ครม.ตั้ง‘24อธิบดี-ผวจ.’ ไพโรจน์ขึ้นปลัดแรงงาน
ครม.แต่งตั้งบิ๊กมหาดไทยชุดใหญ่ อธิบดี- ผู้ว่าฯ 24 ตำแหน่ง ‘อรรษิษฐ์’ อธิบดีพัฒนาชุมชนผงาดอธิบดีกรมการปกครอง ‘ไชยวัฒน์’ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ขึ้นเป็นอธิบดีปภ. ‘ภาสกร’ ผู้ว่าฯ กระบี่โยกมานั่งผู้ว่าฯ ปทุมธานี แทนผู้ว่าฯ หมูป่า ‘ณรงค์ศักดิ์’ ที่เสียชีวิต เผยสิงห์ทอง รัฐศาสตร์รามคำแหง นั่งเก้าอี้ใหญ่ล็อตนี้มากสุด 10 เก้าอี้ รองลงมาสิงห์ดำจุฬาฯ 7 คน สิงห์แดง มธ. 5 สิงห์ขาวมช.กับมสธ. 1 ตั้ง ไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ขึ้นเป็นปลัดแรงงานคนใหม่
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย รวม 24 ราย แบ่งเป็นรองปลัดกระทรวง 1 ตำแหน่ง อธิบดี 3 ตำแหน่ง และผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
1.นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าฯ ตราด เป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) เป็นอธิบดีกรมการปกครอง 3.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) 4.นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็น อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 5.นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็น ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์
6.นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เป็น ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา 7.นายสุภกิณห์ แวงชิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าฯ นครนายก 8.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เป็นผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช
9.นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าฯ เลย เป็น ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ 10.นายนฤชา โฆษาศิริไลซ์ ผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็น ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์
11.นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าฯ กระบี่ เป็น ผู้ว่าฯ ปทุมธานี 12.นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าฯ ยะลา เป็น ผู้ว่าฯ พังงา 13.นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ เป็น ผู้ว่าฯ ภูเก็ต 14.นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าฯ น่าน เป็น ผู้ว่าฯ มหาสารคาม 15.นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าฯ ยะลา 16.นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็น ผู้ว่าฯ ราชบุรี 17.นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ 18.นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็น ผู้ว่าฯ สงขลา 19.นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าฯ ระนอง เป็น ผู้ว่าฯ สตูล 20.นายผล ดำธรรม ผู้ว่าฯ สระบุรี เป็น ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร
21.นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าฯ นครนายก เป็น ผู้ว่าฯ สระบุรี 22.นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าฯ สงขลา เป็น ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี 23.นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าฯ อ่างทอง และ 24. นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าฯ กาพสินธุ์ เป็นผู้ว่าฯ อุบลราชธานี
นายชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นางพรอนงค์ บุษราตระกูล ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.) ตามมติเสียงข้างมากของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และเป็นอันดับสูงสุด โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.2566 เป็นต้นไป และครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 ถึง 30 ก.ย.2567 และครม.อนุมัติตามที่ รมว.แรงงานเสนอแต่งตั้ง นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566

มอบนโยบาย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำพร้อมกำจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.ระบุว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เพื่อทดแทนอัตราเกษียณ โดยตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการ ได้แก่ อธิบดี 2 กรม คือ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำแหน่งผู้ว่าฯ 17 จังหวัด และ ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 ตำแหน่ง ซึ่งมีการแต่งตั้งบุคคลไปแทนอธิบดีที่เกษียณอายุราชการ 2 คน คือนายอรรษิษฐ์ พ้นจากอธิบดีพช. เป็นอธิบดีปค. นายไชยวัฒน์ จุนระพงศ์ พ้นจากผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็นอธิบดีปภ. และย้ายนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม จากรองปลัดกระทรวง ไปเป็นอธิบดีพช. แทน ขณะที่การโยกย้าย ผู้ว่าฯ และผู้ตรวจราชการกระทรวง ออกมาเป็นผู้ว่าฯ เพื่อเตรียมแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ ขึ้นมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ในจังหวัดที่ว่างลง และ ในตำแหน่งผู้ตรวจอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ มีการแต่งตั้งผู้ที่จบคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง หรือสิงห์ทอง มากสุดถึง 10 คน ขณะที่มี ผู้จบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือสิงห์ดำ 7 คน คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หรือสิงห์แดง 5 คน คณะรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่ หรือสิงห์ขาว 1 คน และคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัย ธรรมาธิราช 1 คน โดยบุคคลสำคัญของ สิงห์ดำ อาทิ นายอรรษิษฐ์ ขึ้นเป็นอธิบดีปค. มีอายุเพียง 52 ปี โดยขึ้นเป็นผู้ว่าฯ ครั้งแรกเมื่อปี 2560 เป็นรองปลัดกระทรวง ปี 2563 และเป็นอธิบดีพช.ในปี 2565 ซึ่งเป็นสิงห์ดำที่มาแรง และถูกวางตัวไว้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในอนาคต ส่วนนายชัยวัฒน์จากรองปลัดกระทรวง ไปเป็นอธิบดีพช. เป็นสิงห์ดำเช่นกัน มีเพียงนายไชยวัฒน์ ที่ได้เป็นอธิบดีปภ. ที่เป็นสิงห์ทองเพียงคนเดียว ที่เข้ามารับตำแหน่งบริหารในกระทรวง เพราะที่เหลือตำแหน่งปลัดกระทรวงไปจนถึงอธิบดีกรมต่างๆ เป็นสิงห์ดำทั้งหมด
รายงานข่าวระบุว่า นายไชยวัฒน์เป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่ที่จ.บุรีรัมย์ จึงได้รับการแต่งตั้งมาในโควตาของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เช่นเดียวกับ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ จากผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสิงห์แดง และนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ จาก ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสิงห์แดง ก็มีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์เช่นกัน ส่วนนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ จากตำแหน่งผู้ว่าฯ ตราด เป็นรองปลัดกระทรวง จบคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง เป็นน้องชายนายประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด และอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น 1 ในสิงห์ดำรุ่นใหญ่
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) และรองประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังประชุม คสช.ครั้งที่ 5/2566 ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง รมว.สธ. ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของทีมเลขาธิการ ซึ่ง นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ สช. จะหมดวาระวันที่ 20 ก.ย.นี้ และ คสช.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่สานงานต่อจากชุดเก่าที่กำลังจะหมดวาระลงใน ธ.ค. 2566 การประชุม คสช.ครั้งนี้ จึงมีมติเห็นชอบให้ นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สธ. และผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 6 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สช. แทน นพ.ประทีป หลังจากนี้จะเสนอมติ คสช. ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาลงนามในคำสั่งแต่งตั้งต่อไป โดยระหว่างนี้ นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คบ.) ทำหน้าที่รักษาการแทนเลขาธิการ ไปก่อน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า เพื่อให้การบูรณาการภารกิจด้านสุขภาพมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้รัฐบาลมีแนวคิดผลักดันให้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ” ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่เป็นเอกภาพ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่พัฒนาขับเคลื่อนระบบสุขภาพ รวมถึงบูรณาการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน ในขณะที่ คสช. ก็จะยังคงเดินหน้าทำงานด้านพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพคู่ขนานและหนุนช่วยกัน
ขณะที่ นพ.ประทีปกล่าวว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเลขาธิการ ขอบคุณกรรมการทุกภาคส่วน ที่สนับสนุนการดำเนินภารกิจสานพลังสร้างสังคมสุขภาวะดีร่วมกันตลอด 4 ปี และเห็นว่า นพ. สุเทพ ที่จะรับหน้าที่เป็นเลขาธิการคนใหม่ เป็นแพทย์ชนบทที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ด้านการบริหารระดับสูงทั้งภายใน สธ. และเคยเป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งเลขานุการ รมว.สธ. มาก่อน จึงเป็นผู้มีความเหมาะสมในการรับไม้ต่อเป็นเลขาธิการ สช. คนต่อไปอย่างมาก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนการดำเนินงาน แผนการเงินและงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2567 ของ สช. และรับทราบผลการสรรหากรรมการใน คสช. ชุดใหม่ หรือชุดที่ 5 ในกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 4 คน กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ 6 คน และกลุ่มผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรฯ 13 คน ซึ่ง คสช. ชุดใหม่นี้จะเข้าทำหน้าที่ต่อจาก คสช. ชุดปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2566 – 6 ธ.ค.2570
ทั้งนี้ นพ.สุเทพ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้ง ผอ.ร.พ.ชุมชนหลายแห่ง, ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งเลขานุการ รมว.สธ. ในยุคของ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน เป็น รมว.สธ., รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, ผู้ตรวจราชการ สธ. และเคยมีส่วนในคณะทำงานสนับสนุนวิชาการรัฐมนตรียุค นพ.มงคล ณ สงขลา เป็นรมว.สธ. ที่ร่วมผลักดันและติดตามความก้าวหน้าของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติฯ ด้วย