เปิดผลผ่า‘แตงโม’รอบ2 พบ22แผล-ย้ำไม่มีฟันหักตร.โวยกมธ.ก้าวก่ายคดี แม่ยื่นคำขาดเลิกจุ้นทันที

แฟ้มคดี

เป็นคดีแห่งปีไปแล้ว ในแง่ความสนใจของผู้คน สำหรับกรณีดาราสาว แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่เสียชีวิตจากการตกเรือสปีดโบ๊ต ระหว่างไปล่องเรือท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน

แม้จะผ่านไปแล้วร่วมเดือน แต่ก็ยังไม่มีการสรุปคดี ยังคงมี ผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว 2 ราย

ส่วนเรื่องราวบนเรือ ก็ยังรอความกระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่สุดท้ายแล้วแนวโน้มของคดีก็น่าจะเป็นเรื่องการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทั้งจากการผ่าพิสูจน์ศพทั้ง 2 รอบก็เป็นไปในทิศทางดังกล่าว

ที่น่าสนใจก็คือระหว่างที่เรื่องยังชุลมุน ก็มีหลากหลายหน่วยงานเข้ามาพยายามมีบทบาท ด้วยเจตนาที่ต่างกันไป

จนบางรายถูกมองว่าเป็นการก้าวก่ายยุ่มย่าม แถมยังเอาผลผ่าพิสูจน์ศพเดินสายออกสื่อ จนแม่แตงโมต้องออกโรงห้ามจนเป็นเรื่องฮือฮาอีกครั้ง

ถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวพันกับคดีที่ทุกรายละเอียดถูกเกาะติด

และลุ้นให้ผลคดีถึงบทสรุปเสียที

เปิดปมขัดแย้งตร.-กมธ.

จุดเริ่มต้นความวุ่นวาย ที่หวั่นจะเป็นข้อบาดหมางระหว่างตำรวจและกมธ.วุฒิสภา เกิดขึ้นจากการยื่นหนังสือต่อกมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ที่ขณะนั้นทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับนางภนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่แตงโม เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ประธานกมธ. เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้แต่งตั้ง คณะกรรมการร่วมตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน คดีแตงโม

ขณะที่นายสมชายระบุรับเรื่องไว้พิจารณา และจะเชิญผบช. ภาค 1 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูล และยืนยันมีอำนาจในการเรียกข้อมูลทั้งภาพถ่ายทั้งหมด ตั้งแต่กล้องวงจรปิด ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ ผลการตรวจ สภาพแวดล้อมของเรือ และผลการชันสูตรพลิกศพ มาพิจารณา

จากนั้นวันที่ 24 มี.ค. นายสมชาย ก็ควงพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว. และเต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร อดีตดารา ที่ระบุว่าเป็นตัวแทนของครอบครัวแตงโม มาที่สภ.เมืองนนทบุรี ระบุมาตรวจเรือเพราะมีบางประเด็นที่กมธ.อยากให้เกิดความกระจ่าง พร้อมเชิญพญ.คุณหญิงพรทิพย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมาดูด้วยตัวเอง

และแนะนำตำรวจว่า 1.การเก็บเรือของกลาง ถ้าไม่ย้ายต้องคลุมให้มิดชิดไม่ให้เกิดการเปลี่ยนสภาพไปมากกว่านี้อีก

2.ให้ผู้เชี่ยวชาญเรือมาให้ข้อมูลว่าการตก ตกแบบใด ลักษณะใดจะทำให้เกิดบาดแผลได้ โดยเฉพาะรอยริ้วบาดแผล

3.การสอบพยาน สุดท้ายถ้ามีการสืบสวนสอบสวนไปแล้วมีความจำเป็นที่ต้องเข้าเครื่องจับเท็จทั้ง 5 รายก็จะยุติได้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์

ถัดมาวันรุ่งขึ้น วันที่ 25 มี.ค. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ตั้งโต๊ะแถลง ว่า กมธ. สั่งการ 3 เรื่อง เรื่องแรกการสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ สอบพยานผู้เชี่ยวชาญ 18 ปาก และนำเรือ นำสิ่งต่างๆ ไปทดลองหลายครั้งในสำนวนรายละเอียดสาระสำคัญที่ต้องทำ

2.การสั่งให้ 5 คนบนเรือเข้าเครื่องจับเท็จ การจะเข้าเครื่องจับเท็จหรือไม่จะต้องมีการประชุมในรายละเอียด และนำประเด็นการสอบสวนคำให้การไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจับเท็จว่าจะสามารถนำพยานเข้าเครื่องจับเท็จในประเด็นใดบ้าง ไม่ใช่จะเอาเข้าก็เอาเข้าได้เลย

3.เรื่องที่ให้พนักงานสอบสวนเก็บเรือของกลางให้มิดชิด ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ พฐ. กรมเจ้าท่า พนักงานสอบสวน ตรวจสอบเก็บร่องรอยทั้งหมดไปแล้ว จนหมดความจำเป็นเกี่ยวกับร่องรอยพยานหลักฐาน แต่ที่ยึดไว้เพราะเป็นของกลางการกระทำผิด เพื่อรอคำสั่งศาลต่อไป

“เกรงว่าการสั่งการของท่านอาจจะเข้าข่ายเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการทำงานหรือไม่ คงไม่สามารถตอบได้”

เป็นปฏิกิริยาจากตำรวจที่ซัดเข้าใส่กมธ.วุฒิสภา

แม่ยื่นหนังสือส.ว.เลิกจุ้น

ต่อมาวันที่ 28 มี.ค. นายสมชาย และพญ.คุณหญิง พรทิพย์ ก็แถลงยืนยันว่า ทำงานภายในกรอบหน้าที่อำนาจตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเพียงการให้ข้อเสนอแนะ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็นำไปปรับใช้ได้ หรือถ้าไม่จำเป็นก็แล้วแต่ดุลพินิจ เพราะไม่ใช่ข้อสั่งการ

และก่อนที่ความบาดหมางจะขยายผลมากกว่านี้ นางภนิดา แม่ของแตงโม พร้อมนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ก็ยื่นหนังสือถอนกมธ.มนุษยชนฯ กับนายสมชาย เพื่อให้ยุติการตรวจสอบคดีแตงโม โดยระบุว่า จดหมายที่ยื่นให้กมธ.มนุษยชนฯ ร่วมตรวจสอบก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราต้องการคือให้ตำรวจตรวจสอบ เมื่อมีปัญหา จึงปรึกษาทนายเดชา เพราะเรื่องยุ่งเหยิงกันไปหมด เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างองค์กร จึงยื่นเรื่องถอนกมธ.มนุษยชนฯ

“ดูจากข่าว พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ให้สัมภาษณ์คดีแตงโมทุกวัน โดยเฉพาะการชันสูตรศพรอบ 2 พญ.คุณหญิงพรทิพย์ มีสิทธิ์พูดรายละเอียด และนำมาเปิดเผยได้หรือไม่ ทั้งที่จริงไม่ควรเปิดเผย จึงมองว่าลักษณะนี้อาจเลยหน้าที่ของกมธ.หรือไม่ ส่วนเรื่องบาดแผลศีรษะและฟันของแตงโมไม่หัก พญ.คุณหญิงพรทิพย์มีสิทธิ์ออกมาให้สัมภาษณ์หรือไม่ ทั้งที่เป็นความลับที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่กลับนำออกมาพูดแล้ว”

ด้านนายเดชากล่าวว่า กมธ.บางคนให้สัมภาษณ์ลักษณะก้าวก่ายการทำงานของตำรวจ ตำรวจบางนายบอกด้วยว่าพูดเหมือนตำรวจไม่มีศักดิ์ศรี รวมถึงการนำคนบนเรือเข้าเครื่องจับเท็จ ในคดีนี้จะเป็นผลเสีย

“กมธ.บางคนยังไปตำหนิและด่าตำรวจ เรื่องการเก็บเรือของกลาง ทั้งที่เรือถูกเก็บหลักฐานครบหมดแล้ว ทำให้ตำรวจถูกมองไม่มีศักดิ์ศรี และมองเป็นการแทรกแซง รวมถึงนำผลการชันสูตรรอบ 2 มาเปิดเผย ทั้งที่ให้เข้าไปสังเกตการณ์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหยดเลือดในผ้าอนามัย ไม่พบยูเรียในผ้าอนามัย และผลตรวจแอลกอฮอล์ ทำให้สังคมงงในข้อมูลที่ไม่ครบ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ลักษณะดิสเครดิตการทำงานของหมอนิติเวชด้วย อีกทั้งยังมีประเด็นอ้างว่ากมธ.บางคนโดนตำรวจข่มขู่ด้วย”

จึงมายื่นหนังสือไม่ให้พญ.คุณหญิงพรทิพย์ และเต๊ะ ศตวรรษ ออกจากการสังเกตการณ์ชันสูตรแตงโมรอบ 2 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน

นายเดชา ยังระบุว่า ที่นางภนิดาถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนไปนั้น เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน ตอนนี้มองว่าคุณหมอพรทิพย์หมดความจำเป็น และพบว่าการทำงานของตำรวจมีความเรียบร้อยดี ยืนยัน นาง ภนิดาไม่ได้ถูกกดดัน หรือถูกข่มขู่ และไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง

ซัดไปยังกมธ.วุฒิสภาอย่างตรงไปตรงมา

ทนายยันไม่มีผ่ารอบ 3

ขณะที่ความคืบหน้าของคดี การแถลงผลการผ่าชันสูตรครั้งที่ 2 โดยว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรม ระบุว่าการผ่าพิสูจน์ศพครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเนื่องจากถูกญาติร้องขอ 11 ข้อ บางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การผ่าพิสูจน์รอบที่ 2 ไม่สามารถตอบได้ บางเรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน ผลรายงานนี้จะส่งมอบให้ญาติ ส่วนพนักงานสอบสวนหากต้องการข้อมูลสามารถใช้อำนาจทาง ป.วิ.อาญา ขอมาได้

สำหรับข้อเรียกร้องของนางภนิดา ประกอบด้วย ศีรษะของผู้ตายเป็นอย่างไร จากการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไม่พบบาดแผลใดๆ ทำให้ข้อสงสัยประเด็นดังกล่าวได้ชี้แจงด้านการผ่าพิสูจน์, ใบหน้า แตงโมมีสภาพ การเปลี่ยนแปลงในครั้งแรก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงหลังการตาย

ลำคอ ของผู้ตายที่สวมสร้อยอยู่ คำถามว่าถูกรัดคอหรือไม่ ตรวจพิสูจน์ไม่พบการถูกรัดคอแต่อย่างใด เราตรวจเนื้อเยื่อ ว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นบาดแผลจริงหรือไม่ เกิดขึ้น ก่อนหรือหลังเสียชีวิต, หน้าอก ใต้ลำคอ มีการเอาเนื้อเยื่อไปตรวจ ผลอยู่ในเอกสาร, ขา นับได้ 22 บาดแผล

เล็บมือตรวจสอบร่องรอยการต่อสู้ว่ามีหรือไม่ แผ่นหลังไม่พบบาดแผล หลอดลมของ ผู้ตาย อยู่ในรายงานแพทย์, อวัยวะเพศของผู้เสียชีวิต สารคัดหลั่งต่างๆ ผลอยู่ในซอง และเสื้อผ้าผู้ตายที่ใส่ในวันเสียชีวิต เสื้อผ้าที่เราเจอ ในการตรวจครั้งที่ 2 ไม่ได้ชุดเดียวกับที่สวมใส่วันที่เราเห็นภาพ มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผ่าพิสูจน์

“เราทำซีทีสแกน ทำโครงสร้างกระดูก ก็ไม่ได้มีแตกหัก หรือบิ่นใดๆ ฟันก็ครบถ้วนสมบูรณ์ สิ่งที่เราผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 สิ่งที่เพิ่มเติมไป คือภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ เป็นประโยชน์ของการสรุปของเจ้าหน้าที่ หรือบาดแผล 22 บาดแผล นับได้ในการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 สรุปคร่าวๆ แตกต่าง 4-5 ประเด็น”

ถือเป็นผลการพิสูจน์ที่ทนายระบุว่าคงไม่มีการผ่าพิสูจน์รอบ 3 อีกแล้ว

ขณะที่เรื่องการสอบสวนมีรายงานว่ามีความเป็นไปได้ที่จะออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ส่วนจะเป็นใครคงต้องรอดู

แต่ที่แน่ๆ คดีใกล้ถึงบทสรุปแล้วจริงๆ

ตร.แถลงคดี

แตงโม

ส.ว.ตรวจเรือ

สปีดโบ๊ตลำเกิดเหตุ

ยื่นกมธ.เลิกจุ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน