ลอยทะเลอยู่ใกล้จุดอับปาง เร่งเทียบ‘ดีเอ็นเอ’ครอบครัว ส่ง2นาวีกลับบ้านเกิดสุราษฎร์

พบเพิ่มทหารเรือ 7 ร่างในวันเดียวกัน ลอยใกล้จุดเรือหลวงสุโขทัยจมห่างฝั่ง 20-30 ก.ม. นำส่งนิติเวช ร.พ.ตำรวจ พิสูจน์อัตลักษณ์ เทียบ ดีเอ็นเอครอบครัว ผบ.ทัพเรือภาค 1 แจงหลังปูพรมค้นหาทหารเรือจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่ม ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ประจวบฯ-ชุมพร-สุราษฎร์ธานี โฆษกทร.เผยยอดทั้งหมด 105 นาย ช่วยได้ 76 นาย ยืนยันเสียชีวิต 6 นาย ยังสูญหาย 18 นาย ทีมประดาน้ำดำลงไปเก็บภาพรอบเรือความยาว 7-80 เมตรได้แล้ว วางจุดต่างๆ ไว้ตรวจสอบประมวลประเมินผลวางแผน กู้เรือ ทร.ส่งร่างจ่า-พลทหารเรือ กลับไปทำพิธีที่บ้านเกิดสุราษฎร์ธานี สมเกียรติ ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ ขอบคุณนักท่องเที่ยวพบเป้พลทหารเรือจมซัดเกยเกาะเต่า เร่งตรวจสอบส่งให้ครอบครัว

พบร่างใกล้เรือจมเพิ่ม
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ธ.ค. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงแผนการปฏิบัติการค้นหาและให้การช่วยเหลือกำลังพลบนเรือหลวงสุโขทัยที่อับปางอ่าวไทยว่า

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรืออากาศยานของกองทัพเรือ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมในการค้นหา โดยจัดกำลังประกอบด้วย เรือหลวงตากสิน อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 2 และ 6 เรือหลวงนเรศวร อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 9 และ10 พร้อมทั้งควบคุมอากาศยานในพื้นที่ เรือหลวงกระบุรี อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 1, 2, 3 และ 4 เรือหลวงนราธิวาส อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 5A และ 9A เรือ ต.114 อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 9A และ 12 เรือ ต.270 อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 14 เรือหลวงกระบุรีอยู่ในพื้นที่ค้นหา บริเวณเรือหลวงสุโขทัยอับปาง มีการนำนักประดาน้ำค้นหาผู้ประสบภัยบริเวณเรือ และสำรวจตัวเรือภายนอกเพื่อค้นหาผู้ที่สูญหาย โดยอุปสรรคคือคลื่นใต้น้ำที่มีความแรง ซึ่งนักประดาน้ำก็จะประเมินสถานการณ์และทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ

พล.ร.อ.ปกครองกล่าวต่อว่า จากที่กองทัพเรือแจ้งว่าพบ ร่างผู้เสียชีวิต 1 รายเมื่อเย็นวันที่ 23 ธ.ค. บริเวณ จุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันอากาศยานได้ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ร่าง ในพื้นที่ 4 โดยเรือหลวงกระบุรีได้นำร่างส่งเรือหลวงตากสินโดยจะนำกลับขึ้นมาบนฝั่ง และเข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของทางนิติเวช ซึ่งศพที่พบทั้ง 2 รายนั้นคาดว่าจะใช้เวลาในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยการตรวจดีเอ็นเอ ประมาณ 3-4 วัน จึงจะยืนยันตัวบุคคลได้

ทั้งนี้ สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 105 นาย ช่วยได้แล้วจำนวน 76 นาย เสียชีวิต 6 นาย รอพิสูจน์อัตลักษณ์ 6 ราย แยกเป็น พิสูจน์อัตลักษณ์และ ส่งกลับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว 6 นาย มีหลักฐานขั้นต้นบ่งชี้เป็นกำลังพลกองทัพเรือ และกำลังพิสูจน์อัตตลักษณ์ เพื่อยืนยันตัวบุคคล 5 นาย ไม่มีหลักฐานขั้นต้นบ่งชี้เป็นกำลังพลกองทัพเรือ และกำลังพิสูจน์อัตลักษณ์ เพื่อยืนยันตัวบุคคล 1 นาย โดยมียอดยังคงสูญหาย 18 นาย

ทัพเรือขอบคุณทีมค้นหา
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้กองทัพเรือขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วยหน่วย กองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่าเรือบางสะพาน เรือน้ำมัน Straits Energy เรือน้ำมัน ศรีไชยา บ.พริม่าร์มารีน เรือสินค้า ภูมินรา สมาคมการบิน เฟรนด์ฟลายอิ้งคลับ จ.สมุทรสาคร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน (อ.สามร้อยยอด) มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน (อ.บางสะพาน) มูลนิธิประจวบธรรมสถาน (อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์) มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน (อ.ทับสะแก) มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน (อ.หัวหิน) มูลนิธิแผ่ไพศาลธรรมสถาน (อ.ปราณบุรี) มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน(จ.เพชรบุรี) มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสถาน (จ.สมุทรสงคราม) มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร (จ.สมุทรสาคร) มูลนิธิสงเคราะห์การกุศลบางสะพานน้อย (อ.บางสะพานน้อย) มูลนิธิรัตนตรัยธรรมสถาน (จ.สระบุรี) สภ.บางสะพาน ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปภ.อำเภอบางสะพาน

ร.พ.บางสะพาน ร.พ.ประจวบคีรีขันธ์ อบต.แม่รำพึง ฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพาน ฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลตำบลบ้านกรูด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 147 ตำรวจน้ำบางสะพาน (สลน.6 กก.4) บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด เจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลบางสะพาน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเล อ่าวน้อย อบต.พงศ์ประศาสตน์ บริษัท ลมสิงขร จำกัด อบต.กำเนิดนพคุณ สมาคมประมงบางสะพาน โดย นายกสมาคมและกลุ่มประมงพื้นบ้าน กู้ภัยอยุธยา กู้ภัยมังกรชลบุรี ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ (ศคท.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร โดยศูนย์อนุรักษ์ทางทะเล อบต.สะพลี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เรือประมง 619 มูลนิธิเพชรเกษม มูลนิธิชุมพร และมูลนิธิพุทธประทีป

ทอ.ส่งฮ.-เครื่องบินสมทบ
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวว่า หน่วยต่างๆ เหล่านี้ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชนที่มีความร่วมมือกันในหลายมิติเพราะภารกิจในครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้หากทุกฝ่ายไม่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันโดยขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจ ทั้งนี้ กองทัพเรือจะปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถและทำให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องของเรา เพราะทุกคนเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

ด้านเพจกองทัพอากาศไทย ได้โพสต์ข้อความขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ “เรือหลวงสุโขทัย” โดยระบุว่าแม้จะเป็นภารกิจงมเข็มในทะเล แต่หนึ่งชีวิตที่ยังไม่พบเจอย่อมเป็นพ่อ เป็นลูกหลาน หรือเป็นที่รักของใครสักคน

กองทัพอากาศจึงระดมสรรพกำลังทางอากาศ ปฏิบัติการร่วมกับกองทัพเรือและทุกภาคส่วน เพื่อค้นหาผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถ โดยใช้อากาศยานทุกแบบที่มีความเหมาะสมต่อภารกิจ ดังนี้ เฮลิคอปเตอร์ EC-725 บินค้นหาและช่วยชีวิต, เครื่องบิน AU-23 บินลาดตระเวนค้นหาผู้ประสบภัยด้วยระบบ FLIR, เครื่องบิน DA-42 บินลาดตระเวนเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยด้วยระบบ FLIR และเครื่องบิน ซี-130 บินเคลื่อนย้ายกำลังพลที่เสียชีวิต พร้อมติดแฮชแท็ก “เราจะไม่ทอดทิ้งกัน”

กลับบ้าน – ทหารกองเกียรติยศ กองบิน 7 และญาติผู้สูญเสีย ร่วมกันรับร่างจ.อ.จักรพงษ์ พูลผล และพลฯ อัครเดช โพธิ์บัติ ลูกเรือหลวงสุโขทัย กลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.

ส่ง ‘จ.อ.-พลฯทร.’กลับบ้านเกิด
ต่อมา เวลา 12.10 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพเรือได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์รายงานความคืบหน้าการค้นหากำลังพลที่สูญหาย ผ่านทวิตเตอร์ชื่อ กองทัพเรือ ROYAL THAI NAVY โดยระบุว่า “พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เวลา 11.37 น. ร.ล.ตากสิน พบผู้เสียชีวิต 1 นาย โดย ร.ล.กระบุรี เข้าเก็บกู้, เวลา 12.10 น. เรือ ต.113 พบผู้เสียชีวิต 1 นาย โดย ร.ล.กระบุรี เข้าเก็บกู้ และเวลา 12.15 น. อากาศยาน ตรวจพบผู้เสียชีวิต 1 นาย โดย ร.ล.ตากสิน เข้าเก็บกู้

ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 1 ฟ็อกเกอร์ mk 400 หมายเลข 2111 ลำเลียง ศพกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยจำนวน 2 นาย คือ จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล จ่าปืน แผนกอาวุธและการเรือ และพลฯ อัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือ แผนกเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ไปยังสนามบินกองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะใช้รถยนต์ลำเลียงศพ ไปยังวัดบ้านเกิด ของแต่ละนาย โดยมี พล.ร.ต.พิจิตต ศรีรุ่งเรือง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.ทวนทอง ทองสุภา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 ร่วมเป็นเกียรติ ท่ามกลางคณะผู้บังคับบัญชา กำลังพล กองทัพเรือ ตลอดจน ประชาชน ในพื้นที่ โดยมีกองทหารเกียรติยศ ส่งอย่างสมเกียรติ

นิติเวชตร.เร่งพิสูจน์ศพ
สำหรับศพ จ.อ.จักรพงศ์ ส่งไปยังวัดคลองครามประชาสรรค์ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และมีพิธีพระราชทานเพลิง ในวันที่ 29 ธ.ค. ส่วนพลฯ อัครเดช ส่งไปยัง วัดสุธาฤดีวนาราม ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และมีพิธีพระราชทานเพลิง ในวันที่ 27 ธ.ค.

ด้าน พล.ต.ต.อาชัยยนต์ ไกรทอง โฆษกตร. เปิดเผยถึงการชันสูตรศพทหารเรือรายที่ 7 ว่า ศพดังกล่าวถึงนิติเวชแล้ว ซึ่งทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จะดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้เสียชีวิตจากเหตุ การณ์สึนามิ เมื่อปี 54 หรือ DVI โดยจะตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ, ฟัน และอื่นๆ ตามมาตรฐานของสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อป้องกันการรับศพผิดคน คาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน จากนั้นจะแจ้งให้ญาติเข้ารับศพเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาในวันที่ 25 ธ.ค.

คลื่นลมกลับมาแรงอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่เฮลิคอปเตอร์ที่บินสำรวจอยู่เหนือพื้นที่พิกัดที่ 4 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเรือหลวงกระบุรี ได้ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตลอยในทะเล จึงแจ้งให้เรือหลวงกระบุรีเข้าตรวจสอบ ก่อนนำร่างกลับขึ้นเรือ จากนั้นเฮลิคอปเตอร์ราชนาวี ลำเลียงร่างดังกล่าว ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคลใด ส่งทีมเจ้าหน้าที่ที่ท่าเรือประจวบ นำส่งมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพานเก็บดีเอ็นเอ เบื้องต้น จากนั้นนำร่างส่งเก็บรักษาที่ นิติเวช ร.พ.ตำรวจ กรุงเทพฯ โดยขณะนี้ยังไม่ ตัดยอดผู้สูญหายของตัวเลข 23 ราย

ด้าน พล.ร.ต.รังสรรค์ บัวเผือก เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ได้แถลงแนวทางการปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจำนวน 23 ราย ซึ่งกองทัพเรือได้จัดกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส เรือ ต.114 เรือ ต.270 เข้าร่วมการค้นหา นอกจากนั้นยังได้ส่ง ยานล่าทำลายใต้น้ำและชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ จากเรือหลวงบางระจัน เร่งทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ ในบริเวณที่เรือจม โดยวันนี้เพิ่มเรือหลวงนาวีและกำลังนักประดาน้ำของกองทัพเรือเข้าพื้นที่จุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลอ่าวไทยเพื่อนำตรวจสอบในจุดที่เรือจมเพื่อประเมินสถานการณ์และค้นหาผู้สูญหาย

พล.ร.ต.รังสรรค์กล่าวว่า วันนี้คลื่นลมในทะเลเริ่มแรงขึ้น มีอุปสรรคมากขึ้น แต่จะพยายามค้นหาต่อไปหากยังอยู่ในขีดความสามารถที่ปฏิบัติงานได้ และเมื่อเวลา 08.40 น. ได้รับรายงานจากเครื่องบินลาดตระเวนว่าตรวจพบร่างลอยน้ำทางด้านตอนบนของอ่าวไทย เรือหลวงกระบุรีจึงได้นำขึ้นเรือเพื่อส่งร่างตรวจอัตลักษณ์บุคคลต่อไป ซึ่งการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์จากนี้ต้องใช้การพิสูจน์ทราบโดยการเทียบดีเอ็นเอกับคนในครอบครัวเท่านั้นเพื่อไม่ให้มีการคลาดเคลื่อน ซึ่งหากส่งศพให้สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงทราบผล

พบเพิ่ม 6 ร่างที่บางสะพาน
รายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดวันเดียวกัน เพจ กองทัพเรือ Royal Thai Navy แจ้งพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย ในพิกัดพื้นที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ทั้งหมด ดังนี้ เวลา 08.40 น. เครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียร์ กองทัพเรือ สำรวจพบ 1 ราย ในโซน 4 ไม่ห่างจุดเรือสุโขทัยจม ได้ประสานเรือหลวงกระบุรีไปเก็บกู้ นำส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์บนเรือตากสิน เวลา 11.37 น. เรือหลวงตากสิน พบร่างอีก 1 ราย ห่างจากท่าเรือประจวบ 16 ไมล์ทะเล หรือ 28.8 กิโลเมตร โดยเรือหลวงกระบุรีเข้านำร่างขึ้นมา

เวลา 11.40 น. เรือ ต.113 พบอีก 1 ราย เรือหลวงกระบุรีกำลังเข้ามาดำเนินการเก็บร่างขึ้นมา เวลา 12.15 น. เครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียร์ พบผู้เสียชีวิต อีก 1 ราย บริเวณใกล้กับ ที่เรือ ต.113 ตรวจพบ เรือหลวงตากสิน กำลังเข้าดำเนินการเก็บร่างขึ้นมา เวลา 13.15 น. เครื่องบินลาดตระเวน พบ 1 นาย ห่างจากท่าเรือประจวบ 10.3 ไมล์ทะเล หรือ 18.54 กิโลเมตร โดยเรือหลวงตากสินอยู่ระหว่างการเก็บร่าง และเวลา 13.20 น. เรือหลวงกระบุรี พบอีก 1 ราย เป็นรายที่ 13 ในพิกัดห่างจากท่าเรือประจวบ 11.2 ไมล์ หรือ 20.16 กิโลเมตร โดยเรือหลวงกระบุรี อยู่ระหว่างการเก็บร่าง

รายงานข่าวระบุว่า จากการบินสำรวจ ได้ตรวจพบคราบน้ำมันในทะเล ด้วย ทางกองทัพเรือจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินผลกระทบเพื่อเตรียมการขจัดคราบน้ำมันต่อไป

แจงยังลงสำรวจเรือล่มไม่ได้
น.อ.พงษ์ศักดิ์ รามนุช ผอ.กองประดาน้ำและถอดทำลายยุทธภัณฑ์ กองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ ได้ส่งนักประดาน้ำเดินทางโดยเรือหลวงราวีจากฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำที่ทันสมัยที่สุดในประเทศเข้าพื้นที่บริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางแล้ว และวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. ได้ประสานกับนักประดาน้ำที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้วและ ผู้ควบคุมการดำน้ำรวม 53 นาย เริ่มปฏิบัติการสำรวจค้นหาผู้สูญหายในจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางและบริเวณโดยรอบ รวมทั้งสำรวจดูบริเวณภายนอกเรือด้วย หลังจากทราบจุดที่เรือจมและลักษณะการวางตัวของเรือแล้วเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับเตรียมการกู้เรือในระยะต่อไป

“ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจในเรือได้เพราะยังมีความเสี่ยง ต้องประเมินด้านความปลอดภัยก่อน โดยการปฏิบัติงานของนักประดาน้ำ จะลงไปค้นหาใต้ทะเลเป็นคู่ๆ ครั้งละ 10 นาที โดยคู่ที่ดำน้ำขึ้นมาแล้วจะแจ้งข้อมูลให้คู่ถัดไปดำลงไป จะดำเนินการเช่นนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันจนกว่าแสงจะหมด” น.อ.พงษ์ศักดิ์กล่าว

เป้ลูกเรือ – เจ้าหน้าที่รับมอบเป้สะพายสีน้ำตาลอ่อน ภายในมีบัตรทหารเรือ ระบุชื่อ พลทหารทวีศักดิ์ แซ่เซียว ลูกเรือหลวงสุโขทัย จากนักท่องเที่ยวที่พบเป้ถูกน้ำทะเลพัดลอยมาเกยชายหาดเทียนของเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ24 ธ.ค.

นักท่องเที่ยวแจ้งพบเป้ทร.
วันเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ชาวประมงพบแพชูชีพ พร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพ บริเวณเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เบื้องต้นได้มีการประสานและได้นำส่งให้ เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบต่อไป ส่วนในพื้นที่ ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบวัตถุทรงกลมสีแดงขนาดใหญ่ถูกคลื่นซัดเกยโขดหินใกล้กับหาดทุ่งวัวแล่น ต้องรอตรวจสอบแน่ชัดอีกครั้ง

ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานจาก นายวิจารณ์ จุนทวิจิตร นายอำเภอเกาะพะงันว่า เวลา 11.05 น. วันเดียวกัน ฝ่ายปกครองประจำตำบลเกาะเต่า ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวพบกระเป๋าเป้สะพายสีน้ำตาลอ่อน ถูกน้ำทะเลพัดลอยมาเกยชายหาดเทียน บริเวณอ่าวเทียนนอก อยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะเต่า ซึ่งภายในกระเป๋าเป้มีกระเป๋าเงินและบัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการของทหารเรือ ระบุชื่อ พลทหารทวีศักดิ์ แซ่เซียว กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนกองพลนาวิกโยธิน ลูกเรือหลวงสุโขทัย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะเต่าร่วมกับฝ่ายปกครองประจำเกาะเต่า เดินทางไปรับกระเป๋าเป้ดังกล่าว พร้อมขอบคุณนักท่องเที่ยวที่พบและรีบแจ้งให้ทราบ จากนั้นนำไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า เพื่อนำส่งกองทัพเรือต่อไป

แพชูชีพ – ชาวประมงพบแพชูชีพพร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพลอยอยู่กลางทะเล คาดว่าเป็นของเรือหลวงสุโขทัย จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ บริเวณเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.

ชาวเกาะเต่าเจอเสื้อชูชีพ
นายวิชวุทย์กล่าวว่า ขอบคุณนักท่องเที่ยวและพี่น้องชาวเกาะเต่า ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาสังเกตพบเสื้อชูชีพและกระเป๋าสิ่งของทหารเรือที่ประสบภัย ซึ่งทางจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และพี่น้องประชาชนจะช่วยกันค้นหาต่อไป เพราะทหารเหล่านั้นก็คือลูกหลานของเรา

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนนี้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. มีชาวบ้านเกาะเต่า ออกไปตกปลาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเต่า พบเสื้อชูชีพหมายเลข 333 ของลูกเรือหลวงสุโขทัยลอยอยู่ จึงเก็บนำส่งให้กู้ภัยเกาะเต่า ซึ่งแสดงถึงทิศทางกระแสน้ำพัดลอยมาไกลถึงเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เป็นชิ้นที่ 2

ส่วนในพื้นที่อ.ท่าชนะ ตั้งแต่ช่วงเช้า ศรชล.ภาค 2 โดยชุดสนับสนุนฯ ได้จัดเรือยางตรวจการณ์ท้องแข็ง (Rihb) เรือ Mud Motor พร้อมกำลังพลประจำเรือ 6 นาย และยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือและได้ดำเนินการค้นหาผู้สูญหายจากเรือหลวงสุโขทัย ในบริเวณพื้นที่หาดนางลอยด้วย

ทร.ซึ้งกำลังใจประชาชน
ด้าน นายณัฐกิจ สมานมิตร ผอ.สภาเครือข่ายช่วยเหลือมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี พร้อมด้วย นายอยู่ซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รล.สุโขทัยบางสะพาน เพื่อดูการค้นหา พลทหารเรือ อับดุลอาซิ สมะแอ่ ลูกเรือสุโขทัย

นายณัฐกิจกล่าวว่า หลังทราบข่าวผู้ที่สูญหายอยู่ในเรือรบหลวงสุโขทัย คือพลทหาร อับดุลอาซิ อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กะบัง จ.ยะลา ก็เดินทางมาช่วยและให้กำลังใจ

นอกจากนี้ นางสาวปาริชาติ เย็นสุข พร้อมเครือข่ายประมงบางสะพาน ได้นำเสื้อมามอบให้ผู้แทนกองทัพเรือเพื่อมอบต่อให้กับญาติผู้สูญหาย ที่มาอยู่ภายในศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รล.สุโขทัยบางสะพาน ขณะที่ มีชาวบ้านในอ.บางสะพาน และอำเภอข้างเคียง ได้นำข้าวกล่องและน้ำดื่มมาให้กับกำลังพล เพื่อเป็นกำลังใจ โดยทางเพจเรือหลวงกระบุรี ได้โพสต์ขอบคุณว่า “พวกเราขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ภารกิจของเรือปฏิบัติได้นาน ยิ่งขึ้น พวกเราไม่เคยคิดว่า พวกท่านจะนำอะไรมาให้ พวกเราซาบซึ้งใจที่ได้เห็นน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน” เย็นวันเดียวกัน พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยว่า จากการระดมสรรพกำลังของกองทัพเรือ และหน่วยงานต่างๆ ในการค้นหากำลังพลเรือหลวงสุโขทัยทั้งปฏิบัติการทางทะเลและทางอากาศ ต่อเนื่องวันที่ หกครอบคลุมพื้นที่ จ.ประจวบฯ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ล่าสุดพบร่างผู้เสียชีวิตในวันนี้ 6 รายในพื้นที่เซ็กเตอร์ที่ 3 และ 4 เมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตที่พบเมื่อวานนี้อีก 1 ราย รวมเป็น 7 ราย โดยต้องส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจสอบอัตลักษณ์ว่าเป็นกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยหรือไม่ โดยใช้การเทียบดีเอ็นเอกับคนในครอบครัว ส่วนการลงสำรวจใต้น้ำบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางของนักประดาน้ำจากเรือหลวงราวีในวันนี้นอกจากจะเป็นการค้นหาผู้สูญหายแล้วยังเป็นการสำรวจข้อมูลของเรือหลวงสุโขทัยด้วย หลังจากที่ได้ข้อมูลเบื้องต้นจากยานสำรวจใต้น้ำของเรือหลวงบางระจันแล้ว โดยมีภาพโซนาร์ของหัวเรือและท้ายเรือ ซึ่งข้อมูลจากทีมนักประดาน้ำจะมีการเปิดเผยในวันที่ 25 ธ.ค.

สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่าอาจจะมี ผู้สูญหายติดอยู่ในเรือหรือไม่เพราะศพที่พบเมื่อวานนี้เจอใกล้กับจุดที่เรือจม ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจในเรือหลวงสุโขทัยได้

รายงานข่าวระบุความคืบหน้าของการตรวจสอบเรือหลวงสุโขทัยที่จมอยู่ใต้ทะเลว่า ในวันเดียวกัน สามารถเก็บภาพรอบเรือหลวงสุโขทัย ความยาว 70-80 เมตร โดยวางจุดต่างๆ รอบเรือ แต่ละจุดมีเวลาประมาณ 10 นาทีโดยภาพทั้งหมดจะถูกนำมาตรวจสอบและประมวลผลเพื่อวางแผนการปฏิบัติอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา เวลา 21.00 น. ได้ปรับแผนใหม่ไม่ส่งร่างที่พบในกลางทะเลไปนิติเวช แพทย์โรงพยาบาลบางสะพาน สถาบันนิติเวช และแพทย์ทหารเรือร่วมกันตรวจสอบ ที่มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรมสถาน ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ตรวจเพื่อให้ง่ายต่อการพิสูจน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน