เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK จำนวน 1,663 ราย ป่วยสะสม 4,622,088 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,335 ราย หายป่วยสะสม 4,569,974 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย เสียชีวิตสะสม 31,858 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 20,256 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 9,354 ราย และอยู่ในร.พ. 10,902 ราย จำนวนนี้ มีผู้ป่วยอาการหนัก 937 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 486 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 15.5%
ทั้งนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 13 ราย ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันทรงตัวต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักและใส่ท่อช่วยหายใจเริ่มคงตัว ส่วนผู้เสียชีวิตยังสูงเกิน 30 ราย มีแนวโน้มยังสูงต่อเนื่อง
ผู้เสียชีวิต 30 ราย มาจากกทม. 8 ราย, เชียงใหม่ 5 ราย, นครราชสีมา 3 ราย, นนทบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช ตรัง จังหวัดละ 2 ราย และชัยภูมิ ลำปาง สงขลา นครสวรรค์ สระบุรี ชลบุรี นครนายก ราชบุรี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 12 ราย และหญิง 18 ราย อายุ 45-97 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง 97% โดยโรคเรื้อรังประจำตัวที่พบเสียชีวิตสูงสุด คือ โรคไต 11 ราย, โรคหัวใจ 8 ราย, หลอดเลือดสมอง 5 ราย, มะเร็ง 3 ราย, อ้วน 2 ราย และติดเตียง 2 ราย โดยกทม.มีผู้ติดเชื้อมากสุดคือ จำนวน 1,209 ราย
การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 14 ส.ค. 65 ฉีดได้ 21,868 โดส สะสม 142,201,901 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,195,430 โดส คิดเป็น 82.2% เข็มสอง 53,605,220 โดส คิดเป็น 77.1% และเข็มสามขึ้นไป 31,401,251 โดส คิดเป็น 45.1% สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็มสามแล้ว 6,348,729 โดส คิดเป็น 50%