หนูสวีตรมต.ปชป.โต้แตกคอ ชวนโต้สกัดร่างพรบ.กัญชาฯ แม้วโพสต์ดุ-ฉะปฏิวัติ19กย.

ทักษิณโพสต์เดือด 16 ปีรัฐประหาร 19 กันยา 49 เสียดายโอกาสพัฒนาประเทศ เย้ยทหารแค่หัวหน้ายาม ไม่ใช่ซีอีโอบริหารประเทศ ปลุกต้านเผด็จการย้ำไม่นานได้กลับบ้าน ‘อนุทิน’ โชว์ควงแขน ‘สาธิต’ โต้กระแส ภท.แตกหัก ปชป. กรณีร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ หมอสุกิจโต้ข่าวลือ ‘ชวน’ อยู่เบื้องหลังสภาถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา กกต.จ่อออกคำเตือนช่วง 180 วัน แจ้งพรรค- ผู้สมัคร ส.ส. ‘ป้อม’ ลุยนราธิวาส ตรวจสถานการณ์น้ำ-พัฒนาชายแดนใต้ เขินหนักชาวบ้านเรียกเป็นนายกฯ กำชับข้าราชการให้ภูมิใจ ถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ภาคใต้เพราะความสามารถ ไม่ใช่โดนดอง ‘สุชาติ-วิรัช’ นำส.ส.พรรคพลังประชารัฐแห่รับ

ป้อมลงใต้-พปชร.พรึบรับ
เวลา 08.45 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง(บน.6) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะเดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส

เวลา 10.10 น. ถึงสนามบิน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำส.ส.พปชร. และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ต้อนรับ อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซะ ส.ส.นราธิวาส นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และเข้าห้องรับรองพูดคุยร่วมกัน ประมาณ 20 นาที ก่อนเดินทางด้วยรถโตโยต้า อัลพาร์ด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ และประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมติดตามการขับเคลื่อนมติ กพต.

เวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะเดินทางถึงมหาวิทยาลัยนราธิวาส พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. ต้อนรับ พร้อมรายงานสรุปการขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากรไทย-มาเลเซีย เสริม อัตลักษณ์ทางภาษา ประเพณีและวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมชมนิทรรศการเสริมสร้างศักยภาพมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ตามกรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมฟังบรรยายภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนายสุรสีห์ กิตติมลฑล เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

เยี่ยม‘นราฯ’ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการ นายกฯไปตรวจราชการ จ.นราธิวาส มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐภาคใต้ร่วมต้อนรับ โดยพล.อ.ประวิตรสวมหมวกแก๊ป ‘สร.1’ ด้วย

เขินถูกเรียกนายกฯ
จากนั้นพล.อ.ประวิตร พูดคุยกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับเกษตรกรชาวอำเภอรามันและสุไหงปาดี ซึ่งเกษตรกรรายงานถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการ พร้อมขอเสาไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

พล.อ.ประวิตร ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ พอใจหรือไม่ พร้อมขอให้ประสบความสำเร็จตามแผนงาน ขณะที่ตัวแทนเกษตรกร อ.สุไหงปาตี กล่าวขอบคุณและระบุว่า “พอใจมากครับท่านนายกฯ” พล.อ.ประวิตร อมยิ้มพร้อมตอบทันทีว่า“ผมไม่ใช่นายกฯ แต่เป็นรองนายกฯ” สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ร่วมงาน ก่อนที่พล.อ.ประวิตร ยิ้มอย่างเขินๆ และกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายพื้นที่ทำการปศุสัตว์ให้มากขึ้น และเชื่อมโยงการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุดโดยฝากกระทรวงพลังงานรับไปดำเนินการต่อ

ยันขรก.ย้ายมาใต้-ไม่ใช่ดอง
เวลา 12.10 น. ที่ห้องประชุมสภามหา วิทยาลัย พล.อ.ประวิตร เป็นประธานประชุม กพต. โดยกล่าวว่า ขอให้ข้าราชการในพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจและให้เข้าใจว่าการมาปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ไม่ใช่ส่งมาดอง แต่เป็นการคัดสรรหรือเลือกให้มาปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด ถือเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับการมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ยืนยันการโยกย้ายข้าราชการตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นการพิจารณาของต้นสังกัด ภายหลังประชุม พล.อ.ประวิตร ร่วมพบปะหารือกับผู้บริหารภาคธุรกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้นพล.อ.ประวิตรแถลงว่า ตนมาประชุม กพต.มีเรื่องรับทราบหลายเรื่อง การทำงานก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง และพิจารณาการบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ การสอนภาษาไทยให้เยาวชนอ่านออกเขียน เพื่อฟังข่าวสารทางราชการได้ รวมถึงการจัดสรรข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ มีวินัยที่ดีในการลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงการเยียวยาครูบุคลากรทางด้านการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมมอบหมายให้ ศอ.บต.ขยายผลสู่ประชาชนว่า ศอ.บต.ได้ทำงานอะไรบ้าง ขอฝากผู้สื่อข่าวด้วยว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกจังหวัด รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป

ถกนอกรอบสส.พปชร.
ภายหลังแถลงข่าว พล.อ.ประวิตร หารือนอกรอบกับกลุ่มส.ส.พปชร.ในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

จากนั้น พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ เดินทางไปยังด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ร่วมตรวจราชการด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมบริเวณจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก (ไทย-มาเลเซีย) แห่งที่ 2 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส-เมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในพื้นที่ชุมชน จ.นราธิวาส (คันกั้นน้ำ) ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก พร้อมพบปะประชาชนที่มาต้อนรับ

ป้อมปลื้ม-อวยพรให้เป็นนายกฯ
เวลา 16.00 น. ที่ด่านพรมแดน สุไหงโก-ลก พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน กพต. สำรวจและติดตามสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห่งที่ 2 (ไทย-มาเลเซีย) อ.สุไหงโก-ลก-เมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน จากนั้นพบปะประชาชนกว่า 2,000 คน ที่มาต้อนรับ พร้อมชูป้ายรูปสัญลักษณ์มินิฮาร์ต ระบุข้อความ “ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ” และตะโกน “เรารักลุงป้อม” บางคนนำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้กำลังใจ ขอถ่ายรูป บอกรักลุงป้อม ขอให้ลุงป้อมได้เป็นนายกฯ และมีหญิงสูงวัยเข้าสวมกอด พล.อ.ประวิตร ด้วยความดีใจ พร้อมบอกว่าขอ พล.อ.ประวิตร มีแต่รอยยิ้ม จากนั้น ถามพล.อ.ประวิตรว่า ชาวสุไหงโก-ลก รักลุงป้อม ลุงป้อมรักชาวไหงโก-ลกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบเสียงดังฟังชัดว่า “รัก”ผู้สนับสนุนส่งเสียงเฮดังลั่น

พล.อ.ประวิตรย้ำกับชาวบ้านว่า รักทุกคน ตนพร้อมรัฐมนตรีหลายคนและรัฐบาลยินดีมาร่วมทำประโยชน์เพื่อประชาชน วันนี้โครงการของรัฐบาลก้าวหน้าชัดเจนทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม แหล่งท่องเที่ยว ที่ดินทำกิน ปัญหาแรงงานต้มยำกุ้งในมาเลเซีย ขอบคุณที่มาร่วมกันต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอให้ช่วยกันบอกต่อข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เพื่อเข้าร่วมโครงการ จากนั้น พล.อ.ประวิตรติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในพื้นที่ชุมซน จ.นราธิวาส (คันกั้นน้ำ) บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ก่อนเดินทางกลับ

ทักษิณโพสต์16ปีรัฐประหาร
วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ครบรอบ 16 ปี การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ขณะที่ตนไปประชุมสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก ถูกการรัฐประหารลับหลัง (ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร) เสียดายสิ่งดีๆ ที่ควรจะเกิดแต่วันนี้กลายเป็นความเลวร้าย 1.เสียดายความเป็นประชาธิปไตยของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่วันนี้กลับต้องมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจเผด็จการ 2.เสียดายความสง่างามและความไว้เนื้อเชื่อใจของประเทศไทยบนเวทีโลก 3.เสียดายโอกาสประเทศในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา เทคโนโลยี การเกษตรและอุตสาหกรรม

4.เสียดายโอกาสในการแก้ปัญหาความยากจน คนไทยควรหายจนไปแล้ว 5.เสียดายโอกาสของคนไทยที่ทุกวันนี้มองไม่เห็นอนาคตตนเอง เพียงแค่หางานทำให้ได้เพื่ออยู่ไปวันๆ ทั้งๆ ที่รายได้ต่ำกว่าประเทศอื่นในระดับการพัฒนาเดียวกัน 6.เสียดายความเป็นศูนย์กลางการบินของสุวรรณภูมิ ทั้งๆ ที่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เราควรจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน 7.เสียดายที่ลูกหลานต้องติดยาเสพติด ซึ่งตอนนี้ซื้อง่ายยิ่งกว่าหมากฝรั่ง 8.เสียดายที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพราะไม่ได้บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 9.เสียดายระบบราชการที่กำลังทันสมัย ต้องกลับมาเป็นรัฐราชการที่ประชาชนต้องวิ่งวอนขอรับการบริการ 10.เสียดายที่ประเทศต้องเป็นหนี้เพิ่มจากการบริหารงานที่ผิดพลาด

ทหารหัวหน้ายาม-ไม่ใช่ซีอีโอ
“ผมบอกแล้วว่าทหารเหมือนหัวหน้ายามที่ใช้เฝ้าทรัพย์สิน ดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่มาเป็น CEO หรือมาบริหารประเทศ เพราะเป็นแต่ใช้ตังค์ แต่หาตังค์ไม่เป็น ขอให้พี่น้องคนไทยช่วยกันสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ เพื่อประเทศไทยของเราและลูกหลานจะได้ มองเห็นอนาคตและเลือกทางเดินชีวิตของตนเองได้

สำหรับส่วนตัวของผมเอง 73 ปีแล้ว ก็ยังอดห่วงอนาคตประเทศและลูกหลาน ไม่นานคงจะได้กลับไปเลี้ยงหลานและแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับสังคมไทย เท่าที่กำลังกายและกำลังสมองยังดีอยู่ ด้วยเคารพรักและห่วงใย” นายทักษิณระบุ

รับมอบ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รับมอบห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ จากมูลนิธิด้านการกุศลจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

อนุทินโชว์ปึ้กสาธิต
เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งต่อภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นั่งร่วมโต๊ะกับนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในอิริยาบถโอบไหล่ถ่ายภาพ ชูนิ้วโป้งหน้าตาชื่นมื่น เมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนายอนุทิน ปรากฏว่าปลายสายเป็นเสียงของนายสาธิต ซึ่งกล่าวว่า “ผมอนุทินเองครับ” พร้อมมีเสียงหัวเราะระหว่างนายอนุทินและนายสาธิต ก่อนวางสายไป

รายงานข่าวเผยว่า การพบกันครั้งนี้เป็นการร่วมต้อนรับแขกส่วนตัวที่ห้องทำงานของนายอนุทิน จากนั้น ทั้งคู่ยังมีกำหนดการไปร่วมงานพิธีรับมอบห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ร่วมกัน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยกันอีก

วันเดียวกัน เพจ “Like Anutin” ได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กันระหว่างนายอนุทินกับนายสาธิต พร้อมข้อความ “พรรคส่วนพรรค งานส่วนงาน ถึงพรรคภูมิใจไทยจะถูกพรรคประชาธิปัตย์ยกมือคว่ำร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ…. จนมีการถามว่าแล้วกระทรวงสาธารณสุขจะไปต่ออย่างไร เพราะรัฐมนตรีอยู่พรรคภูมิใจไทย แต่รัฐมนตรีช่วยมาจากพรรคประชาธิปัตย์ คำตอบคือเรื่องงานไม่มีปัญหา รองฯหนู โชว์ภาพความซี้ปึ้กท่าน รองฯ กับรมช.ตี๋ งานไม่สะดุด”

จุรินทร์ยันยึดประโยชน์ส่วนรวม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้า ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงสัญญาณความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งผลถึงการยุบสภาหรือไม่ ว่า ปชป.รู้หน้าที่ดีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลว่าเรามีหน้าที่อะไรในการทำให้รัฐบาลเดินหน้า ทำประโยชน์สูงสุดให้บ้านเมืองได้ แต่เมื่อมีปรากฏการณ์บางเรื่องที่ก็ต้องตัดสินใจ ซึ่งไม่ใช่ในฐานะการร่วมรัฐบาลแต่การตัดสินใจในเรื่องสำคัญนี้ก็เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

ตนในฐานะหัวหน้าพรรคยืนยันเราจะตัดสินใจอย่างไรนั้นยึดประโยชน์ส่วนรวมและอนาคตประเทศเป็นหลัก ไม่ต้องกังวลกับดุลพินิจการทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วม เพราะปชป.ยึดประโยชน์ส่วนรวม เรามีวุฒิภาวะ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศไม่ต้องห่วง อะไรถูกอะไรผิด เราวินิจฉัยได้

ญัตติ‘ประชามติ’ยังไม่ตกจากสภา
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมสภามีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้การลงมติญัตติด่วนที่ เสนอโดยส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ขอให้สภาส่งเรื่องให้ครม.จัดทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับพร้อมวันเลือกตั้งส.ส. ยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภา ว่า อะไรที่ยังค้างการพิจารณาอยู่การประชุมสภาสมัยหน้าก็ต้องเดินต่อ

และเรื่ององค์ประชุมไม่ครบยังถกเถียงกันอยู่ เพราะปกติเวลาลงมติต้องตรวจสอบองค์ประชุมโดยให้กดบัตรแสดงตน เมื่อแสดงตนครบแล้วถึงถามมติ แต่ปัญหามีอยู่ว่าตัวองค์ประชุมที่ครบตอนแรกจะใช้ได้หรือไม่ ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกากรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ในสภาชุดนี้ ที่ศาลสั่งให้ประชุมเพื่อลงมติใหม่ ทำให้ไม่มีใครกล้าไปเอาตัวเลขตอนแสดงตนครบองค์ประชุมแล้วมาเป็นตัวเลขลงมติ นี่คือเงื่อนไข ฝ่ายเลขาธิการสภาได้หารือว่าเนื่องจากมีคำพิพากษาของศาลฎีกามาก่อน ทำให้ไม่กล้าไปฝืน ครั้งหน้าเมื่อเปิดสมัยการประชุมสภาก็ต้องลงมติญัตติด่วนดังกล่าวต่อ ถ้าเป็นญัตติสำคัญต้องระวัง ญัตติดังกล่าวไม่ได้ตกไป ไม่มีเรื่องอะไรที่ตก เรื่องอะไรที่ค้างอยู่ก็ต้องกลับมา เรื่องที่ถอนไปก็ไม่ตกสามารถนำกลับมาได้ทุกเรื่อง

‘ชวน’ชี้แลนด์สไลด์ดูตอนเลือกตั้ง
นายชวน ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีขณะนี้หลายพรรคพยายามลงพื้นที่ภาคใต้ว่า ในฐานะเป็นส.ส.ภาคใต้ ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการซื้อเสียง พวกตนสลึงเดียวก็ไม่เคยใช้ทางการเมือง เพราะเดิมเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการใช้เงิน ลงทุนที่อื่นแพงแต่ลงทุนที่นี่ถูกเพราะไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ครั้งที่ผ่านมากรณีความห่วงใยต่อสถานการณ์การเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เปลี่ยนแปลงไป แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปคงต้องแย่งกันหลายพรรค

“เห็นทุกพรรคบอกจะแลนด์สไลด์หมด แต่จะแลนด์หรือไม่ต้องเอาไว้ดูตอนนั้น แต่สิ่งที่พวกผมยังทำอยู่คือการรณรงค์กับพี่น้องประชาชนว่าขอให้รักษาอุดมการณ์เดิม อย่ายอมให้ใครมาซื้อ ต้องทำให้นักการเมืองไม่โกง คนลงทุนแล้วไม่เอาคืนมันยาก ถ้านักการเมืองไม่โกงพรรคก็ต้องโกงเพราะต้องเอาเงินมาเป็นทุน เป็นเรื่องปกติที่เราเห็นอยู่ ไม่มีคนที่ไปซื้อตำแหน่งเข้ามาแล้วไม่หาผลประโยชน์ หายาก” นายชวนกล่าว

เตือนปชป.ย้ายซบพรรคฉก.
เมื่อถามว่าได้ให้แนวทางกับ กก.บห.พรรคบ้างหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เขาก็บริหารไปตามแนวนโยบายของเขา ความเห็นแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ใช้แต่คนที่อยู่กับพรรค คนที่มั่นคง ตนก็พยายามบอกว่าถ้าเป็นไปได้อย่าไปเปลี่ยนแปลงอะไรง่ายๆ เพราะหลายพรรคก็เป็นพรรคเฉพาะกิจชั่วคราว แต่ ปชป.เป็นพรรคที่มั่นคงตลอด ไม่เปลี่ยนแปลง ก็พยายามบอกเพื่อนๆ ที่มีพรรคอื่นมาเกลี้ยกล่อมและมีแนวโน้มจะไปว่าให้คิดดีๆ ไปอยู่พรรคเฉพาะกิจมันก็ชั่วคราว เสร็จภารกิจพรรคนั้นก็ล้มไป แค่การให้แนวความคิดไปเท่านั้น แต่จะไปห้ามเขาไม่ได้

เมื่อถามว่าเคยชวนคนที่ไปแล้วกลับมาหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะคนออกไปแล้วมาบอกตน ตนก็เตือนทุกคนว่าไม่อยากให้ออกไป แต่เมื่อเขาจำเป็นต้องออกไปก็ไปห้ามเขาไม่ได้

ซ้อเจนยันยังอยู่ปชป.
นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวตนเอง และนายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตนายก อบจ.กาญจนบุรี สามี เตรียมสมัครเป็นสมาชิก พท. โดยนางศรีสมรจะลงสมัครส.ส.เขต 5 ว่า กระแสข่าวเขียนออกมาเหมือนกับตนย้ายพรรคไปแล้ว ขณะนี้ตนยังเป็นส.ส.ปชป. ยังไม่ได้ลาออกไปไหน ยอมรับว่าพท.มาทาบทามพูดคุยกับสามีตน และยังมีพรรคอื่นๆ มาชักชวน อาทิ ภท. อาจเป็นเพราะพวกเขามองเห็นถึงศักยภาพและฐานเสียง แต่ตนและสามียังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ ยังทำงานลงพื้นที่เขต 5 กาญจนบุรี ในฐานะปชป.มาตลอด ส่วนอนาคตไม่มีใครทราบว่าจะเป็นอย่างไร ตนยังไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เพราะทางการเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน ขณะเดียวกันต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ปชป.กาญจนบุรี หลังจากนายปารเมศ โพธารากุล อดีตว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 3 กาญจนบุรี ปชป. ย้ายไป ภท. แล้ว นางศรีสมรกล่าวว่า ตนทำงานลงพื้นที่เขต 5 จึงไม่แน่ใจว่า ผู้บริหารพรรคจัดวางตัวผู้สมัครในเขตอื่นๆ อย่างไรบ้าง

กกต.จ่อเตือนพรรค – ส.ส.
รายงานข่าวเผยว่า สำนักงานกกต.เตรียมออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อเป็นแนวทางให้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในกรอบเวลา 180 วัน ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.65 ว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้บ้างในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยจะเป็นการนำเนื้อหาของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 มากำหนดเป็นประกาศและรายละเอียดต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้พรรคการเมืองและ ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ได้ปฏิบัติตาม ขณะนี้ร่างประกาศดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะเผยแพร่ได้

นอกจากนี้ ในวันที่ 23 ก.ย. สำนักงาน กกต.มีกำหนดจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือซูมคาดว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. จะชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมด้วย รวมทั้งชี้แจงการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด, การรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความคิดเห็นและให้สมาชิกให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายชื่อผู้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งการรับฟังความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับกำหนดอัตราส่วนขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ซึ่งเป็นชายและหญิง

โต้‘ชวน’อยู่เบื้องหลังปม‘กัญชา’
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเกี่ยวกับข่าวลือนายชวน อยู่เบื้องหลังการถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. ว่า เป็นข่าวเท็จ ไม่มีมูลความจริง เป็นการจับแพะชนแกะว่า นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผอ.รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย มาเข้าพบประธานสภา เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จากนั้น นพ.ฉันชาย ได้พูดคุยกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษก กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯว่ากฎหมายจะไม่ได้เข้าสภา เป็นการพยายามสื่อความหมายว่านายชวน จะยับยั้งกฎหมายนี้ นายชวนไม่เคยยับยั้งกฎหมายใดๆ รวมทั้งฉบับนี้ มีแต่จะเร่งให้เข้าสู่วาระ เพื่อผ่านไปเป็นกฎหมายและเกิดประโยชน์ต่อบ้านเมือง

ขอความเป็นธรรมต่อ นพ.ฉันชายว่าท่านไม่ได้เข้าพบประธานสภา เพื่อขอให้ยับยั้งร่างดังกล่าว แต่เข้าพบเพื่อแสดงความเป็นห่วงว่าเมื่อ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และประมวลกฎหมายยาเสพติด มีผลบังคับใช้ จะมีการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 และไม่มีกฎหมายใดมารองรับทำให้เกิดช่องว่าง ไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาได้ จึงห่วงว่าจะมีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด ความจริงท่านมีท่าทีเหมือนต้องการให้เร่งออกกฎหมายมารองรับโดยเร็วเสียด้วยซ้ำ

บทสรุปข่าวที่ระบุ นายชวน ที่พูดแล้วพูดอีกว่าตนเองยึดมั่นในระบบรัฐสภากลับกระทำตรงข้าม ล้มล้างกฎหมายที่ตัวเองสั่งบรรจุเข้าสู่วาระ ไม่ให้พิจารณาในวาระที่ 2, 3 เป็นการหาที่รุนแรงและไร้เหตุผล ถ้ามีเหตุผลจริงก็ควรถาม ส.ส.ที่ลงมติถอนร่างว่าได้รับคำสั่งจากนายชวน หรือไม่ และตอนพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ นายชวน ไม่ได้ป็นประธานการประชุม แต่คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ขอให้ลองไปสอบถามรองประธานสภาว่า ประธานสภาสั่งให้ทำอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่

รับเอเปก – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุรองรับการประชุมเอเปก 2565 ที่ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

มวลชนร้องต่างชาติกดดันรบ.ไทย
เวลา 15.00 น. ที่องค์กรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถ.ราชดำเนิน กลุ่มมวลชนอิสระนัดรวมตัวกันใส่ชุดไทย ยื่นหนังสือถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) โดยอ่านแถลงการณ์ระบุ กว่า 8 ปี รัฐบาลเผด็จการของไทยใช้กฎหมายละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนักกิจกรรม และ ผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลมากกว่า 1,000 คดี ที่อยู่ในชั้นศาล ถูกดำเนินคดีระหว่างการประกันตัว มีอย่างน้อย 250 คนถูกตั้งเงื่อนไขเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพหลายๆอย่าง มากกว่า 60 คน ต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ จำกัดการเดินทางการออกนอกเคหสถาน บางคนศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกเคหสถานตลอด 24 ชั่วโมง

จึงมีหนังสือไปยังยูเอ็นเอชซีอาร์ เรียกร้องให้นานาชาติมีมาตรการกดดันรัฐบาลไทย หยุดยั้งการใช้กฎหมายจัดการกับนักเคลื่อนไหวที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเผด็จการของไทยอย่างเร่งด่วน

พีระพันธุ์ยกทัพลุยสุราษฎร์
แหล่งข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เผยว่า วันที่ 22 ก.ย.นี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย กก.บห.พรรค พร้อมด้วย กก.บห. ผู้บริหารพรรค จะลงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีเพื่อประชุมจัดตั้งสาขาพรรค เขต 3

นายเอกนัฏจะกล่าวในการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ถึงการก่อกำเนิดของพรรค ที่รวมคนจากทุกสีทุกฝ่ายที่มีความตั้งใจทำงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และความเสมอภาคให้กับสังคมไทย นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ฯ สมาชิกพรรค จะกล่าวปราศรัย หัวข้อ “รวมไทยสร้างชาติ รวมสุราษฎร์สร้างเมือง” พร้อมแนะนำทีมงานในพื้นที่ด้วย ช่วงท้ายการประชุมนายพีระพันธุ์ จะปราศรัยนโยบายพรรคและแนวทางการพัฒนาสุราษฎร์ฯ

ตัดสินวันนี้เทือก-396โรงพัก
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) สนามหลวง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.22/2565 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลยที่ 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดเเทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 9 มิ.ย.52-18 เม.ย.56 จำเลยที่ 1 เเละที่ 2 เปลี่ยนแปลงแนวทางจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง จากราคาภาคแยกสัญญามาเป็นการรวมจัดจ้างก่อสร้างไว้ที่ส่วนกลางสัญญาเดียว จำเลยที่ 5 เป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยจำเลยที่ 6 ยื่นเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาได้เสนอ ราคาต่ำอย่างผิดปกติ จำเลยที่ 3-4 ในฐานะคณะกรรมการประกวดราคา ไม่ตรวจสอบราคาที่ผิดปกติ ดังกล่าว และได้นำเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคานั้นไปใช้ในการขออนุมัติจ้างและใช้ประกอบ เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา ต่อมาจำเลยที่ 5 ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1,2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำเลยที่ 3,4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151,157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10,12 กับลงโทษจำเลยที่ 5,6 ในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำผิด

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาคดีนักการเมืองได้นัดพิจารณาครั้งแรก และได้อ่านอธิบายคำฟ้องพร้อมสอบคำให้การจำเลยทั้ง 6 ให้การปฏิเสธข้อต่อสู้คดี ศาลจึงได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยานโจทก์ 3 นัด ครั้งเเรกวันที่ 2,30 มิ.ย. เเละวันที่ 7 ก.ค.นี้ และนัดไต่สวนพยานจำเลยวันที่ 19,21,26 ก.ค. จนเสร็จสิ้นแล้วจึงนัดคู่ความฟังคำพิพากษาในวันและเวลาดังกล่าว

ต้านเผด็จการ – กลุ่มทะลุฟ้า จัดกิจกรรม “2549 เผด็จการครองเมือง” แสดงจุดยืนต่อต้านกองทัพ ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจ ล้มล้างประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

ม็อบแรงงานเข้ารายงานตัว
เวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง แกนนำเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ประกอบด้วย น.ส.ธนพร จำปาทอง หรือไหม นักกิจกรรมด้านสิทธิแรงงานจากสหภาพคนทำงาน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย น.ส.สุลิลา ลืนคำ นักกิจกรรมเพื่อสิทธิแรงงาน นายสนธยา วงษ์ศรีแก้ว นักกิจกรรมแรงงาน และนายเซีย จำปาทอง ผู้นำสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและกลุ่มสหภาพแรงงาน ย่านรังสิต เข้ารายงานตัวตามหมายเรียกข้อหาร่วมกันละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการชุมนุมหน้าทำเนียบเมื่อ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.ธนพรกล่าวว่า พวกเราไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องนโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ประกาศจะปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเป็นวันละ 450 บาท แต่ไม่ได้ทำ พวกเราไปเรียกร้อง รวมถึงเรื่องสินค้าราคาแพง ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบรวมถึงประชาชนด้วย เรากำลังจะพูดถึงการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำให้เศรษฐกิจพัง แต่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาพวกเราสมควรแล้วหรือ ข้อหาฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราชุมนุมที่โล่งแจ้ง มีการป้องกัน เช่น สวมหน้ากากอนามัยและมีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ ที่สำคัญไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อจากการเข้าร่วมชุมนุม ขอยืนยันว่าจะต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการต่อไป

ด้านนายสมยศกล่าวว่า ตอนนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เปลี่ยนเป็นพ.ร.ก.ฉกฉวย หวังใช้กฎหมายนี้กดหัวประชาชน วันนี้เราไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ถือเป็นความสมัครใจเพราะโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น มีการยกเลิก ศบค. แต่ ไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้ผิดที่ผิดทางแล้วยังมีเจตนากดขี่ประชาชน บิดเบือนกฎหมาย เราจะมีการโต้กลับทั้งการฟ้องร้องและการดำเนินคดี กลุ่มของเราเป็นกลุ่มสหภาพแรงงานสามารถร้องเรียนกับสหประชาชาติ และกรมแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ความเป็นประชาธิปไตยของเราถดถอย

“การประชุมเอเปกปีนี้จะเจอปัญหาใหญ่ เนื่องจากความถดถอยของเสรีภาพและประชาธิปไตย เราจะบอกนานาประเทศว่าไม่ต้องมาประเทศไทย เพราะเป็นเผด็จการ ล้าหลัง กดขี่ประชาชน จึงฝากไว้ว่าขอให้รีบยกเลิกข้อหานี้ก่อนการประชุมเอเปก หากยกเลิกตอนนี้ก็จะทำให้หน้าตาของประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น” นายสมยศกล่าว

ศาลฎีกาให้ประกันตัว‘เอกชัย’
วันที่ 19 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลฎีกา ในคดีดำ อ.1032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 47 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นจำเลยในความผิดฐานเผยแพร่ข้อความลามกอนาจาร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(4) จากกรณีที่นายเอกชัยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประสบการณ์เล่าเรื่องเพศสัมพันธ์ในเรือนจำ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนายเอกชัย จำเลยมีความผิดจริง พิพากษาจำคุก 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 19 เม.ย. พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ต่อมาญาติยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัย ระหว่างฎีกา โดยศาลอาญาส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลฎีกาพิจารณา ซึ่งที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง

ล่าสุดศาลอาญานัดอ่านคำสั่งศาลฎีกาโดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีกำหนดเพียง 1 ปี จำเลยต้องคุมขังมาระยะ หนึ่งแล้ว และได้รับอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าจำเลยอาจหลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท ทั้งนี้ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป

สำหรับนายเอกชัยตั้งเเต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ตามศาลชั้นต้น ก็ไม่ได้ประกันตัวเลย รวมระยะเวลาที่ถูกคุมขังกว่า 145 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน