‘บิ๊กโจ๊ก’ รองผบ.ตร.ระบุ ‘แอม ไซยาไนด์’ เล่นพนันออนไลน์พนันสูงสุดวันละ 10 ล้านบาท โดยรวมเงินจากกลุ่มเพื่อน วงแชร์ วงจำนำรถ และกลุ่มเงินกู้เพื่อไปเล่นพนัน คาดสัปดาห์หน้ามีความชัดเจนสำหรับแจ้งข้อกล่าวหา และออกหมายจับกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วน ‘แอม’ ก็จะถูกแจ้งข้อหาใช้เอกสารปลอมเพิ่มเติม หลังสืบพบว่าปลอมทะเบียนรถของนายแด้อดีตสามีด้วย
วันที่ 19 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ ว่าหลังจากได้เข้าไปสอบปากคำน.ส.สรารัตน์ หรือแอม ภายในทัณฑสถานหญิงกลางล่าสุด ยังไม่ยอมให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน และไม่ยอมลงลายมือชื่อในคำให้การที่ให้ไว้เดิมนั้น ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายที่ผู้ต้องหาไม่ให้การ หลังจากได้รับคำปรึกษาจากทนายความซึ่งยังคงเป็นน.ส.ธันย์พิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช และยังไม่เปลี่ยนตัวทนายความ และแม้ว่าผู้ต้องหายังไม่ได้รับสารภาพในข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่รับในข้อเท็จจริง ซึ่งเรามีพยานหลักฐานที่แน่นหนา สามารถดำเนินคดีในชั้นศาลได้ ส่วนการกลับคำให้การไปมานั้นไม่มีปัญหาในการดำเนินคดี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า จากการเข้าไปสอบปากคำด้วยตัวเองในเรือนจำ 2 ครั้ง ยังพบว่า น.ส.แอม ยังไม่สำนึกผิด ส่วนผู้ที่ปรึกษาทางกฎหมายของน.ส.แอมจะมีความผิดหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบความผิด และยังไม่พบว่าโอนเงินให้ทนายความคนดังกล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ชุดคลี่คลายคดียังได้สืบสวนถึงแหล่งที่มาของไซยาไนด์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ปล่อยปละละเลย รวมทั้งกลุ่มเว็บไซต์ พนันออนไลน์ ที่พบว่าน.ส.แอม โอนเงิน ไปเล่นพนันกว่า 78 ล้านบาท ขณะนี้ทราบถึงเจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมดแล้ว และพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว โดย น.ส.แอม ยังยอมรับว่าเล่นการพนันมาตั้งแต่ปี 2563 โดยรวมเงินจากกลุ่มเพื่อน และวงแชร์ วงจำนำรถ และกลุ่มเงินกู้ เพื่อไปเล่นพนัน โดยบางวันเข้าเว็บพนันมียอดเงินสูงถึง 10 ล้านบาท และจากการตรวจสอบยังไม่พบว่า พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันแต่ได้ช่วยเหลือด้านการเงิน ทั้งกู้เงินจากสหกรณ์ และจำนองบ้าน เพื่อเอาเงินไปให้แอม โดยภายในสัปดาห์หน้าจะพบความชัดเจนในการแจ้งข้อกล่าวหา และการออกหมายจับกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนแอมก็จะถูกแจ้งข้อความหาใช้เอกสารปลอมเพิ่มเติม หลังจากพบว่าปลอมทะเบียนรถของนายแด้ อดีตสามี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า สำหรับสำนวนคดีนี้ได้ปรึกษาร่วมกับอัยการอยู่โดยตลอด เพื่อให้การส่งสำนวน และการตรวจสอบสำนวนไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมที่จะส่งสำนวนคดีทั้ง 15 คดี ไปให้อัยการพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า โดยจะมอบหมายให้ พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้ารวบรวมสำนวนคดี และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. ซึ่งเป็นผู้ทำคดีและเป็นผู้มีประสบการณ์ในการร้อยเรียงสำนวนทั้ง 15 สำนวนขึ้นเบิกความให้ศาลรับฟัง