‘3 พรรคจิ๋ว’ ยันจุดยืนยึดขั้วเดิม

‘ไทยสร้างไทย-สร้างอนาคตไทย’ แถลงจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมือง แต่ยังไม่ควบรวมพรรค ‘สมคิด’ ลั่นไม่หวังตำแหน่ง บอกเก้าอี้นายกฯ เป็นเรื่องฟ้าประทาน ‘อนุทิน’ โต้ใช้เงินล่อส.ส.เข้าพรรค มโนกันไปเอง ลั่นถ้าใช้กระสุนก็ไม่ต้องเดินสายหาเสียง ‘ป๊อก’ พูดชัดไม่เล่นการเมืองแล้ว อายุเยอะไม่เหมาะ ‘พีระพันธุ์’ ควง ‘ไตรรงค์’ เข้าพบ ‘ตู่’ มั่นใจยังไปต่อได้ หัวหน้าพรรคเล็กดอดเข้าทำเนียบ อ้างมาอวยพรทีมงานนายกฯ ยันไม่พลิกขั้ว ฝ่ายค้านยันยื่นอภิปรายเปิดแผลรัฐบาล ไม่ได้สุจริตอย่างที่อวดอ้าง

ป๊อกออกตัวชัด-พอแล้วการเมือง
เวลา 10.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ชวนไปร่วมงานการเมืองด้วย หรือไม่ ว่า ยังไม่มี ส่วนหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจจะลงการเมืองหรือไม่นั้น พล.อ. อนุพงษ์กล่าวว่า ตนก็เคยพูดต่อสาธารณชนไปว่า ประเมินตัวเองว่าเราเหมาะสมจะไปทำหรือไม่ ด้วยอายุก็ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะอายุเยอะแล้ว และมีคนที่มีความสามารถ มีความตั้งใจ ที่อายุน้อยมีเยอะ ซึ่งก็มีคนทำ อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะตัดสินใจหรือประเมินอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ตนตั้งใจว่าเราน่าจะพิจารณาตัวเองว่าไม่น่าเหมาะ เมื่อถามหากนายกฯ มาชวนไปพรรค รทสช. พล.อ. อนุพงษ์กล่าวว่า คงจะไปถามแบบนั้นไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่านายกฯ คือใคร พร้อมย้ำว่าตนไม่ไปอยู่แล้วการเมือง อนาคตนายกฯ เป็นคนไหนก็ไม่ทราบ เราก็ไม่รู้

พรรคเล็กอวยพรทีมงานตู่
เวลา 11.00 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อมนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค อดีตหัวหน้าพรรคไทรักธรรม ได้เดินทางมายัง ตึกบัญชาการ

นพ.ระวีเผยว่า วันนี้มาอวยพรปีใหม่ทีมงานของนายกฯ ส่วนการตัดสินใจร่วมงานทางการเมืองของกลุ่มพรรคเล็กขณะนี้ มีทั้งต้องต่อสู้เอง ส่วนตนเองได้รวมกลุ่มกับพรรคเล็กเพื่อต่อสู้ โดยไม่ได้จะไปร่วมงานกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ประกาศร่วมงานกับ รทสช. เพราะยังเป็นอิสระที่พร้อมสนับสนุนฝ่ายประชาชน และยึดผลประโยชน์ของชาติ ยืนยันไม่น่าจะมีการพลิกขั้ว หรือเลือกไปอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง

ตู่จ่อลุยสิงห์บุรีขับรถดำนาโชว์
รายงานข่าวจากทำเนียบ เผย วันที่ 6 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี เพื่อเยี่ยมพื้นที่แปลงนาใน โครงการงานถ่ายทอดเทคโนโลยี “การปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน” ที่ ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เวลา 09.00 น. เมื่อ เดินทางถึงนายกฯ จะได้พบปะเยี่ยมเยียนประชาชน จากนั้นขึ้นรถดำนาแล้วขับรถดำนา ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี กล่าวต้อนรับ ก่อนที่นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก จะเป็นผู้รายงานรายละเอียดของโครงการ

จากนั้นเกษตรกรเจ้าของแปลงจะกล่าวขอบคุณนายกฯ ที่ส่งเสริมโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model (สิงห์บุรีโมเดล) และ นายกฯ จะเดินเยี่ยมชมนิทรรศการของดีเมืองสิงห์บุรี พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและเกษตรกร แล้วเดินทางกลับในเวลา 11.00 น.

ครม.รอถกวันซักฟอก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เผยถึงขั้นตอนหลังฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ว่า ประธานสภาจะตรวจสอบรายชื่อที่ฝ่ายค้านรวบรวมมาว่าถูกต้องและครบตามกฎหมายหรือไม่ จากนั้นจะแจ้งมายังรัฐบาลว่าจะพร้อมเมื่อไร ซึ่งครม.ต้องรอประชุม 3 ม.ค.2566 แต่ยังไม่ทราบวันดังกล่าว สภาจะส่งมติมาได้หรือไม่ เพราะช่วงปีใหม่อาจยังตรวจสอบไม่เสร็จ แต่ถ้าพร้อมแล้ว ครม.จะตอบกลับไปว่าพร้อมช่วงเวลาใด

เมื่อถามว่าช่วงปลายรัฐบาลนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิทำสภาล่มเพื่อเอาคืนฝ่ายค้านได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้ทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว พิจารณากฎหมาย พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีการลงมติ ไม่มีผลต่อตำแหน่งใดๆ ของ ผู้ถูกอภิปราย ทั้งนี้ จะอภิปรายได้ต้องครบองค์ประชุมเสียก่อน ส่วนแนวโน้มสภาจะล่มหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่ฝ่ายค้านและประชาชนไม่เข้าใจให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน

ฝ่ายค้านยันเปิดแผลทุจริต
นายสมคิด เชื้อคง ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พรรคฝ่ายค้านจะเน้นไปที่จุดบกพร่องของรัฐบาลเช่นเดิม เพราะจุดบกพร่องของรัฐบาลมีมากมาย แตะไปตรงไหนก็เจอ ครั้งนี้จะมีการนำเรื่องการทุจริตของรัฐบาลมาฟ้องประชาชน ที่อวดอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ทุจริตนั้นจริงหรือไม่ เพราะข่าวการทุจริตได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมาก พล.อ. ประยุทธ์ฟังคนรอบข้างมากจนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขอันดับความโปร่งใสของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้พิสูจน์ได้จากผู้ประกอบการ ดั่งสำนวนที่ว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิดแน่ๆ ตลอดเวลา พล.อ.ประยุทธ์กลับนิ่งเฉยการตรวจสอบทุจริตที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ให้คนใกล้ชิดใช้ ทุกเครือข่าย การสื่อสารของรัฐ ออกมาปกป้องตัวเองว่าบริสุทธิ์ พท.เตรียมขุนพลอภิปราย เรื่องทุจริตในรัฐบาลอย่างแน่นอน

พท.ปูพรมติดป้าย 8 นโยบาย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หลังจากที่ พท.ได้เปิดตัววิสัยทัศน์รัฐบาลพรรคพท. ในปี 2570 โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ภายใต้แนวคิด “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทย ทุกคน : Think Big, Act Smart, For All Thais” เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงมอบหมายให้ ส.ส.และผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่พรรคได้ประกาศรายชื่อทั้งหมด นำแผ่นป้ายนโยบายหลัก 8 ด้าน ติดตั้งให้แล้วเสร็จทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2566

แผ่นป้ายนโยบายทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ 1.ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บ./วัน ปริญญาตรี 25,000 บ./เดือนภายในปี 2570 2.เพื่อไทยมายาเสพติดหมดไป คืนชีวิตปลอดภัยให้ประชาชน 3.ยกระดับ 30 บาท บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทั่วไทย จองคิวได้เร็ว วัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ซึมเศร้าใกล้บ้านรักษาฟรี 4.เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ลดราคาทันที 5.ราคาพืชผลเกษตรขึ้นยกแผง เพื่อไทยเคยทำได้และจะทำอีก 6.อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้าน สร้าง Blockchain สัญชาติไทย ค้าขายออนไลน์สร้างรายได้ใหม่ให้ครอบครัว 7.เร่งสร้างคนทำงานทักษะสูง สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง รายได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท/ปี 8.นโยบายดีๆ ใครก็พูดได้ แต่พรรคที่ทำได้และทำเป็น คือเพื่อไทย การเลือกช่วงเวลาติดแผ่นป้ายนโยบายในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อส่งมอบความสุขและความหวังในการเดินทางเข้าสู่ปี 2566 ปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนไปสู่รัฐบาลใหม่ เปลี่ยนผู้นำประเทศคนใหม่ และจะดียิ่งไปกว่านี้คือพี่น้องประชาชนจะได้รัฐบาล พท. ซึ่งจะนำพาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าวันนี้

อนุทินไม่ยึดติดการตั้งเป้าส.ส.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงเป้าหมาย 120 ส.ส. ตามที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยระบุไว้ ว่า เชื่อว่าที่นายเนวินบอกขอให้ได้ 120 คน ระหว่างวันครบรอบ 64 ปี นายเนวินพูดขึ้นมาก็กลอนพาไป เดินเข้ามาเห็นคนมาเยอะก็เลยพูดว่า 120 คงเป็นการอุปมาอุปไมย ตนอาจว่าทำไมตีต่ำอย่างนี้ อย่าไปยึดติดกับตัวเลขใดๆ มีปัญญาทำพรรค ทำนโยบาย คัดเลือกผู้สมัครที่โดนใจประชาชนหรือไม่แล้วเข้ามาได้แค่ไหน นั่นคือของจริง อีก 3- 4 เดือนก็รู้แล้ว

โต้ใช้กระสุนดินดำดูดส.ส.
เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าคนที่มาอยู่ ภท. เพราะมีกระสุนดินดำเยอะ นายอนุทินกล่าวว่า มโนกันไปเรื่อย เวลาจะย้ายไปพรรคไหนก็ต้องดูนโยบายดีหรือไม่ รูปแบบของพรรคนั้นเป็นอย่างไร ซึ่ง ภท.มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเรื่องของความเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นเอกภาพ บางครั้งผู้สมัครก็ต้องการ อาจคิดว่าแสดงถึงความอบอุ่น ไปคุยกับชาวบ้านได้ว่าจะได้แรงสนับสนุนทั้งพรรค สิ่งที่จะทำให้ได้ส.ส.คือนโยบายกับความขยันของส.ส.

“ส่วนกระสุนและเงินทองเป็นการวิเคราะห์ของคนภายนอก ถ้าบอกว่ากระสุนหรือเงินทองสามารถทำให้ชนะได้ เราก็คงไม่ต้องมานั่งคิดนโยบาย เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้หาเสียง ถ้าหากใช้กระสุนดินดำจริงคงไม่ต้องเดินหาเสียง” นายอนุทินกล่าว

จับมือ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมแกนนำทั้งสองพรรค ร่วมแถลงจับมือเป็นพันธมิตร ที่ร้านอาหารย่านสุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.

หน่อย-สมคิดจับมือเป็นพันธมิตร
เวลา 10.20 น. ที่ร้านอาหาร Corner สุขุมวิท 26 แกนนำพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้า ทสท. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธาน สอท. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า สอท. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ สอท. นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ ทสท. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้า ทสท. และพ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รองหัวหน้า ทสท. ร่วมแถลงถึงความชัดเจนทางการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตนและ นายสมคิดงานร่วมกันมาหลายสิบปี ในฐานะพวกเราผ่านประสบการณ์มามองเห็นปัญหาประเทศด้วยความห่วงใย นายสมคิดก็เคยทำนโยบายสำเร็จกับประเทศมาหลายนโยบาย จึงหารือกันว่าถ้าจะมาทำงานการเมืองกันต่อ คงไม่ทำเพื่อที่จะไปแย่งตำแหน่งกับใคร หรือไปสนับสนุนให้เกิดการใช้อำนาจรัฐจนการเมืองไปไม่ได้ คนรุ่นใหม่เดินต่อไปไม่ได้ พวกเราคิดเห็นร่วมกันว่าอะไรที่เราจะทำให้บ้านเมืองได้ และทำให้ประเทศไทยดีขึ้นกว่านี้ได้ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปได้ จึงมาคุยกันเริ่มต้นตรงนี้ก่อน ไม่เริ่มต้นในการจะบอกว่าจะมาทำเพื่อตรงนี้ตรงนั้น หรือใครจะได้ตำแหน่งอะไร วันนี้จึงตกลงกันว่าจะมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง วันนี้เป็นการพูดคุยเป็นพันธมิตรทางการเมืองด้วยกัน

สมคิดชี้นายกเรื่องฟ้าประทาน
ด้านนายสมคิด ตอบคำถามถึงข้อสรุปของ 2 พรรคเป็นพันธมิตร แต่ยังไม่ควบรวมใช่หรือไม่ว่า ตนอยู่ในการเมืองเกือบ 20 ปี ไม่เคยเห็นยุคใดสมัยใดที่การเมืองค่อนข้างย่ำแย่อย่างถึงที่สุด จนอดเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งในเชิงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทางการเมือง และในเชิงการใช้ทรัพยากรเพื่อแย่งชิงผู้สมัครส.ส. อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำกันอย่างโจ่งแจ้ง มีการโยกย้ายลาออกไม่เว้นแต่ละวัน ในเชิงที่ไม่สามารถบริหารภาครัฐ แก้ไขปัญหาปากท้อง หาก ไม่เปลี่ยนแปลงบ้านเมืองก็จะถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกู่ไม่กลับ ถึงเวลาที่คนไทยต้องละวางอัตตา มาร่วมมือกันแก้ปัญหาเพื่อลูกหลาน

คุณหญิงสุดารัตน์ในสายตาของตนเป็น นักต่อสู้ทางประชาธิปไตยที่แน่วแน่ เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ส่วนนายโภคินเป็น นักกฎหมายชั้นครู สามารถใช้กฎหมายแก้ปัญหาและสร้างอนาคตให้ประเทศได้ นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ก็คุ้นเคยและมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสมาพบปะหารือกันก็เพราะความห่วงใยต่อบ้านเมือง การทางออกให้บ้านเมือง ส่วนเรื่องอื่นก็คอยติดตามดู

“การทำการเมืองครั้งนี้ จริงๆ ผมไม่คิดจะทำด้วยซ้ำ ผมเหนื่อยพอสมควรที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ก็มีภารกิจ ผมก็มีภารกิจที่ต้องทำคือสร้างพรรคที่ดี ไม่เคยคิดเรื่องตำแหน่งและกรุณาอย่าถามว่าจะเป็นแคนดิเดต นายกฯ หรือไม่อย่างไร ไม่ต้องถามผมเลย เพราะในใจผมสิ่งเหล่านี้คือปลายเหตุทั้งสิ้น เรื่องตำแหน่งไม่มีความสำคัญเลยได้มาทุกตำแหน่งแล้ว ส่วนเรื่องนายกฯ ผมเคยบอกแล้วฟ้าลิขิต ฟ้าประทาน ขอให้มาช่วยกันด้วยเพื่อที่บ้านเมืองจะได้ดีขึ้น” นายสมคิดกล่าว

ยันวันนี้ยังไม่ควบรวมพรรค
นายโภคินกล่าวชี้แจงถึงเหตุผลที่ยัง ไม่สามารถประกาศควบรวมพรรคได้ว่า บางทีเราไปมองปลายทางก่อน ต้องเริ่มจากอุดมการณ์ตรงกันหรือไม่ ความเสียสละมุ่งมั่นต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และนโยบายตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่เริ่มต้นอย่างนี้ก่อนมันเดินไปปลายสุดไม่ได้ เราคุยกันเป็นระยะถ้าตกผลึกแล้ว จะทำอะไรกันต่อไปก็จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

“ผมชอบใจที่นายสมคิดพูดว่าไม่ได้มา เพื่อขอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ใช่ว่าฉันใหญ่โตมาจากไหน ผมเองก็ดำรงตำแหน่งมามากมาย แม้แต่ในพรรคก็ไม่ได้อยากเป็นอะไร แต่อยากเห็นการส่งต่อ ผ่านการสร้างพรรคและนโยบายที่ดีให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้อยากจะมาพูดกันเรื่องใครจะไปทำอะไรตรงไหน หรือไม่อยากให้สื่อถามว่าจะรวมกันวันไหน อะไรเมื่อไร คนเราถ้ารวมความคิดและหัวใจได้เรื่องต่อๆ ไปก็ไม่ยากเย็น วันนี้ขอแค่นี้ก่อนถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” นายโภคินกล่าว

ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 438 คน
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องรับทราบนายวันชัย เจริญนนทสิทธ์ ส.ส.นนทบุรี พท. มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นส.ส.ตั้งแต่ 28 ธ.ค.65 จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง และรับทราบประกาศสภา ผู้แทนฯ ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน ตำแหน่งที่ว่างของพรรคพลังท้องถิ่นไท คือ นายยอดยิ่ง แสนยากุล ลำดับที่ 12 แทน นายชัชวาลล์ คงอุดม และนายสิทธิพงศ์ วงศ์เลิศศักดิ์ ลำดับที่ 16 แทนนายนพดล แก้วสุพัฒน์ จากนั้นส.ส.ใหม่ได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้มี 438 คน องค์ประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 219 คน

อุบลศักดิ์ฉะภท.เจ้าเล่ห์
เวลา 09.30 น. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พท. แถลงกรณีสภา 28 ธ.ค.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่) พ.ศ….ที่วุฒิสภาแก้ไขจาก ไม่คิดดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ มาเป็นคิดดอกเบี้ย 1% และเบี้ยปรับ 0.5% ว่า น่าเสียใจแทนนักศึกษาผู้ปกครองมีพรรคโหวตเห็นด้วย ไม่ให้เก็บดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับตั้งแต่ในชั้นสภา แต่เมื่อวุฒิสภาแก้ไขให้เก็บดอกเบี้ยกลับโหวตงดออกเสียง แล้วรีบแถลงว่าจะชูเป็นนโยบายหาเสียงว่าจะแก้กฎหมายในสมัยหน้า หลอกลวงประชาชน วันนี้สามารถดำเนินการได้ ออกเสียงได้ แต่ทำไมกลับลำ ไม่จริงใจ ประชาชนต้องพิจารณาว่าจะเลือกคนเหล่านี้เข้ามาหรือไม่

“ร่างกฎหมายนี้เป็นร่างของผม แต่กลับมาแถลงเหมือนกับเป็นร่างของตัวเอง เขาเรียกว่าเจ้าเล่ห์ ที่นักข่าวทำเนียบให้ฉายาว่าภูมิใจดูดก็ถูกต้องแล้ว อย่างนี้เรียกอ้างบาลี กลัวไม่ได้เป็นรัฐบาล ผมจะปรินต์รายชื่อส.ส. ที่ลงมติเอาไปแจกอาชีวะทั่วประเทศให้ดูว่าใครโหวตอย่างไรบ้าง และจะพูดกับเกษตรกรทั่วประเทศ ถ้าจริงใจจริงๆ ก็ควรโหวตให้ไม่ผ่าน เพราะใช้เวลาเพียง 7 วันก็พิจารณาเสร็จแล้ว และสภายังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน ส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับส.ส. ที่โหวตตามส.ว.และตนหมดศรัทธากับ ส.ว.

กมธ.แจงดูงานเยอรมัน
เวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. กมธ. แถลงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิก พปชร. ยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ กมธ.การเมืองฯ ที่ไปเยอรมัน 26 พ.ย.-4 ธ.ค. 2565 โดยทางมูลนิธิฮันส์ ไซเดล ประเทศไทยสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เข้าข่ายรับประโยชน์เกิน 3,000 บาท และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ หรือไม่

นายณัฐชา ยอมรับว่า กมธ.ไปดูงานที่เยอรมันจริง มูลนิธิฮันส์ ไซเดลฯ เชิญไปดูงานโดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด กมธ.หารือกันแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ กมธ.จึงไปดูระบบเลือกตั้งของประเทศที่พัฒนาแล้ว และได้ขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาแล้ว เมื่อกลับจากดูงานทาง กมธ.ก็ได้รวบรวมข้อมูล เพื่อทำรายงานเสนอต่อสภา

เรื่องของค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่าเครื่องบิน ค่าอาหาร ที่พัก หรืออื่นๆ ที่กมธ.สามารถเบิกจ่ายจากงบสภาได้ กมธ.ไม่ได้เบิกแม้แต่บาทเดียว เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือการรับ ผลประโยชน์เกิน 3,000 บาท แต่เป็นการเชิญกมธ.ทั้งคณะเพื่อไปศึกษาดูงาน หน่วยงานอื่นๆ แม้แต่นายกฯ ก็เคยไปต่างประเทศโดยหน่วยงานนั้นๆ เชิญและออกค่าใช้จ่ายให้ หรือกรณีไทยเชิญหน่วยงานจากต่างประเทศมาดูงานก็มีการออกค่าใช้จ่ายให้เช่นกัน

ปปช.เปิดเซฟบิ๊กปั๊ด 101 ล.
สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข กรณีพ้นจากการเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ ผบ.ตร. เมื่อ 1 ต.ค. 2565 และพ้นจาก ส.ว. เมื่อ 1 ต.ค. 2565 พล.ต.อ. สุวัฒน์ พร้อม น.ส.รัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ ภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 101,209,188 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 51,030,374 บาท คู่สมรส 49,155,621 บาท ของบุตร 1,023,192 บาท

เป็นเงินสด 650,000 บาท เงินฝาก 11,544,024 บาท เงินลงทุน 41,595,704 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นและกองทุนรวม ที่ดิน 11,794,266 บาท 4 แปลง อยู่ในจ.สมุทรปราการ ชลบุรี อยุธยา และกทม. โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 15,192,000 บาท เป็นบ้านพัก 2 ชั้นอยู่ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ยานพาหนะรถยนต์ 2 คัน โตโยต้าแอสติมา และ BMW ซีรีส์ 7 สิทธิและสัมปทาน 6,283,692 บาท ทรัพย์สินอื่น 11,049,500 บาท ยื่นไว้รวม 37 รายการ ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 100 บาท นาฬิกา รวม 9 เรือน พระเครื่องเลี่ยมทอง 12 องค์ ปืน 22 กระบอก กระเป๋าถือและเครื่องประดับสตรี

พีระพันธุ์ควงไตรรงค์พบตู่
เวลา 14.45 น. ทำเนียบรัฐบาล นาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรครทสช. และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกฯ และสมาชิก รทสช. พร้อมทีมงาน เข้าพบ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาเข้าพบกว่า 1 ชั่วโมง

เวลา 15.50 น. นายไตรรงค์เผยว่า ตนมาตามคำสั่งนายพีระพันธุ์ มาดูห้องที่จัดเตรียมไว้ให้ว่าพอใจหรือไม่ ตนมีคณะที่ปรึกษา ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ และคนที่ผ่านงานระดับสถาบันการเงิน รวมถึงข้าราชการที่เกษียณแล้วรวมกว่า 50 คนมาให้คำแนะนำ จึงมากราบเรียนให้นายกฯ ทราบถึงแนวทางการ แก้ปัญหาจะเลือกแนวทางไหน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนในฐานะที่ปรึกษาฯ ทำหน้าที่เสนอ ไม่ควรบังอาจไปสั่งการเอง

เมื่อถามว่าถามนายกฯ หรือไม่ จะไปสมัครเป็นสมาชิก รทสช.วันไหน นายไตรรงค์รีบปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมระบุว่า อันนี้เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค ก่อนหันไปหานายพีระพันธุ์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง

โวนายกฯ ยังคึกไปต่อได้
เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจนายกฯ อย่างไรหรือไม่ ในฐานะที่จะไปต่อโดยเป็นแคนดิเดต นายกฯ ของ รทสช. นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่ ตนแค่อวยพรปีใหม่กันนิดหน่อย คง ไม่ต้องให้กำลังใจ เพราะดูพล.อ.ประยุทธ์ยังคึกอยู่ เมื่อถามว่าต้องปรับลุกส์ให้พล.อ. ประยุทธ์หรือไม่ เพื่อให้เป็นนักการเมืองเต็มขั้น นายไตรรงค์กล่าวว่า ของพวกนี้จะเป็นไปเองตามธรรมชาติ เมื่อถามว่าบุคลิกอย่างพล.อ. ประยุทธ์ ยังไปต่อได้ยาวใช่หรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า บุคลิกเหมือนกับตน ไปต่อได้

ด้านนายพีระพันธุ์ กล่าวถึงการพูดคุยกับนายกฯ เรื่องสมัครสมาชิก รทสช.ว่า วันนี้ ไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าว แต่มาเรื่องภารกิจงานราชการ ซึ่งนายกฯ ให้แนวทางการทำงานเรื่องปัญหาปากท้องเป็นหลัก ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมอบแนวทางให้นายไตรรงค์ไปปฏิบัติ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน