร.เชื่อ‘ตู่’ฝ่าด่านได้

กกต.รอตรวจสอบปมนายกฯ 8 ปี ชี้หากมีเหตุต้องสิ้นสุด ชงศาลรธน.ตีความ ฝ่ายค้านย้ำยื่นแน่ กลางเดือนนี้ ยันศึกษาข้อเท็จจริงข้อกฎหมายแล้ว มั่นใจความเป็นนายกฯ ของ ‘ประยุทธ์’ ต้องสิ้นสุด ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ ขนแกนนำพปชร. เปิดเวทีหนองคาย โชว์ผลงานบริหารจัดการน้ำ ชาวบ้านแห่ฟังนับพันคน ชัยวุฒิโวพปชร.ขอปักธงหนองคาย ชิงพื้นที่เพื่อไทย ด้าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทัพสัญจรเชียงราย เปิดตัวผู้สมัครส.ส. 7 เขต ส่วนปชป.เตรียมบุกพิจิตร 19 ส.ค. ไม่หวั่นภท.ประกาศยกจังหวัด ‘หน่อย’ ก็ลุยภาคเหนือ ขอโอกาสชาวเชียงใหม่ สภานักศึกษามธ.นัดชุมนุมใหญ่ 10 ส.ค. ลานพญานาค มธ.ศูนย์รังสิต

กกต.รอตรวจสอบปมนายกฯ 8 ปี
วันที่ 6 ส.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อกกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมว่า โดยหลักการเมื่อสำนักงานกกต.ได้รับเรื่องแล้วจะมีการประมวลความเห็นเพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.ว่ากรณีนั้นมีเหตุสิ้นสุดลงของความเป็นนายกฯ หรือไม่ หากที่ประชุมเห็นว่ามีเหตุ ดังกล่าวจะจัดทำคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ต่อไป อย่างไรก็ตาม ทราบว่าส.ส.จะมีการเข้าชื่อร่วมกัน เพื่อยื่นคำร้องประเด็นนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เช่นกัน

ผู้ตรวจฯ ชี้เรื่องใหญ่ต้องรอบคอบ
ขณะที่ พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า ตามกระบวนการเมื่อมีผู้มายื่นคำร้อง ทางสำนักงานโดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบคำร้อง ลำดับแรกต้องพิจารณาว่า ผู้ตรวจฯ มีอำนาจรับไว้พิจารณาหรือไม่ หากมีอำนาจให้รับเรื่องไว้ได้ ขั้นตอนต่อมาต้องดูเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าเปิดช่องให้ผู้ตรวจฯ ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้หรือไม่ ถ้ากฎหมายเปิดช่องให้ส่งไปได้ต้องมาดูที่เนื้อหาสาระว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ ทุกเรื่องที่ ผู้ตรวจฯ จะต้องพิจารณาว่าจะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ล้วนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องดูข้อกฎหมายเป็นพิเศษและ หาข้อมูลด้วยความรอบคอบ เมื่อตรวจสอบว่ามีอำนาจจะพิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากกรณีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของคนในสังคม

ก้าวไกลรับกังวลคำตัดสินศาลรธน.
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปีว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วงกลางเดือนส.ค.นี้ หากตีความตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ ชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557 จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีในเดือนส.ค.นี้ นอกจากนี้ ในคำร้องยังระบุให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะตีความ

เมื่อถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ระบุให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน นายธีรัจชัยกล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีที่มายึดโยงกับการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 และที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญไม่เคยตีความให้พล.อ.ประยุทธ์มีความผิดเลย เรื่องนี้จึงทำให้หลายฝ่ายไม่มั่นใจว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร แต่ผลการตัดสินที่ออกมาจะถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป

ฝ่ายค้านยื่นตีความปม 8 ปี 17 ส.ค.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ว่า จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงในวันที่ 24 ส.ค. เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมกันแล้วเกิน 8 ปี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 82 มาตรา 158 วรรคท้าย มาตรา 170 และมาตรา 264 โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนส.ส.ที่มีอยู่เข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

นายชูศักดิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นคำร้องได้ประมาณวันที่ 17 ส.ค. และคาดว่าประธานสภาคงส่งเรื่องให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของคำร้อง และตรวจสอบรายชื่อสมาชิก น่าจะใช้เวลา 7 วันบวกลบ ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ในเวลาที่อยู่ครบกำหนด 8 ปีตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

มั่นใจความเป็นนายกฯ สิ้นสุดแล้ว
นายชูศักดิ์กล่าวว่า สำหรับสาระที่เป็นข้อกฎหมายคงจะรับรู้โดยทั่วกันแล้วว่ามาตรา 264 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เป็นอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้เป็นครม.ตามรัฐธรรมนูญนี้ โดยยกเว้นคุณสมบัติบางประการ แต่ที่ไม่ยกเว้นให้คือการเป็นนายกฯ เกิน 8 ปี ที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ซึ่งเราได้ศึกษาและมั่นใจว่าต้องพ้น คือเจตนารมณ์ของมาตรา 264 มาตรา 158 ที่ชัดเจนว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างไร ซึ่งมิได้มีการระบุว่าต้องเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น พร้อมทั้งได้ยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัยลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรีในยุคพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้

“คำวิจฉัยในเรื่องกฎหมายไม่มีผลย้อนหลังว่าตีความอย่างไร โดยรวมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของฝ่ายค้านค่อนข้างมั่นใจว่าคำร้องมีความสมบูรณ์ทั้งในเรื่องของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเจตนารมณ์ เข้าข่ายทำให้สรุปได้ว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลง” นายชูศักดิ์กล่าว

จี้‘บิ๊กตู่’ต้องแคร์คนหมู่มาก
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า นายกฯ ควรยึดเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้ใครเป็นนายกฯ เกิน 8 ปี ฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาอย่างไร ไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก เรื่องนี้นายกฯ ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่า สังคมส่วนมากคิดอย่างไร เพราะเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูความรู้สึกของคนหมู่มากด้วย

นายสมคิดกล่าวว่า ส่วนที่พรรคจะยับยั้งการพิจารณาพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ในวาระ 2 ที่มีการแก้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ด้วยการทำให้กฎหมายพิจารณาไม่ทันกรอบเวลา 180 วัน เพื่อกลับไปใช่ร่างที่ ครม. เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาที่มีเนื้อหาสำคัญคือ คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 100 นั้น ร่างที่ ครม.เสนอ ไม่ได้ถือว่าดีกว่าที่มีการปรับปรุงในรัฐสภา แต่สาระสำคัญคือ หารด้วย 100 เราจึงเลือกวิธีนี้ดีที่สุด ไม่ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ได้กฎหมายลูกที่ยึดตามหลักการที่รัฐสภารับมาในวาระแรกอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องแล้วแต่เสียงข้างมากในรัฐสภา แต่พท.จะต่อสู้ทุกทางให้กฎหมายลูกกลับมาหารด้วย 100 เท่านั้น

‘อุ๊งอิ๊ง’นำทีมพท.สัญจรเชียงราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 ส.ค. พรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค จะลงพื้นที่ จ.เชียงราย ภายใต้ชื่อ “ระดมพลคนเจียงฮาย มาเหนือสุด” เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากประชาชน ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. ส่วนช่วงบ่ายลงพื้นที่ อ.พาน และอ.แม่จัน

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เชียงรายทุกเขต ประกอบด้วย เขต 1 นายธนรัช จงสุทธานามณี บุตรชายของนางรัตนา จงสุทธานามณี ที่เตรียมย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขณะที่ตระกูลเตชะธีราวัฒน์ ที่มีนายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เขต 2 และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เขต 3 เปลี่ยนมือให้รุ่นลูกลง ส.ส.เขตแทน และตบเท้าเข้าบัญชี ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยส่งนายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ ลงเขต 2 และน.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เขต 3 ส่วนพื้นที่อื่นๆ ได้แก่ เขต 4 นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ เขต 5 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เขต 6 นายอิทธิเดช แก้วหลวง และเขต 7 น.ส.ละออง ติยะไพรัช

‘ป้อม’บุกหนองคาย-แห่รับคึกคัก
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ลาน ชิค ชิค มาร์เก็ต จ.หนองคาย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดงานโรดโชว์ “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” เป็นครั้งที่ 2 โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค นำทีมแกนนำพรรคและส.ส. อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ร่วมปราศรัยถึงผลงานของพรรคและรัฐบาล โดยพล.อ.ประวิตรพูดถึงผลงานการบริหารจัดการน้ำตามนโยบายรัฐบาล ขณะที่นายสุริยะปราศรัยถึงยุคทองอุตสาหกรรมภาคอีสาน เชื่อมโยงอีอีซี ขณะที่นายชัยวุฒิ จะพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลก้าวทันโลกออนไลน์ พร้อมเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย น.ส.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนเริ่มงาน มีประชาชนมาร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 3 พันคน โดยพร้อมใจสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน สกรีน “ไม่แล้ง ไม่จน สร้างคน สร้างงาน พลังประชารัฐ” ตามสโลแกนงาน ทั้งนี้ ในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานพรรค โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ การจัดการที่ดินทำกิน นอกจากนี้ยังมีรถฟู้ดทรักไอศกรีม ที่ติดป้าย พล.อ.ประวิตร และสโลแกนของพรรค อีกด้วย

มั่นใจ‘ตู่’ผ่านด่าน 8 ปีได้
เมื่อเวลา 16.50 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ว่า ตนไม่ขอก้าวล่วง ต้องรอคำวินิจฉัยศาล และนายกฯ ก็ไม่ได้พูดกับครม.เรื่องนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องนี้จะผ่านไปได้ และไม่เกี่ยวข้องกับคะแนนนิยมของรัฐบาล และพปชร. และการลงพื้นที่ในวันนี้แม้จะเป็นฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่เกี่ยวกัน เพราะปกติของการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ และยืนยันคะแนนของพรรคไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง 8 ปีของนายกฯ

“ผมเชื่อว่านายกฯ จะผ่านเรื่องนี้ไปได้ ด้วยศักยภาพของรัฐบาล จะทำให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคและอย่าไปคิดว่าใครเป็นคู่แข่ง” นายชัยวุฒิกล่าว

โวพปชร.ขอปักธงหนองคาย
ผู้สื่อข่าวถามมองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยจะลงพื้นที่จ.เชียงรายในวันที่ 7 ส.ค.นี้ นาย ชัยวุฒิกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรคจะเข้าหาประชาชน ถือเป็นคนละพื้นที่กัน

เมื่อถามว่าส.ส 3 ที่นั่ง ในจ.หนองคาย เป็นของพรรคเพื่อไทย จะช่วงชิงมาได้หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องลงพื้นที่พบประชาชนก่อน เราเป็น ผู้ท้าชิงก็ต้องทำงานให้หนักกว่า และเชื่อว่าในแต่ละครั้ง จะเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับกระแสและสถานการณ์

ป้อมลั่น‘ผมจะเอา3เขต’
เมื่อเวลา 17.20 น. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่า การวางตัว ผู้สมัครส.ส.อีสานตอนบนขณะนี้เต็มแล้ว ส่วนจ.หนองคายที่มี 3 เขต และเดิมเป็นของพรรคเพื่อไทยนั้น เราหวังทั้งหมด 3 ที่นั่ง “ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเคยครองพื้นที่อยู่นั้นก็ว่ากันไป ก็แข่งกัน ใครชนะก็ว่ากันไป เพราะผมจะเอา 3 เขต”

ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดหวังส.ส.ในพื้นที่อีสานทั้งหมดเท่าไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้การณ์ข้างหน้าได้อย่างไร แต่พอบอกไม่รู้ ก็บอกไม่รู้อีกแล้ว

เมื่อถามถึงสโลแกน ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่ หมายถึงอะไร พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า ก็ไม่แล้งใช่หรือไม่ ไม่แล้งมา 3 ปีแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือ

‘ปู’เสียดายแทนคนหนองคาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่พล.อ.ประวิตร จะนำทีมแกนนำ พปชร. ลงพื้นที่จ.หนองคาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุ เสียดายแทนคนหนองคาย พลาดโอกาสใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูง ถ้าเกิดขึ้นจริง ประเทศไทยพัฒนาไปได้ไกลกว่าวันนี้

เสี่ยตุ๋ยโวกระแสดี-โต้นั่งร้าน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวพรรคไปเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลากหลายวงการทั้งผู้ทำงานด้านการเมืองเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว และคนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานและมีอุดมการณ์เดียวกัน ที่ผ่านมาตนไม่ได้เดินสายหรือติดต่อกับใครเป็นพิเศษ ทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าเห็นด้วยกับแนวทางของพรรค ตนยินดี มาทำงานเพื่อบ้านเมืองด้วยกัน

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า สำหรับข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เป็นพรรคนั่งร้านให้พล.อ. ประยุทธ์นั้น ก็เป็นกระแสที่ต่างคนต่างพูด เรื่องจริงเป็นอย่างไรจะปรากฏขึ้นเอง ยืนยันว่าการทำพรรค ไม่ได้ยึดโยงหรือมีวาระอื่นๆ นอกจากตั้งใจเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมอย่างแท้จริง โดยสมาชิกที่มาร่วมกันทำงานก็ไม่ได้เข้ามาเพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง

“เราไม่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อแสวงหาสถานะ อำนาจบารมี ทางการเมืองเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับพวกเรา แต่เราจะอาศัยอำนาจทางการเมืองตรงนี้เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนทุกรูปแบบ เราจะไม่เข้าไปทะเลาะทางการเมือง แต่เราจะทะเลาะกับความเหลื่อมล้ำ เราจะทำสังคมให้เท่าเทียม เราจะทะเลาะกับสิ่งที่ทำให้ประชาชนขาดโอกาสดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียมเสมอภาค” นายพีระพันธุ์กล่าว

โบ้ย้ำหนุน‘ตู่’นายกฯอีกสมัย
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ขอจดจัดตั้งพรรคเทิดไท กล่าวถึงการตั้งก่อพรรคเทิดไทว่า ตนเป็นหางราชสีห์มานาน ต้องเป็นหัวสักครั้ง ตนมีเครือข่ายเป็นเกษตรกร คนรากหญ้า เป็นอดีตหมู่บ้านคนเสื้อแดงที่กลับเนื้อกลับใจมาร่วมปกป้องสถาบันและสนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งคนเหล่านี้อยากให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น โดยจุดยืนตนยังชัดเจน คือ 1.ปกป้องสถาบัน 2.สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ได้เป็นนายกฯอีกสมัย ส่วนเรื่อง 8 ปี ตนมั่นใจว่าไม่มีปัญหา

นายเสกสกลกล่าวว่า ส่วนที่มีคนถามว่าพรรคเทิดไท มีกระสุนเพียงพอสำหรับการเลือกตั้งหรือไม่นั้น เรื่องกระสุนไม่ใช่สาระสำคัญ เราทำเพื่อประเทศ ประชาชน อย่าไปยึดติดเรื่องเงิน ส่วนจะได้แค่ไหน ก็เป็นดุลพินิจการตัดสินใจของประชาชน พรรคเทิดไทแม้จะเป็นพรรคที่ยากจน แต่เป็นพรรคที่จริงใจ

พร้อมส่งครบทั้งเขต-บัญชีรายชื่อ
นายเสกสกลกล่าวว่า ที่มาของงบที่จะใช้ดำเนินกิจกรรมของพรรคคือ 1.เงินอุดหนุนพรรคจากกกต. 2.เงินบริจาค 3.จากสมาชิกพรรคที่ให้การสนับสนุน เชื่อว่าเมื่อไม่ต้องซื้อเสียงเข้าไปเป็นส.ส. ค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งเราพอหาได้ และตั้งเป้าส่งลงสมัคร ส.ส.เขต ดูจากเรามีเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ มีอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง มั่นใจว่าจะส่งได้ครบทั้ง 400 เขต รวมถึงบัญชีรายชื่อครบ 100 คน

นายเสกสกลกล่าวว่า ส่วนที่มีคนวิเคราะห์ว่าประมาณ 4-5 พรรคขณะนี้เป็นของพล.อ.ประยุทธ์นั้น ให้ไปถามหัวหน้าพรรคของแต่ละพรรค แต่พรรคเทิดไท จุดยืนชัดเจนคือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกสมัย เชื่อว่าคงไม่ตัดคะแนนกันเอง เพราะฐานใครก็ฐานคนนั้น ยืนยันว่าเทิดไท ไม่ใช่พรรคแตกแบงก์ เป็นพรรคจริงใจ ไม่ใช่พรรคที่ออกจาก พปชร. แต่เป็นพันธมิตรกันได้

ปชป.ไม่หวั่นภท.ขอกวาดพิจิตร
นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคเหนือ เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ จะเป็นวันครบรอบวันเกิดของ นายไพฑูรย์ แก้วทอง บิดา จะครบอายุ 85 ปี แต่ปีนี้จะจัดในวันที่ 19 ส.ค. ที่โรงเรียนหนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร จัดเลี้ยงทั้งหมด 500 โต๊ะ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยส.ส.ของพรรค จะมาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ นายจุรินทร์จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้ง 3 เขตของจ.พิจิตร ประกอบด้วย เขต 1 พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้ เขต 2 นายวราวุธ แก้วทอง และเขต 3 นายมานพ เกศเมฆ

“กรณีพรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนจะเอาส.ส.พิจิตรทั้ง 3 เขตนั้น เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสินใจ ผมเชื่อว่าพรรค ปชป.ก็ถือว่าผู้สมัครส.ส.ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน ดังนั้น ปชป.สู้ อยู่แล้ว” นายนราพัฒน์กล่าว

นราพัฒน์ลาส.ส.-ไปช่วยงานรมต.
นายนราพัฒน์กล่าวด้วยว่า ตนจะลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไปทำหน้าที่ผู้ช่วยรมว.เกษตรและสหกรณ์ ด้วยเหตุผลว่าสามารถช่วยเหลือชาวบ้านและเกษตรกรได้มากกว่าตำแหน่งที่เป็นอยู่ ซึ่งขณะนี้ทำหนังสือส่งไปยังหัวหน้าพรรคแล้ว รอการพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง โดยจะใช้เวทีของวันที่ 19 ส.ค. ประกาศให้ชาวพิจิตรได้ทราบอย่างเป็นทางการ

เปิดตัวผู้สมัคร – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยแกนนำ ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ พร้อม เปิดตัวผู้สมัครส.ส. เชียงใหม่ ลำพูน และตาก บางส่วน ที่โรงแรมเซ็นทาราเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

‘หน่อย’นำทัพอ้อนชาวเชียงใหม่
ที่ห้องแกรนด์บอนรูม โรงแรมเซ็นทาราเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค เช่น นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น นายราม คุรุวาณิชย์ นำทีมไทยสร้างไทย พบปะพูดคุยกับ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจภาคเหนือ และประชาชน พร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ ลำพูน และตากบางส่วน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างล้นหลามจากประชาชน และแกนนำในพื้นที่

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เชียงใหม่และภาคเหนือมีแหล่งทรัพยากร และศักยภาพของผู้คนที่ทำมาหากินได้หลากหลาย ซึ่งพรรคเห็นว่าปัญหาใหญ่ คือการไม่ได้รับโอกาส และการสนับสนุนอย่างจริงจัง ดังนั้น พรรคจึงขออาสาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชาวเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พรรคจะสร้างโอกาส สร้างรายได้ ไม่สร้างวิกฤตความขัดแย้ง

เปิดตัวผู้สมัคร 3 จังหวัดเหนือ
จากนั้น ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ ลำพูน และตาก ท่ามกลางสมาชิกพรรคและประชาชนภาคเหนือที่มาร่วมให้กำลังอย่างคึกคัก โดยจ.เชียงใหม่ ได้เปิดตัว ผู้สมัครส.ส. 10 เขต ประกอบด้วย นายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ อดีตนักกการเมืองท้องถิ่น ว่าที่ ผู้สมัครส.ส.เขต 1 นายเอกพล พงษ์พิกุล นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และขนส่ง เขต 2 นายพรชัย อรรถปรียางกูร เขต 3 นายบุญทา ชัยเลิศ อดีตนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงใหม่ เขต 4 นางวาสนา ทองสุข นักธุรกิจด้านท่องเที่ยว เจ้าของกิจการปางช้างแม่แตง เขต 5

นพ.แทนคุณ นพรัตน์สังวาลย์ หมอ นักกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในพื้นที่ เขต 6 นายวรโชติ จี้เรือน นักบริหารการศึกษา เจ้าของวิทยาลัยนอร์ทฝาง เขต 8 นายปรเมธากร สวนแก้ว นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขต 9 น.ส.ณัชชา โปธายี่ เขต 10 และพ.ต.ท.อดุลย์ คำมูล อดีตนายตำรวจตชด. เขต 11

จ.ลำพูน เปิดตัว 2 เขต นายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ อดีตรองประธานสภาอบจ.ลำพูน เขต 1 นายณรัศมิน เทพมณี นักธุรกิจหนุ่มอดีตประธานสภาเด็กและเยาวชนลำพูน เขต 2

จ.ตาก เปิดตัว 3 เขต นายศิริกุล อนุตรพงษ์ นักธุรกิจจัดสรรที่ดิน เขต 1 นายอภิสิทธิ์ สายธารอิสระ เขต 3 และนายนัสชัย มูลสาย นักบริหารชุมชน เขต 4

นัดชุมนุม – ตัวแทนสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, พรรคโดมปฏิวัติ ร่วมแถลงข่าว นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

นักศึกษามธ.นัดชุมนุม10สค.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายศรัณย์ สัชชานนท์ ตัวแทนสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แถลงถึงการจัดการชุมนุมในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เวลา 17.00 น. ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อรำลึกถึงเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย้ำเตือนต่อประชาคมธรรมศาสตร์ และประชาชนว่าเราจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน

นายศรัณย์กล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 ส.ค. จะเปิดให้นักศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างสันติวิธี ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แม้การแสดงออกครั้งนี้จะถูกขัดขวางในทุกกระบวนการของมหาวิทยาลัย แต่เรายืนหยัดจะต่อต้านการกระทำอันขลาดเขลา และหวาดกลัวต่ออำนาจอยุติธรรมของผู้มีอำนาจในมหาวิทยาลัย ย้ำว่าทางผู้จัดได้คำนึงถึงเงื่อนไขในข้อกฎหมาย จัดกิจกรรมให้เป็นไปโดยชอบด้วยข้อกำหนด กฎหมายและรัฐธรรมนูญ เราขอให้คำมั่นว่า การกระทำจะเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายศรัณย์กล่าวว่า กิจกรรมในงานเราเน้นปลุกจิตสำนึกด้านประชาธิปไตย ส่วนข้อเรียกร้องทางการเมือง รวมถึงแกนนำที่เคยร่วมกิจกรรมทางการเมืองนั้น ขอให้ติดตามภายในงาน อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดได้ประสานคณะกรรมการควบคุมโรค จ.ปทุมธานีแล้ว โดยนำพ.ร.บ.การชุมนุมมาปรับใช้โดยอนุโลมด้วย และอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากมหาวิทยาลัย แต่ยังไม่เสร็จ ไม่ว่าข้อตกลงใดๆ หรือมติที่มหาวิทยาลัยจะประกาศออกมา จะไม่มีผลทำให้ ผู้จัดจะยกเลิกการจัดงาน ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้น กิจกรรมในวันที่ 10 ส.ค. จะจัดที่ลานพญานาคเหมือนเดิม

อนุชาตั้งเป้าหวยออนไลน์20ล้านใบ
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวในรายการ คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่า โครงการสลากดิจิทัลจะดำเนินการขยายจุดขายสลาก 80 บาทให้ได้ 2,000 จุดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในปั๊มน้ำมัน ส่วนกรณีที่เปิดขายสลากดิจิทัลแล้วหมดอย่างรวดเร็วจะมีการเพิ่มปริมาณสลากในอนาคตหรือไม่นั้น คาดการณ์ว่าจะขายให้ได้ 20,000,000 ฉบับถึงสิ้นปีนี้ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้ค้าสลากใบกับสลากดิจิทัล ให้เกิดความสมดุลและให้ทุกคนได้มีโอกาสปรับตัว ขณะเดียวกัน กองสลากพยายามจะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาแก้ปัญหาสลากเกินราคา และแก้ปัญหาผู้ขายเกินราคาด้วย อนาคตจะมีสลากชนิดใหม่เข้ามา เท่าที่ทราบขณะนี้กำลังรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ เป็นการสำรวจความคิดเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่อย่างไรในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ของกองสลากนี้

นายอนุชากล่าวว่า สลาก 80 บาททั่วประเทศทำได้จริงแล้ว หากประชาชนช่วยกันในการรักษาสิทธิที่จะซื้อสลากกินแบ่งในราคา 80 บาท ผู้ค้าสลากก็พยายามปรับตัวและหาวิธีที่จะค้าขายให้ได้ในราคา 80 บาท กองสลากก็พยายามทำงานได้หลายมิติทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มจุดขายสลาก 80 บาท การขายสลากผ่านแอพฯ เป๋าตังในเรื่องของการขายในระบบดิจิทัล เชื่อว่าสามารถแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ไม่ให้ใครมาเอารัดเอาเปรียบได้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่กองสลากร่วมกับคณะกรรมการช่วยกันดำเนินการแก้ไข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน