ภาวนาขอให้ฝนตกช่วย เชียงใหม่อันดับ3โลก จนท.เร่งระดมดับไฟป่า ไหม้เขาอีโต้-เขื่อนศรีฯ
‘เหนือ-อีสาน’ ยังจมฝุ่นต่อเนื่องร่วมครึ่งเดือน เผยค่าอากาศตัวเมืองเชียงใหม่เช้านี้แย่เป็นอันดับ 3 โลก อยู่ที่ 184 เอคิวไอ จากมาตรฐานไม่เกินร้อย สั่งห้ามเผาทั้งจังหวัด ลำปาง ก็แย่ค่าอากาศสีแดง 8 วันติด ชี้หนักสุดรอบ 6 ปี ชาวบ้านภาวนาให้เกิดฝนตก ลดค่าฝุ่น ผู้ว่าฯ เลยสั่งกำชับข้าราชการทั้งจังหวัด หากพบละเลยปล่อยให้มีการเผาต้องโดนโทษทางวินัยด้วย เจ้าหน้าที่เร่ง ดับไฟป่าเขาอีโต้ ปราจีนฯ ไหม้ต่อเนื่องนาน 4 วัน ป่าเสียหายนับพันไร่ แต่ยังคุมไฟไม่ได้ ด้านอธิบดีอรรถพลขึ้นฮ.สั่งการ ดับไฟป่าเขื่อนศรีนครินทร์ วางแผนใช้ฮ.ขนน้ำราด ก่อนกำลังพลเดินเท้าเข้าดับไฟ พร้อมเปิดสายด่วนรับข้อมูลเผาป่า แจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝุ่นควันพีเอ็ม 2.5 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จ.เลยประสบปัญหาเรื่องไฟป่า เนื่องจากการเผาป่าและการเผา ไร่อ้อยเพื่อส่งโรงงานน้ำตาลในพื้นที่จังหวัดเลย 2 โรงงาน และประกอบกับ เข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้เกิดการเตรียมพื้นที่ เพื่อการเกษตร เพื่อรอฝน จนต้องเผาวัชพืชต่างๆ ในพื้นที่จนมีไฟป่าลุกลามเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนชาวบ้านเดินทางเข้าพื้นที่ป่าสงวน เขตอุทยานฯ และไปจุดไฟเผาป่าล่าสัตว์จนลุกลามไปในพื้นที่ป่าต่างๆ จนเกิดปัญหา ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และมลพิษทางอากาศ เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน
ด้านนายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าฯ เลย เปิดเผยว่า ออกประกาศกำชับวางมาตรการในเรื่องวินัยกับส่วนราชการ และประสานแจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดเลย 14 อำเภอ ให้แจ้งไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านแจ้งไปยังลูกบ้านให้ได้ทราบกันทุกคน ในเรื่องการเผาป่า เผาอ้อย เตรียมพื้นที่เกษตร หากมีรายงานเจ้าหน้าที่มีส่วนทำเสียเอง ไม่มีการยับยั้งหรือบอกกล่าว ก็ต้องลงโทษทางวินัย โดยหากเกิดจากการเผาหรืออุบัติเหตุ เมื่อสืบสาเหตุได้แล้ว ก็จะต้องหาวิธีการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก กำชับเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการป้องกัน และมาตรการกฎหมาย พร้อมย้ำหาก หน่วยงานราชการหย่อนยาน ตั้งแต่ นายอำเภอ ท้องที่ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะมีโทษทางวินัย เพื่อป้องกันไฟป่า
ที่จ.เชียงใหม่ สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควัน ไฟป่า และคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงเช้าตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควัน จนแทบมองไม่เห็นยอดดอยสุเทพจากระยะไกลได้ตามปกติ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าปัญหาฝุ่นควันมีความรุนแรงและอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง ทั้งนี้ข้อมูลแผนที่แสดงจุดความร้อนจากดาวเทียมพบว่าเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อน ทั้งสิ้น 87 จุด จากทั้งหมด 1,280 จุด ที่ตรวจพบในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ
ทั้งนี้รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ในต.ช้างเผือก ต.ศรีภูมิ และต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว และต.หางดง อ.ฮอด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 190, 162, 190, 204, 185 และ 223 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ซึ่งภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ดับไฟป่า – เจ้าหน้าที่ระดมดับไฟป่าพื้นที่อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ หลังเกิดไฟลุกลามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝุ่นพิษปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ จนติดอันดับโลก อีกทั้งพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 6 มี.ค.
ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 184 US AQI และค่าพีเอ็ม 2.5 วัดค่าได้ 118.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการ ตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ทั้งนี้ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศ 218 US AQI, อันดับ 2 กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน 201 US AQI และอันดับ 3 เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน 189 US AQI
ต่อมาเวลา 15.30 น. เว็บไซต์ www.iqair.com เผยผลตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดการเมืองที่มีมลพิษแย่ที่สุดของโลก US AQI พบว่าจังหวัดเชียงใหม่คุณภาพอากาศขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของเมืองที่คุณภาพแย่ที่สุด 185 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เผยว่า ได้กำชับสั่งการให้ทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 25 อำเภอ ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวดทุกมาตรการ ทั้งการห้ามเผา การลาดตระเวนสกัดกั้น การทำแนวกันไฟ การดับไฟ การฉีดพ่นละอองน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และการจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นไว้รองรับประชาชนที่ได้รับผล กระทบ
นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอ ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานทำแนวกันไฟ ชุมชนดงป่าก่อ หมู่ 2 ต.เชิงดอย โดยทางนายมงคล ชัยวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย นำชาวบ้าน และพี่น้องเครือข่ายไฟป่า พี่น้องจิตอาสา ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล ในพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง และอาจารย์ น้องๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็น ผู้ร่วมปฏิบัติงาน ทั้งนี้นักศึกษาได้รับฟังการบรรยายเรื่องปัญหาฝุ่นควันไฟป่า จากนายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย ประกอบการเรียนการสอนนอกห้องเรียน
ส่วนกรณีเกิดสถานการณ์ไฟป่าบนวนอุทยานเขาอีโต้ บริเวณสันเขาอีโต้ ด้านหลังสวนสยามดาษดา ตำบลเนินหอม อำเภอเมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน อาทิ ป่าไม้ ทหาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปราจีนบุรี ร่วมบูรณาการดับไฟ แต่จากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหน้าผาสูงชัน ใบไม้ทับถมกันหนาแน่น รถดับเพลิง ไม่สามารถขึ้นไปได้ ต้องใช้กำลังเดินเท้าพร้อมน้ำดับเพลิง มือตบ เครื่องเป่าลม ทำแนวป้องกันไฟเดินเท้าขึ้นไป แต่ยัง ไม่สามารถดับเพลิงที่ลุกลามได้นั้น
คืบหน้าล่าสุด พบไฟยังโหมลุกไหม้มองเห็นเป็นสีแดงฉานตัดกับช่วงความมืดเด่นชัด พร้อมกับเสียงดังปะทุของไม้สดที่ปะทุสลับเป็นระยะ โดยช่วงบริเวณชายเขาห่างจากสวนลุงน้อยรีสอร์ต ประมาณ 400 เมตร มองเห็นไฟสีแดงฉานเป็นทางยาวจากตีนเขาขึ้นสู่ยอดเขาเป็นทางยาวประมาณ 1 ก.ม. พร้อมฝุ่นละอองควันไฟที่ปลิวเพิ่มขึ้น เนื่องจากไฟไหม้ติดต่อกัน รวม 4 วันแล้ว
นายวิธรัช รามัญ นายอำเภอเมืองปราจีนบุรี และนางมาละนี จินดารัตน์ หน.สนง.ปภ.จ.ปราจีนบุรี ประสาน หน่วยงานเข้าดับไฟป่า 77 คน จาก หน่วยงานต่างๆ เจ้าหน้าที่เร่งระดมดับ ไฟป่าและจัดทำแนวกันไฟ บริเวณเนินพิศวง ลงเขาไปทางทิศใต้ ระยะทาง 1 ก.ม. และใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำริมถนนเขาอีโต้ ตั้งแต่บนสุดเขาอีโต้ลงมาถึงเนินพิศวง สามารถควบคุมการลุกลามไฟป่าไม่ให้ลุกลามข้ามถนนตั้งแต่จุดสูงสุดของเขาอีโต้จนถึงองค์พระใหญ่ปางนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทั้งนี้จากการใช้โดรนบินสำรวจ พบมีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 1,000 ไร่
ที่จ.ลำปาง สภาพอากาศเริ่มร้อนขึ้น อุณหภูมิอยู่ที่ 34-35 องศาเซลเซียส โดยพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด มักมีสภาพอากาศที่ร้อนสูงสุดในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในช่วงเม.ย.-พ.ค. คาดว่าจะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว และร้อนจัดมากกว่าปีก่อน
ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อเจออากาศที่ร้อน จึงไหม้ลุกลามได้ง่าย ถูกคนจุดติดง่าย และไหม้เร็ว ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ไฟป่า และฝุ่นหนักขึ้น ใน ขณะที่สภาพพื้นที่ยังคงประสบกับปัญหาฝุ่นหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ปกคลุมพื้นที่ต่อเนื่องมานาน 15 วันติด หรือกว่า 2 สัปดาห์แล้ว คุณภาพอากาศมีทั้งระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบ ต่อสุขภาพ ไปจนถึงระดับสีแดง ส่งผล กระทบต่อสุขภาพ ค่าฝุ่นวันนี้ อยู่ระหว่าง 80-114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งพื้นที่คุณภาพอากาศสีแดง ตามรายงาน ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง
โดยเขตตัวเมืองลำปางเกินค่ามาตรฐาน ระดับสีแดงมาถึง 8 วันติด หรือนานกว่าสัปดาห์ ชาวลำปาง หวังที่จะให้พื้นที่เกิดฟ้าฝน และลมแรง เพื่อจะได้ชะล้างฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ พีเอ็ม 2.5 อันเกิดจากการเผาไหม้ได้หมดไป ทั้งนี้จากปัญหาฝุ่นหมอกควันปกคลุมพื้นที่มานาน สภาพพื้นที่ยังเต็มไปด้วยฝุ่นสีขาวหม่นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทั้งในเขตตัวเมืองลำปาง และตามอำเภอรอบนอก ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติม และกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และสุขภาพร่างกายของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ที่มีร่างกายอ่อนแอ ตลอดจนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคภูมิแพ้ จากฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศพีเอ็ม 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง อยู่นาน ซึ่งในปีนี้ถือเป็นสถานการณ์ที่หนักสุดในรอบ 6 ปี
ขณะที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อดูสถานการณ์ไฟป่าและวางแผนส่งเฮลิคอปเตอร์ และกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยมี นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 นายชัชวาล ศิริสมบัติ ผอ.ส่วนควบคุม และปฏิบัติการไฟป่า นายสันติ ศิริเลิศ ผอ.ส่วนป้องกันฯ นายชัยวุฒิ อารีย์ชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ นายสุพล คำเสนาะ หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติไทรโยค นายประวัตร พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และคณะเจ้าหน้าที่ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาและรายงานสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าตะวันตกจังหวัดกาญจนบุรี
โดยนายอรรถพลจะลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อนำปฏิบัติการดับไฟป่าในผืนป่า ตะวันตกด้วยตนเอง โดยกำหนดแผน การบินให้นำเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อขนน้ำและลำเลียงน้ำ ไปดับไฟป่าในพื้นที่ โดยเริ่มปฏิบัติการ จุดแรกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เริ่มปฏิบัติการทันทีเริ่ม จากวางแผนให้ดับไฟป่าในจุดฮอตสปอต ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์และอุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งเฮลิคอปเตอร์สามารถทิ้งน้ำ เพื่อลดความรุนแรงและอัตราการลุกไหม้ของไฟ ก่อนที่กำลังพลภาคพื้นดินจะเข้าดับไฟ ทางตรง เพื่อให้การดับไฟป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายอรรถพลกล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า และฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 เพิ่มขึ้นในอากาศ ลดผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน จึงขอความร่วมมือทุกคนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสคนจุดไฟเผา และขอให้มือเผาเลิกพฤติกรรมจุดไฟเผาป่าเผาหญ้า เพราะทำให้ผู้อื่นได้รับความ เดือดร้อน และอาจได้รับอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยพบเห็นไฟป่าโปรดแจ้งสายด่วน 1362 กรมอุทยานฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ทางกรมอุทยานจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า ที่มีการ รับข้อมูลจากชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน ภาคสนามที่รายงานเข้ามาโดยอัพเดต สถานการณ์แบบเรียลไทม์ 24 ช.ม. ซึ่งถือเป็นวอร์รูมที่จะบูรณาการกับทุกหน่วยงาน รวมถึงจะได้รับทราบสถานการณ์และ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง