พร้อมนั่งนายกฯ พปชร.แถลงใหญ่ ชูบัตรคนจน700 สว.ถอยแก้ปม8ปี ครม.ไฟเขียวอีก รทสช.เข้าทำเนียบ

‘ป้อม’ นำทีมแถลงเปิดนโยบายหาเสียง พปชร. เติมเงินบัตรคนจนเป็น700 บาท ทันทีหากได้เป็นรัฐบาล ลั่นพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ถ้าประชาชนเลือก ปาดหน้า ‘ตู่’ บุกบ้านส.ส.ราชบุรี เปิดศึกชิงตัว ผู้สมัคร ถามตรงๆ ‘ยังรักกันอยู่มั้ย’ ‘ประยุทธ์’ หงุดหงิด ถูกจี้ถามบิ๊กป้อมลาประชุมครม. ป่วยการเมือง เลี่ยงเผชิญหน้าหลังออกจดหมายเปิดใจ-ดึง ‘ธรรมนัส’ คืน พปชร. สามมิตรอ้ำอึ้ง ย้ายพรรคหรือไม่ ครม.ไฟเขียวอีก ตั้งคน ‘รทสช.’ เป็นข้าราชการการเมือง ‘ธนกร’ เผยปรีชา-เอกภาพ-บุญจง-ประจักษ์ จ่อย้ายมาร่วมสังกัด ‘เขตรัฐ-เอนก’ ลาพรรคเทือก มาร่วมด้วย กกต.จับตารมต.-ผู้สมัคร-พรรคการเมือง ลงพื้นที่

ครม.เหงา 7 รมต.ลาประชุม
เวลา 09.30 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลาประชุม เนื่องจากอ่อนเพลีย หลังจาก 16 ม.ค.ลงพื้นที่ตรวจ ราชการที่จ.ลำปาง และพะเยา

การลาประชุม ครม.วันนี้ถูกจับตามองจากหลายฝ่ายถึงความสัมพันธ์และการเผชิญหน้ากับ พล.อ.ประยุทธ์ หลัง พล.อ.ประวิตร ทำจดหมายเปิดใจทำนองตัดพ้อทางการเมืองผ่านเพจเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีที่ลา ประชุมคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย

พบนายกฯ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบตัวแทนนักเรียน ซึ่งดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำมาเสนอกิจกรรม ‘สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมทักษะชีวิตระหว่างเรียน’ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 17 ม.ค.

ตู่ยันเป็นห่วงสุขภาพป้อม
เวลา 13.15 น. หลังประชุมครม. พล.อ . ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประวิตร ลาประชุม ครม. เป็นการลาป่วยหรือไม่ว่า วันนี้ท่านไปราชบุรีไม่ใช่หรือ พร้อมหันหน้าไปถาม นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ยืนอยู่ด้านหลังว่าไปหรือเปล่า แล้วถึงกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานไปแล้ว วันนี้เมื่อเช้าไปหรือเปล่าไม่รู้

เมื่อถามว่ามีรายงานว่าพล.อ.ประวิตร ลาครม.เพราะอ่อนเพลียจากการลงพื้นที่ จ.ลำปางและพะเยา พล.อ.ประยุทธกล่าวว่า “อ๋อผมก็เป็นห่วงท่านอยู่แล้วล่ะ ผมเคยเตือนท่านแล้ว บอกระมัดระวังหน่อยแล้วกัน เรื่องของสุขภาพ เป็นห่วงท่านแค่นั้นเอง แต่เดี๋ยวท่านก็หาย ท่านแข็งแรงอยู่แล้ว”

รำคาญถูกถามป้อมหลบหน้า
เมื่อถามว่าไม่ใช่ลาป่วยการเมืองใช่หรือไม่ เพราะไม่อยากเจอหน้า พล.อ.ประยุทธ์ หลัง 16 ม.ค.ได้เจอกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่นั่งคุกเข่ามอบพวงมาลัยให้ที่จ.พะเยา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ พร้อมเดินออก นอกวงสัมภาษณ์

เมื่อถามว่าสาเหตุหนึ่งที่พล.อ.ประวิตร ลาประชุม ครม.มาจากการเขียนจดหมายเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในลำคอด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ว่า “ฮู้ว” พร้อมโบกมือปัดตอบคำถาม ก่อนกลับขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 หลังให้วิปรัฐบาลไปหารือว่า วิปรัฐบาลยังไม่ได้สรุปวันมา วิปจะไปหารือร่วมกับทางสภาวันที่ 25 ม.ค. ได้ข้อสรุปอย่างไรจะใช้วันไหนกี่ชั่วโมงค่อยว่ากันเป็นเรื่องของวิป

ครม.ดันซักฟอก 15-16ก.พ.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สอบถามในที่ประชุมครม.ถึงการอภิปราย มาตรา 152 นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ แจ้งว่า 25 ม.ค.นี้วิปจะตกลงกัน ส่วนตนเตือนว่ารัฐมนตรีหลายคนมีภารกิจไปต่างประเทศ ไม่ได้หนี ไม่ได้กลัวอะไร ทั้งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ อาจอยู่ในข่ายถูกอภิปรายพาดพิง และครม.แจ้งไปว่าพร้อมตั้งแต่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ได้หารือกันถึงการอภิปรายตามมาตรา 152 เสียงส่วนใหญ่อยากให้อภิปรายช่วง 15-16 ก.พ. ส่วนรายละเอียดเรื่องเวลาฝ่ายไหนได้กี่ชั่วโมงให้วิปไปหารือกันอีกครั้ง โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวเสริมว่า ต้องไปเจรจากันเพราะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ต้องอย่าให้รัฐบาลเสียเปรียบ

รมต. 3 มิตรจับกลุ่มคุยยาว
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต้อนรับนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย ที่เข้าร่วม ประชุมครม.นัดแรก รัฐมนตรีต่างปรบมือต้อนรับ จากนั้น นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ แซวว่า “ที่นี่ไม่ใช่ที่ประชุมสภานะ” เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครง ทำให้นายนริศหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “พักเบรกกันหน่อยเพื่อให้รัฐมนตรีใหม่ได้พูดคุย ทำความคุ้นเคยกับบรรดารัฐมนตรี” โดยช่วงพักเบรกเป็นที่น่าจับตาว่า ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ชัดเจนของกลุ่มสามมิตร ว่าจะยังคงอยู่พปชร.ต่อหรือไม่ หลังมีภาพ ของร.อ.ธรรมนัส คุกเข่ากราบ พล.อ.ประวิตร ทำให้รัฐมนตรีกลุ่มสามมิตรทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา จับกลุ่มคุยกันตลอดช่วงพักเบรก ทั้งที่ปกติทั้ง 3 คนไม่ได้คุยยาว และช่วงมื้อกลางวัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังเรียกนายสุริยะ มาพูดคุยที่โต๊ะกินข้าวด้วย

3 มิตรอ้อมแอ้มอยู่กับป้อม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนทางการเมืองว่า วันนี้ยังอยู่ พปชร. เมื่อถามว่า สามมิตรยังอยู่กับ พปชร.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ทำนองนั้น เมื่อถามว่า นายอนุชา นาคาศัย ในฐานะกก.บห.พปชร.จะยังอยู่ พปชร. หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงไปตอบแทนไม่ได้

เมื่อถามถึงแนวโน้มการกลับมา พปชร.ของ ร.อ.ธรรมนัส จะทำให้พรรคเข้มแข็งหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าตนจะอยู่ หรือไม่อยู่ พปชร. ถึงบอกแล้วว่ารัฐบาลจะอยู่ถึง มี.ค.ก็เป็นปัจจัยที่เพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อพิจารณาดีๆ ก็จะไม่ผิดพลาดในการทำงานให้ประชาชน อะไรที่ค้างอยู่จะได้ทำได้

ร่วมงานธรรมนัสได้-ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าสามารถทำงานร่วมกับ ร.อ. ธรรมนัส ได้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนดูเรื่องรัฐบาล ระหว่างตัวบุคคลอย่าไปคิด ไม่มีปัญหาเรื่องงาน ทำได้ทุกคน เขาจะเลือกใครมาทำงานด้วยตนไม่มีสิทธิ์เลือก ตนทำงานได้หลากหลายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม อย่าไปเลือกที่รักมักที่ชัง อะไรไม่ดีก็ทิ้งไป อะไรที่ดีหรือพอเดินได้ก็ต้องเดินไป เมื่อถามว่าแสดงว่าการกลับมาของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีผลในการตัดสินใจที่จะอยู่หรือไป นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเขา อย่าเอาไปเปรียบเทียบกันอีก ไม่ดีเดี๋ยวจะทะเลาะกันอีก ตนขอไม่พูด

นายกฯนำทีมทัวร์ราชบุรี 19 ม.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปตรวจราชการจ.ราชบุรี ในวันที่ 19 ม.ค. โดยเวลา 14.00 น. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก กทม.ถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ค่ายภาณุรังษี อ.เมืองราชบุรี ก่อนเดินทางต่อโดยรถยนต์ไปยังกาดวิถีชุมชนคูบัว (ตลาดไท-ยวน) ต.คูบัว อ.เมืองราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมงานด้านศิลปวัฒนธรรมกาดวิถีชุมชนคูบัว จากนั้นไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนจังหวัดราชบุรี ก่อนเดินทางกลับทันทีในเวลาประมาณ 18.00 น.

ครม.ตั้งคนรทสช.อีก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบว่า ครม.พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ 2 ราย ได้แก่ นายสยาม บางกุลธรรม และนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ขณะที่ตามกรอบอัตราตำแหน่งข้าราชการ แต่งตั้งประจำสำนักเลขาธิการ นายกฯ มี 30 ตำแหน่ง แต่งตั้งไปแล้ว 24 ราย คงเหลืออัตราที่ว่าง 6 ราย

สำหรับนายสยาม เป็นรองเลขาธิการรทสช. ส่วนนายเนวินธุ์ เป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตยานนาวา รทสช. เช่นกัน

ธนกรยันยุบสภาหลัง 28 ก.พ.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนัก นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านระบุจะยุบสภาก่อน 15 ก.พ.ว่า ตนเคยยํ้าแล้วว่าการยุบสภาน่าจะเกิดหลังจากปิดสมัยประชุมสภาไปแล้ว ในวันที่ 28 ก.พ. จะมีการยุบสภาแน่นอนเพราะต้องเปิดโอกาสให้ ส.ส.ย้ายพรรค เมื่อถามว่ามีการดูฤกษ์ยามในการยุบสภาหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า คิดว่าไม่จริง สังคมไทยใครดูฤกษ์ยามก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านเองคงดูมา รัฐบาลก็ดู ไม่ควรนำประเด็นเหล่านี้มาดิสเครดิตหรือโจมตีกัน มันไม่เกิดประโยชน์

ปรีชา-เอกภาพ-บุญจง-ประจักษ์จ่อซบ
เมื่อถามถึงกระแสข่าว นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรมช.มหาดไทย และ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ จะเข้าร่วมงานกับรทสช. นายธนกรกล่าวว่า นายปรีชาโทร.มาหาว่าสนใจจะมาทํางานร่วมกับ รทสช. พร้อมระบุในกลุ่มมีนายเอกภาพ พลซื่อ อดีตนายกอบจ.ร้อยเอ็ด นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายประจักษ์ แกล้วหาญกล้า อดีตรมช.คมนาคม ตนตอบไปว่ายินดี แต่กระบวนการภายในรทสช.ยังมีอยู่ จึงประสานให้ทั้งหมดไปพบกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ซึ่งได้พบกันแล้วครั้งหนึ่ง และต้องเจอกันอีกรอบหนึ่งภายใน 1-2 วันนี้

เมื่อถามว่าประเมินว่ารทสช.จะได้กี่ที่นั่ง นายธนกรกล่าวว่า ต้องได้มากกว่า 80-100 ที่นั่ง

ตู่ดึงทั้ง‘เอนก-เขตรัฐ’
วันเดียวกัน นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรครวมพลัง (ร.พ.) แจ้งผ่านกลุ่มไลน์พรรคว่า เช้า 17 ม.ค. เข้าไปกราบลาผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อแจ้งถึงการลาออกจากสมาชิกพรรค และยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการแล้ว จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 18 ม.ค.ช่วงเช้าจะไปสมัครเป็นสมาชิกรทสช. ประสงค์จะลงสมัครส.ส.กทม. แต่ก็แล้วแต่พรรคจะเห็นถึงความเหมาะสม

มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแกนนำรทสช. ได้ทาบทามนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ หัวหน้า ร.พ. พ่อของนายเขตรัฐ ให้มาร่วมงานกับรทสช. ให้รับผิดชอบงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ เข้าไปช่วยยกร่างนโยบายพรรค เบื้องต้นนายเอนกซึ่งไปราชการที่อังกฤษมีท่าทีตอบรับแล้ว แต่มีเงื่อนไขคือจะเข้าไปช่วยงานแบบไม่เป็นทางการ ในลักษณะทีมงานแบ๊กอัพให้ แต่จะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรค ไม่เป็นสมาชิกพรรค ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในพรรค เพราะเดิมตั้งใจรัฐบาลนี้หมดวาระ หลังเลือกตั้งจะพักผ่อนวางมือการเมืองพักใหญ่

ส่วน ร.พ. เบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อตั้งพรรค เช่นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังต้องการยุบรวมกับพรรคอื่น แต่อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะส่งคนลงเลือกตั้งหรือไม่ หลังจากส.ส.ในพรรคเริ่มทยอยลาออก เช่น น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ย้ายไปภท. นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร จะย้ายไปรทสช. ตามนายชุมพล จุลใส ที่ดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ ให้รทสช. แม้จะโดนตัดสิทธิการเมืองก็ตาม

กำนันป้อยันป่วยจริง-ยังรักภท.
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวอาจย้ายออกจาก ภท.ว่า หากคิดว่าตนป่วยไม่จริงแล้วอยากจะรู้ให้ไปดูที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ เมื่อถามว่าคนในครอบครัวยังอยู่ภท.หรือไม่ นายวีรศักดิ์กล่าวว่า “ครับ ยังไม่ได้ไปไหน นอกเสียแต่มีความจำเป็น” เมื่อถามว่าความจำเป็นคืออะไร นายวีรศักดิ์ตอบว่า สุขภาพ ไม่ดี และตนได้คุยกับผู้บริหารภท.แล้วว่าจะขอพัก หากหายดีแล้วจะกลับมาช่วยพรรค เมื่อถามว่าจะไม่ไปร่วมกับพรรคอื่น นาย วีรศักดิ์กล่าวว่า “ตัวผมเองผมหยุดเลยครับ” เมื่อถามว่ายังรักภท.ใช่หรือไม่ นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ครับ

กกต.จับตารมต.-ว่าที่ผู้สมัคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ในกลุ่มไลน์ผู้บริหารสำนักงาน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ กำชับให้ติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและว่าที่ ผู้สมัครส.ส.อยากใกล้ชิด

เนื้อความระบุ ถึง ผอ.กต.จว.ว่าต่อจากนี้การแข่งขันทางการเมืองน่าจะเข้มข้น และมีความถี่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันเลือกตั้ง ฝากงานสืบสวนแต่ละจังหวัด ติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในการลงพื้นที่ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาทิ รัฐมนตรีลงไปปฏิบัติหน้าที่ นอกจากไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ได้สุ่มเสี่ยงหรือหมิ่นเหม่ที่จะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ รวมทั้งว่าที่ผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้ามีการมาปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนก็ให้คำแนะนำที่ถูกต้องด้วย หากมีกรณีดังกล่าวให้รายงานอย่างไม่เป็นทางการที่ตนได้เลย เพื่อใช้ควบคุมและบริหารสถานการณ์เลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สว.ชี้เป็นไปไม่ได้แก้ 8ปีสมัยนี้
ที่รัฐสภา กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.เป็นประธาน พิจารณาเรื่องรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ของคณะทำงานศึกษาการปรับปรุงโครงสร้างและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูป ทั้งประเด็นการแก้มาตรา 158 เรื่องวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ มาตรา 159 เรื่องคุณสมบัติของนายกฯต้องมาจาก ส.ส. และมาตรา 272 เกี่ยวกับยกเลิก ส.ว.ร่วมโหวต นายกฯ และการแก้ปัญหาองค์ประชุมสภาล่ม

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.ในฐานะกมธ. กล่าวว่า การแก้ไขวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8ปี เนื่องจากที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่แล้วประชาชนฝากมาว่า เบื่อส.ส.ไม่ทำหน้าที่ ทำสภาล่ม ควรให้ส.ส.มีวาระดีหรือไม่ สิ่งที่เราศึกษาต่อไปคือถ้าอย่างนั้นเมื่อส.ส.ไม่มีวาระ และก่อนนี้นายกฯก็ไม่มีวาระ จึงคิดอย่างนั้นปล่อยเสรีเลย คือปลดล็อก นายกฯ 8 ปี ตามมาตรา 158 ที่เราคิดตรงนี้ ไม่ใช่ว่าส.ว.เสนอแก้มาตรา 158 วรรคสุดท้ายที่บอกว่านายกฯปฏิบัติหน้าที่เกิน 8 ปีไม่ได้ และไม่มีทางแก้ได้ เพราะรัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน และส.ว.แก้โดดๆไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.ประชามติออกมาบังคับใช้แล้ว และหากจะแก้มาตราเดียวน่าจะต้องทำประชามติอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ซึ่งต้องใช้เงินนับ 10,000 ล้านบาท

“ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่กมธ.คิดไว้คือ การแก้ไขน่าจะเป็นรัฐบาลหน้าแน่นอน แต่เขาจะแก้หรือไม่แก้ไม่ใช่หน้าที่ ส.ว. หากมีการแก้ ส.ว.ก็จะมีการเสนอประเด็นเข้าไปร่วมแก้ไขด้วยและต้องทำประชามติ ไม่เช่นนั้นทำไม่ได้ และหากผ่านประชามติแล้วก็ต้องมีมติของรัฐสภาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ต้องมีเสียงฝายค้าน และส.ว.ด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เข้าใจว่านักการเมืองขณะนี้ใกล้หาเสียงก็ด่าได้ ตำหนิได้ก็ว่าไป” นายกิติศักดิ์

กมธ.วุฒิไม่ค้านแก้ม. 158
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกมธ.ว่า ประเด็น ดังกล่าวไม่มีกมธ.คัดค้าน แต่แสดงความเห็นที่หลากหลาย การเขียนรายงานเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาต้องเขียนเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ศึกษาเพื่อประโยชน์ของพล.อ.ประยุทธ์

เมื่อถามว่าการแก้มาตรา 158 มีข้อยุติชัดเจนหรือไม่ว่าจะยกเลิกการจำกัดวาระ หรือแค่ปรับแก้ไข นายเสรี กล่าวว่า ยังไม่มีข้อยุติ เพราะต้องศึกษาให้ครบถ้วน รอบด้าน ยืนยันกมธ.ได้ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำประเด็นการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้ามาพิจารณา หากจะแก้ไขในรายละเอียดใดและต้องทำประชามติหรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้ง เบื้องต้นการประชุมสัปดาห์หน้า กมธ.จะพิจารณาเนื้อหา และสรุปอีกครั้งว่าจะเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาได้เมื่อใด ต้องรอให้คณะทำงานดำเนินการให้ครบถ้วนก่อน

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขไม่แน่ใจเมื่อหมดวาระ ส.ว.ชุดนี้จะแก้สำเร็จหรือไม่ ยืนยันไม่มี ผู้มีอำนาจคนใดส่งสัญญาณแก้มาตรา 158 แม้แต่ในส.ว.ด้วยกันก็ไม่มีใครผลักดัน จะหาเรื่องเข้าตัวทำไมเพราะไม่มีทางสำเร็จ

พท.แฉแผนดูดกลับส.ส.ให้ตู่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. กล่าวกรณี ส.ว.จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่า เป็นการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบโดยมีเป้าลวงและเป้าหลัก เป้าลวงทำเหมือนใจดี พยายามพูดว่าใครมาเป็นนายกฯ ปีนี้จะได้อยู่ยาวๆ แต่เป้าหลักเป็นการพูดต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดการเจรจา อำนาจต่อรองว่าถ้าใครเห็นด้วยกับบิ๊กตู่ อยู่กับลุงต่อ หากได้เลือกมาเป็นนายกฯ แม้อยู่แค่ 2 ปี แต่ ส.ว.จะโหวตแก้รัฐธรรมนูญให้อยู่ยาวได้ ถือว่าวางหมากอย่างเหนือชั้น

เป็นการโยนระเบิดถล่มทางเข้าอุโมงค์ เพื่อให้ใครก็แล้วแต่ทั้งพรรคพวกของบิ๊กตู่ที่ สละเรือไปต้องหันมามองเรื่องนี้ ในวงการการเมืองรู้ทัน ส.ว.บางคนอยากให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้กลับเข้ามาอีก แค่โยนระเบิด ถล่มทางเพื่อให้คนที่กำลังแปรพักตร์จากพล.อ.ประยุทธ์กลับไปสวามิภักดิ์เพื่อสืบทอดอำนาจก็เพียงเท่านั้นเอง จึงบอกประชาชนว่าอย่าไปสนใจ ส.ว. ขอให้เลือกพท.ให้เต็ม คาราเบล เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องดีกว่าเรื่องสืบทอดอำนาจแบบยาวๆ

ป้อมปาดหน้าตู่-พบส.ส.ราชบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาประชุมครม.ช่วงเช้าของ พล.อ.ประวิตร เนื่องจากเดินทางไปจ.ราชบุรี พร้อม พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กก.บห.พปชร. และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ คณะทำงาน ไปยังบ้านพักนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกอบจ.ราชบุรี สามีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พปชร. โดยมีส.ส.ราชบุรี พปชร.ทุกคน และ 2 ส.ส.ราชบุรี ปชป. คือนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ รวมทั้ง ส.จ. ส.ท. กำนัน ผู้ใหญ่ นายกอบต.ในพื้นที่ราชบุรี มาต้อนรับหนาแน่น

ทันทีที่มาถึง พล.อ.ประวิตร ทักทาย “เป็นอย่างไรกันบ้าง ยังรักกันอยู่รึเปล่า แต่ฉันยังรักพวกแกนะ อุตส่าห์ลาครม.เลยนะแกเอ๋ย” ทุกคนจึงพร้อมใจกันตอบว่า ยังรักลุงอยู่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า เห็นว่านายกฯ จะมา จ.ราชบุรี 19 ม.ค. ส.ส.จึงตอบว่าพวกเราต้องไปรับนายกฯ ตามหน้าที่ พล.อ.ประวิตร จึงบอกว่า “ไปเถอะ ท่านเป็นนายกฯ ไปทำตามหน้าที่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ จ.ราชบุรี 19 ม.ค. ท่ามกลางกระแสข่าวจะมี ส.ส.ราชบุรี พปชร.บางคนย้ายไปอยู่รทสช. ทำให้ถูกจับตาว่าเป็นการแย่งชิงนักการเมืองในพื้นที่ จ.ราชบุรี ระหว่างพปชร.กับรทสช.

นำพปชร.เปิดตัวนโยบาย
ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงที่พรรค โดยรถตู้เบนซ์ส่วนตัว เนื่องจากมีกำหนดแถลงนโยบายสำหรับหาเสียงเลือกตั้งของพรรค เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีพล.อ.ประยุทธ์ เผย พล.อ.ประวิตรลา ครม.ไปราชบุรี พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ผมไปธุระผม” จากนั้นเดินขึ้นลิฟต์ไปห้องทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนแถลงนโยบาย

เวลา 15.30 น. พล.อ.ประวิตร พร้อม ผู้บริหารพรรค เปิดแถลงนโยบายแรกที่จะใช้หาเสียง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี ผู้บริหารพรรค ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร เข้าร่วมงานพร้อมเพรียง

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา พปชร.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายของพรรค และมีผลงานที่เป็นรูปธรรม ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายของพรรค เรื่องการสร้างสวัสดิการประชารัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) การบริหารจัดการน้ำ การจัดที่ดินทำกิน การปราบปรามการค้ามนุษย์ อุตสาหกรรมประมง และอื่นๆ ที่มากมาย

ความหวังของคนไทยที่รอคอยให้คนที่มีความพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาคือ สังคมไทยยังคงมีความแตกแยกทางความคิด แต่ขอยืนยัน พปชร.พร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง เดินหน้าสร้างพลังแห่งความปรองดองและสามัคคี เราพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน ประเทศไทยของเราต้องมีแต่ความสงบสุข

700 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแกนนำพรรค เปิดตัวนโยบายพรรค เพิ่มเงิน เพิ่มสวัสดิการ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรับ 700 บาทต่อเดือน ณ ที่ทำการ พรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 17 ม.ค.

เพิ่มเงินบัตรคนจน 700บ./เดือน
การเลือกตั้งที่จะมาถึง ตนขอนำเสนอบุคลากรของพรรคที่มีคุณภาพ เข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างถ่องแท้ พรรคพร้อมสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนที่ได้ทำไว้ และริเริ่มนโยบายใหม่ๆ ให้คนไทยได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพปชร. ที่จะตอบสนองและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ทุกพื้นที่ ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยคำว่า “พลัง สามัคคี ประชามีสุข รัฐพลิกโฉมบริการ”

“พร้อมเดินหน้าจัดทำนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือนให้ประชาชน และเริ่มมีผลทันทีหลัง พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล งบประมาณที่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรประชารัฐ จะนำมาจากงบช่วง 3 เดือนสุดท้ายของงบปี 2566 หลังจากได้รับเลือกตั้งหากมีผู้ได้รับสิทธิ์ ประมาณ 18 ล้านคน คาดว่าต้องใช้งบเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือปีละ 1.5 แสนล้านบาท” พล.อ.ประวิตรกล่าว

เป็นรัฐบาลจ่ายให้ทันที
เนื่องจากพปชร.ดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้มี รายได้น้อยไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นเงิน 200-300 บาทต่อเดือน แต่จากการลงพื้นที่ของส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พบว่าเงินดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทำให้ประเมินว่าควรเพิ่มเงินช่วยเหลืออีกประมาณ 500 บาท ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แม้ว่าเงินที่ได้รับอาจไม่เพียงพอที่จะนำไปแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทุกด้าน สอดรับกับการจัดสรรงบที่ช่วยเหลือประชาชน เพิ่มขึ้น

สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกและคุณสมบัติผู้รับสิทธิยังคงยึดกรอบเดิมเป็นหลัก คือ รายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท และนำคนที่เคยได้รับสิทธิตามบัตรมาพิจารณา โดยจะเริ่มจากเดือนละ 700 บาท ทันทีหลังจากที่พรรคได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปบริหารประเทศ และจะมีการประเมินหลังได้ดำเนินการปีแรก ทั้งประโยชน์ของผู้ได้รับบัตร การดูแลประชาชนในนโยบายด้านอื่นๆ ด้วย

ลั่นพร้อมเป็นนายกฯคนที่ 30
เมื่อถามสอบถาม พล.อ.ประวิตรว่าพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็เลือกมาดิ ถ้าเลือกได้ก็เป็น ถ้าประชาชนเลือกได้ให้ผมเป็น ผมก็เป็น” ทันทีตอบ บรรดาแกนนำพรรคต่างส่งเสียงเฮกัน ดังลั่นห้อง เมื่อถามว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราก้าว ข้ามความขัดแย้ง ไม่ได้บอกว่าจะจับมือกับใครเลย ทุกพรรคเรามาคุยกันได้ เปิดโอกาสให้คุยกันได้

จากนั้น พล.อ.ประวิตรและผู้บริหารพรรค ร่วมกันเปิดที่มาของนโยบาย โดย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. กล่าวว่า นโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท พปชร.จะทำทันทีเมื่อเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และพล.อ.ประวิตรได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 นโยบายดังกล่าวจะเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ให้เกิดความเสมอภาคและเพิ่มการแข่งขัน เยียวยาให้ปลอดจากความลำบากระดับหนึ่ง หลังจากนี้จะมีนโยบายสำคัญที่ดูแลประชาชน พัฒนาบ้านเมือง เพิ่มศักยภาพแข่งขันออกมาต่อไป

เกทับค่าแรง 600บ. ของพท.
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. กล่าวว่า คำขวัญของ พปชร.คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ เริ่มต้นคือการเพิ่มเงิน 700 บาท ยืนยันหลังเลือกตั้งพ.ค.แล้ว จากนั้น มิ.ย.จะได้ใช้ทั่วประเทศ นโยบายยังไม่หมด เราจะเปิดไปเรื่อยๆ

นายวิรัชกล่าวก่อนแถลงนโยบายว่า ไฮไลต์การหาเสียงของ พปชร.คือ เพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปีละ 100 บาท สูงสุดเพิ่มเป็น 1,000 บาทในปี 2570 พปชร. มีรายละเอียดการจัดหางบ และพร้อมชี้แจงต่อ กกต. เหมือน พท.เปิดนโยบายเพิ่มค่าแรง วันละ 600 บาท ภายในปี 2570 มั่นใจนโยบายดังกล่าวจะเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เหมือนนโยบายค่าแรง 600 บาท

ธรรมนัสช่วยงานป้อมหลัง 21 ม.ค.
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. กล่าวว่า กลุ่ม ส.ส.ศท. ทั้ง 11 คน จะเข้าร่วมงานกับพปชร.ก่อน 7 ก.พ. โดยไม่รอยุบสภา ปลายม.ค.นี้จะประชุมศท.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามาทำงานในพปชร.หลังการประชุมใหญ่ ศท. 21 ม.ค. โดยมีเจตนาไม่รับตำแหน่งใดๆ ในพรรค และสามารถช่วยงานพล.อ.ประวิตร ได้อยู่แล้ว มั่นใจสามารถคว้าชัยและปักธงได้ตามเป้า เฉพาะพื้นที่ในความรับผิดชอบของร.อ.ธรรมนัส จะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 20 ที่นั่ง ทั้งส.ส.เขตเดิมและที่ปั้นใหม่

กก.ถกใหญ่ 28 มค.ชูนโยบาย 9 เสา
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงยุทธศาสตร์พรรคในการเลือกตั้งว่า ตั้งเป้าเป็นพรรคระดับชาติ มี ส.ส.เขตทุกภูมิภาค และต้องได้ ส.ส.มากกว่าเดิม จากผลการเลือกตั้งซ่อม เชื่อว่ายังรักษาฐานเสียงของพรรคได้ภายใต้ยุทธศาสตร์ “รักษาเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่” แต่ก็ไม่ประมาท สำหรับเงื่อนไขการจับมือทางการเมืองกับพรรคอื่น ยืนยันพรรคจะไม่จับมือกับพรรคทหารจำแลง ทั้งพปชร. และรทสช. หรือระบอบประยุทธ์ และความตั้งใจของก.ก. ไม่ได้ต้องการเป็นรัฐบาลเพื่อแชร์อำนาจทางการเมือง แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ส่วนการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค 28 ม.ค. ที่ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วาระคือการแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดรับร่าง พ.รป.พรรคการเมือง ฉบับใหม่ ไฮไลต์คือการโชว์วิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรคและนโยบายหาเสียง 9 เสา โดยเน้นนโยบายระดับชาติ พร้อมโชว์วิสัยทัศน์เค้าโครงทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน