สลดโควิดคร่าเด็ก 6 ขวบ ยอดป่วยพุ่งอีก 1.9 พัน ตาย 33 ราย อาการหนัก 935 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 478 ราย สธ.ยันให้ร.พ. ซื้อยาต้านโควิดเอง อยู่ในแผนแต่แรก 3-4 เดือน สเต็ปเดียวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 เริ่ม 1 ก.ย.ไม่ช้า หากผู้ป่วยไปซื้อต้องมีใบสั่งแพทย์ อยู่ต่างจังหวัดซื้อได้ที่ร.พ.ประจำ ตำบล ร.พ.ชุมชน ส่วนกทม.เล็งกระจาย ให้คลินิก-ร้านขายยา เตือนไม่ใช่ยาที่ต้องมีไว้ประจำบ้าน ชี้โมลนูพิราเวียร์ และแพกซ์โลวิด เป็นยาปฏิชีวนะ หากไม่ป่วยแล้วกินเสี่ยงดื้อยา สสจ.ตราดแถลงเป็นทางการ หลังผลตรวจหนุ่มฝรั่งเศส ไม่พบฝีดาษลิง ทั้งที่กรมวิทย์การแพทย์ ชลบุรี และศูนย์โรคอุบัติใหม่ ร.พ.จุฬาฯ นายกฯ ยันคุมระบาดได้

เศร้าโควิดคร่า 6 ขวบ
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 1,955 ราย สะสม 4,609,406 ราย หายป่วย 2,294 ราย สะสม 4,556,796 ราย เสียชีวิต 33 ราย สะสม 31,663 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 20,947 ราย อยู่ ร.พ.สนามและอื่นๆ 9,721 ราย และอยู่ในร.พ. 11,226 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 935 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 478 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 15.7% ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ แต่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน ผู้ป่วยอาการหนักและใส่ท่อช่วยหายใจ อยู่ในระดับทรงตัว ส่วนผู้เสียชีวิตยังสูงต่อเนื่อง

ผู้เสียชีวิตมาจาก กทม.สูงสุด 6 ราย สมุทร ปราการ ปทุมธานี นครพนม นครศรีธรรมราช จังหวัดละ 3 ราย ลำปาง ชลบุรี นครสวรรค์ จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรสาคร นครปฐม เลย ตาก ตรัง ระยอง อุทัยธานี พระนครศรี อยุธยา และกาญจนบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยเป็นชาย 19 ราย และหญิง 14 ราย อายุ 6-98 ปี อายุเฉลี่ย 77 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง 100%

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 8 ส.ค.2565 ฉีดได้ 19,785 โดส สะสม 141,963,122 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,170,985 โดส คิดเป็น 82.2% เข็มสอง 53,565,533 โดส คิดเป็น 77% และเข็มสามขึ้นไป 15,184 โดส สะสม 31,226,604 โดส คิดเป็น 44.9% สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็มสามแล้ว 6,310,423 โดส คิดเป็น 49.7% ส่วนเด็กอายุ 5-11 ขวบ ฉีดเข็มแรก 3,264,746 โดส คิดเป็น 63.4% และเข็มสอง 2,325,633 โดส คิดเป็น 45.2%

ขณะที่กรมควบคุมโรค (คร.) รายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,368 ราย 2.สมุทรปราการ 92 ราย 3.ชลบุรี 69 ราย 4.นนทบุรี 58 ราย 5.บุรีรัมย์ 26 ราย 6.ขอนแก่น 23 ราย 7.อุตรดิตถ์ 22 ราย 8.สมุทรสาคร 18 ราย 9.สุโขทัย 17 ราย และ 10.อุบลราชธานี 17 ราย ภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 58 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วย 19 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ตาก นราธิวาส น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา พัทลุง มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ลพบุรี ลำปาง สกลนคร สระแก้ว สระบุรี และอำนาจเจริญ

ยันให้ร.พ.ซื้อยาอยู่ในแผน
ด้านนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการให้โรงพยาบาล จัดซื้อยาต้านไวรัสรักษาโควิดได้เอง เริ่มวันที่ 1 ก.ย.2565 โดยมีกระแสวิจารณ์ว่าช้าเกินไปหรือไม่ เหตุใดไม่ทำทันที ว่า การปรับให้แต่ละร.พ. จัดซื้อยาต้านไวรัสได้เอง อยู่ในแผนของ สธ.ในการเดินหน้าโรคโควิด-19 ให้เข้าสู่ระยะหลังการระบาดตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งมีการวางไว้ว่าแต่ละระยะจะดำเนินการอะไรบ้าง ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รายงานว่า มีผู้รับอนุญาตนำเข้ายา ทั้งฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ และเรมเดซิเวียร์หลายบริษัทแล้ว มีทั้งองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัทเอกชน

นพ.ธงชัยกล่าวว่า ความจริงยาต้านไวรัสซื้อขายได้นานแล้ว แต่บางบริษัทยังขายให้ภาครัฐเท่านั้น เพราะยายังขึ้นทะเบียนการใช้ในภาวะฉุกเฉิน จึงไม่กล้าขายให้เอกชน ที่ผ่านมา สธ.เป็นผู้จัดซื้อยาและกระจายไปยังร.พ.ต่างๆ ทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชน แต่ขณะนี้สถานการณ์ โควิดเปลี่ยนแปลงไป สธ.ก็ปรับบทบาท โดยแจ้งไปยังร.พ.ต่างๆ รวมถึงคลินิก ให้ซื้อยา ได้เองผ่านการบริหารจัดการงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน จึงทำหนังสือด่วนที่สุดเพื่อแจ้งร.พ.แต่ละแห่งให้เตรียมตัวจัดซื้อยาเอง พร้อมแจ้งว่ามีบริษัทใดบ้างที่ได้รับอนุญาตนำเข้า เพื่อให้ร.พ.ไปติดต่อ เนื่องจากต้องวางแผน จัดซื้อ มีขั้นตอนตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องใช้เวลา

เมื่อถามถึงกรณีการวิจารณ์ว่า สธ.เพิ่ง จะประกาศ เพราะการกระทุ้งของนักวิชาการบางคน นพ.ธงชัยกล่าวว่า เราดำเนินงานตามขั้นตอน ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีใครกระทุ้ง เพราะบริษัทยาก็ขออนุญาต อย.นำเข้ามานานแล้ว เพียงแต่หลายคนไม่ได้จัดซื้อยาเอง เพราะ สธ.จัดสรรยาให้ทั้ง ร.พ.รัฐ เอกชน สังกัดตำรวจ ทหาร กทม. ดังนั้นเมื่อเข้าระบบปกติ ยาต้านไวรัสโควิดจะเป็นยาตัวหนึ่งใน ร.พ.ที่มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ ซึ่งตอน ไข้หวัดใหญ่ 2009 เมื่อถึงจุดหนึ่ง ยาเพียงพอ มีบริษัทนำเข้ามาขายเยอะ จากนั้นก็เป็นยา ในบัญชียาของร.พ. มีการจัดซื้อเอง

“การให้ร.พ.ซื้อยาต้านไวรัสเอง ไม่เท่ากับประชาชนซื้อยาได้เอง เพราะยาต้านไวรัสต้องจ่ายโดยแพทย์ตามแนวทางเวชปฏิบัติดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด ดังนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยอาการน้อย ไม่มีความเสี่ยงแล้วจะไปขอซื้อยาในร.พ. เพราะการวินิจฉัยโรคต้องเกิดจากดุลพินิจของแพทย์” นพ.ธงชัยกล่าว

ป่วยซื้อเองต้องแพทย์สั่ง
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีคร. กล่าวว่า การให้โรงพยาบาลจัดซื้อยาเองได้นั้น เป็นนโยบายที่ออกมา 3-4 เดือนแล้ว แต่การจะออกประกาศอะไรต้องดูให้รอบคอบ ไม่ใช่ว่ามีใครมาเรียกร้องแล้วถึงทำ และเราดูช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ มีผู้รับอนุญาตจำนวนมาก และการซื้อขายยาก็ต้องอยู่ที่บริษัทยาด้วยว่าต้องการขายให้นอกเหนือจากภาครัฐหรือไม่ ถ้าเขาไม่ขายก็ซื้อไม่ได้ ทั้งนี้ ย้ำว่า ช่วงที่ยา มีจำกัดแล้วรัฐซื้อและกระจายทำให้ประชาชนทุกคนได้รับความเท่าเทียมในการได้ยา หากปล่อยให้ซื้ออย่างอิสระ คนที่มีกำลังทรัพย์น้อยอาจเข้าถึงยาได้น้อยกว่า แต่ปัจจุบัน เรากระจายไปได้ทุกพื้นที่ค่อนข้างครอบคลุม การเพิ่มโอกาสให้บางคนบางกลุ่มเข้าถึงยาได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะคนในเขตเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าปัญหาการกระจายยาในต่างจังหวัดแทบไม่มีหรือมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ปัญหา อยู่ใน กทม. ซึ่งไม่มี ร.พ.ชุมชน และร.พ.สต. ทำให้เวลาสั่งการกระจายยา สธ.ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ กทม.เข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น โดยทำให้ยา กระจายไปที่ใกล้ประชาชนมากที่สุด

“กทม.จุดที่ใกล้ประชาชนที่สุดไม่ใช่ รพ.สต. แต่เป็นคลินิก ร้านขายยา แนวคิด คือเอายากระจายไปตรงนั้น ส่วนการจ่ายยา ใช้ยา ย้ำว่าต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ดังนั้น ประชาชน ในกทม. ถ้าไม่ไปใช้สถานบริการตามสิทธิ ก็ไปที่คลินิกเอกชน หากคลินิกไม่มียา ก็สามารถ ออกใบสั่งแพทย์ไปซื้อที่ร้านขายยาได้ นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า ตามกำหนดการจะเริ่มวันที่ 1 ก.ย.ที่ให้สถานพยาบาลทุกแห่งซื้อยาได้เอง ส่วนกรณีกระจายไปร้านขายยา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะมีการหารือเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนวันที่ 1 ต.ค.จะเปลี่ยนจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงจากนี้ เพื่อให้ทุกคนมีเวลาเตรียมตัว หากประกาศวันนี้ ก็อาจจะวุ่นวาย เพื่อให้เตรียมตัวว่าเปลี่ยนแปลง มาตรการอะไรจะตามมา

เตือนไม่ใช่ยาประจำบ้าน
“ยารักษาโควิดมีทั้งคุณทั้งโทษ ไม่ใช่ยาสามัญที่ใครจะไปกินก็ได้ อย่างกรณียาปฏิชีวนะ ต่างๆ ก็ไปซื้อร้านขายยาโดยตรงไม่ได้ ในประเทศทางยุโรป ญี่ปุ่น ก็ไม่มีใครไปซื้อยาปฏิชีวนะเองที่ร้านขายยา เพราะอาจเกิดการแพ้ยาหรือเชื้อดื้อยาได้ แต่ที่เราเตรียมกระจายไปร้านขายยา เพราะ กทม.มีปัญหาไม่มีระบบ อย่างต่างจังหวัดที่เข้าถึง รพ.สต.ได้ง่าย แต่ย้ำการจ่ายยาต้องเป็นแพทย์สั่งเท่านั้น” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาโรคต้องเป็นไปตามข้อ บ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น เบาหวานก็ต้องให้ยารักษาเบาหวาน เป็นข้อบ่งชี้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ เช่นเดียวกับโควิดก็ต้องรักษาตามแนวทางปฏิบัติและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ที่สำคัญยาต้านไวรัส ทั้งยาโมลนูพิราเวียร์ และแพกซ์โลวิด ตอนที่ทำวิจัยทำในกลุ่ม ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการและมีปัจจัยเสี่ยง ดังนั้น หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงแล้วให้ยากลุ่มนี้ ก็มีคำถามว่า ผู้วิจัยไม่ได้ศึกษาวิจัยแบบนั้น จะทำนอกเหนือจากนั้นหรืออย่างไร และขณะนี้ เริ่มมีภาวะ รีบาวด์ หายจากโควิดแล้วกลับมา บวกใหม่แม้กินยาต้านไวรัสไปแล้ว นอกจากนี้ ยาโมลนูพิราเวียร์ และแพกซ์โลวิด เป็นยา ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ใช้ไม่ถึงปีก็ยังไม่ทราบถึงผลข้างเคียง ดังนั้น การใช้ยาควรเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

เมื่อถามว่าหากแพทย์จ่ายยาต้านไวรัสโควิด ไม่เป็นไปตามข้อบ่งชี้ผิดหรือไม่ นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า หากจ่ายยาไม่เป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เรียกว่าจ่ายตามใจหมอ หรือตามใจผู้ป่วย ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ผู้ป่วยอาจฟ้องร้องได้ ทางที่ดีที่สุดควรต้องจ่ายยาตามอาการ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่มีผู้เชี่ยวชาญ มีคณะกรรมการพิจารณาออกมาแล้ว ดีที่สุด

‘น้ำชา’โอดลองโควิดทำใจสั่น
ด้าน “น้ำชา” ชีรณัฐ ยูสานนท์ ดารานักร้อง ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านไอจี เล่าอาการ หลังติดเชื้อโควิด-19 ผ่านไอจี namcha_tea ว่า “ติดโควิด พ้นกักตัวมาได้ครบกำหนดซักพักแล้ว แต่ยังขึ้น 2 ขีดจนถึงทุกวันนี้ คุณหมอบอกว่าเป็นเชื้อตายไม่สามารถแพร่ได้แล้ว บางคนจะขึ้น 2 ขีดเป็นเวลา ถึง 90 วันก็เป็นได้ เมื่อคืนเข้านอนตอน 5 ทุ่ม ปกติเป็นคน นอนง่ายมาก อยู่ๆ ใจก็สั่นหนักมาก มีอาการ อึนๆ นอนไม่ได้ เลยไปร.พ. เอกซเรย์ปอด ยังปลอดภัยดี แต่จนตอนนี้ยังงงอยู่ว่าเมื่อคืนคืออะไร นึกว่าหัวใจจะวาย ทั้งหมดมวลคาดว่า คืออาการ ลองโควิด ไม่รู้จะเป็นอะไรต่อเลยน่ากลัวมากค่ะ”

หลังจากโพสต์ไป มีเพื่อนร่วมวงการบันเทิง และแฟนๆ เข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมกับอวยพรให้หายไวๆ

รัฐยันคุมระบาดฝีดาษลิงได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับสธ.ให้จัดเตรียมแผน และชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับกรณีให้ ร.พ.ทุกสังกัดทั้งของรัฐและเอกชน สามารถดำเนินการจัดซื้อยารักษาโควิด-19 ได้เอง ตั้งแต่ 1 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นทางเลือกสำหรับประชาชน

ส่วนกรณีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร (ฝีดาษลิง) นายธนกรกล่าวว่า ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี เผยข้อมูลอัตราการแพร่ระบาดของไวรัสฝีดาษลิง (RO) ซึ่งกรณีฝีดาษลิง 2022 มีค่า RO ประมาณ 1-2 ซึ่งหมายความว่าผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงสามารถแพร่เชื้อ ไปยังผู้อื่นได้เพียง 1-2 คน ทำให้คาดคะเนว่าจะควบคุมการระบาดของโรคได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับค่า RO ของโควิด-19 สายพันธุ์ย่อย โอมิครอน BA.1 มีค่า RO อยู่ที่ 8.2 และ BA.2 อยู่ที่ 12 ส่วนในไทยพบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิง จำนวน 4 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย และชาวไทย 2 ราย

ตราดแจงชาวฝรั่งไร้ฝีดาษลิง
ที่ห้องประชุมพลอยแดง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตราด นายสุรชัย เจียมกูล และนพ.ภาณุวัฒน์ โสภณเลิศพงศ์ ผู้ช่วยนพ.สสจ.ตราด แถลงกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากเกาะช้าง สงสัยเป็นโรคฝีดาษลิงว่า จากการส่งตรวจหาเชื้อ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.ชลบุรี และศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก ร.พ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และผลออกมาเป็นลบ ไม่ใช่โรคฝีดาษลิง หลังจากนี้จะตรวจหาเชื้อหาโรคอื่นๆ กับนักท่องเที่ยวรายนี้ต่อไปเพื่อหาสาเหตุอื่น ซึ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวรายนี้ยังคงรักษาตัวที่ ร.พ.ตราด หากปลอดภัยแล้วจะให้กลับบ้านทันที ส่วนความสงสัยเข้าข่ายฝีดาษลิงนั้น มาจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงและมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย กระทั่งพบตุ่มใสตามร่างกายและอวัยวะเพศ เมื่อตรวจสอบหาเชื้อแล้วสุดท้ายไม่ใช่โรคฝีดาษลิง

ด้านนายสุรชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผวจ.ตราด สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในพื้นที่ เฝ้าระวังโรคเร่งด่วน คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประชาสัมพันธ์ แจ้งให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทราบ เพื่อให้ความร่วมมือ เฝ้าระวัง และดูแลตนเองได้ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้เฝ้าระวัง ผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศ บริเวณด่านถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่, จุดผ่อนปรนบ้านมะม่วง อ.บ่อไร่ และช่องทางธรรมชาติ บ้านท่าเส้น อ.มืองตราด และมาตรการเฝ้าระวัง ในสถานพยาบาล คลินิกโรคผิวหนัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน