วันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นชอบไม่ต้องสอบ 31 พรรค ที่ถูกร้องมีงบเงินกู้ยืม ทดรองจ่าย จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยเปรียบเทียบกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจากปัญหากู้ยิมเงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตมีการแก้ตัวเลขงบการเงินของพรรครัฐบาลพรรคหนึ่ง เพื่อซ่อนตัวเลขเงินยืมไม่ให้ตรวจสอบได้นั้น

สำนักงานกกต.ได้เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจง ตามข่าวนายทะเบียนฯตรวจสอบงบการเงินของ 32 พรรค ที่กู้ยืมเงินมาใช้แล้วไม่เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น คลาดเคลื่อนไม่ตรงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขอชี้แจง 1.ศาลรัฐธรรมนูญวางแนวทางการกู้ยืมเงินตามคำวินิจฉัยที่ 5/63 เงินกู้ยืมมิใช่รายได้ แต่เป็นรายรับ การให้กู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดไม่เป็นไปตามปกติถือเป็นประโยชน์อื่นใด และห้ามรับบริจาคเกินกว่า 10 ล้านบาท 2.การตรวจสอบงบการเงินของทุกพรรค พบมี 3 พรรคกู้ยืมเงินเกิน 10 ล้านบาท ได้แก่ ภูมิใจไทย 30 ล้านบาท ประชากรไทย 12 ล้านบาท เพื่อไทย 13 ล้านบาท กู้ยืมตั้งแต่ปี 2555 ยังไม่ใช้คืน แต่ละปียอดกู้ยืมไม่เกิน 10 ล้านบาท จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.พรรคการเมือง 3.ประกาศนายทะเบียนฯ เรื่องงบการเงินของพรรคการเมืองปี 2561 ที่ลงเว็บไซต์กกต. 79 พรรค 609 หน้า มีเอกสารเกี่ยวกับการรายงานการรับบริจาคเกินเวลากฎหมายกำหนด จึงนำออกจากเว็บไซต ทำให้เอกสารงบการเงินเหลือ 608 หน้า

4.เอกสารงบการเงินของพรรคสลับหน้ากัน การจัดทำไฟล์อิเล็กทรอนิกส์มีเอกสารจำนวนมากจึงแยกเป็น 13 ชุด เพื่อสแกน ขั้นตอนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไฟล์เอกสารสลับหน้ากัน เป็นเหตุให้เอกสารงบการเงินของ 9 พรรค เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปไตยใหม่ รักษ์ผืนป่าประเทศไทย พลังประชาธิปไตย พลเมืองไทย ไทยธรรม พลังปวงชนไทย และพลังสังคม เรียงลำดับไม่ต่อเนื่องกัน แต่เอกสาร 79 พรรค ที่เผยแพร่ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน

ทั้งนี้ งบการเงินของพรรคการเมืองต้องให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง และนำเข้าที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่ออนุมัติ หัวหน้าพรรคและเหรัญญิกต้องรับรองความถูกต้อง ก่อนส่งนายทะเบียนฯ ซึ่งต้องสอดคล้องรายงานการประชุมใหญ่และระบบบัญชีของพรรค จึงไม่มีผู้ใดไปแก้ไขได้ ส่วนเอกสารงบการเงินของพรรคที่สลับหน้ากัน สำนักงานกกต. จะแก้ไขให้ถูกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน