วันที่ 8 เม.ย. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามในยูเครนว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่าการทำลายล้างในเมืองโบโรเดียนกา เมืองรอบนอกกรุงเคียฟ สยดสยองกว่าเหตุสังหารหมู่ในเมืองบูชาซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน โดยเจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิต 26 รายออกจากใต้ซากอพาร์ตเมนต์ 2 แห่งที่ถูกกองกำลังรัสเซียยิงถล่มในช่วงรุกคืบพยายามโจมตีกรุงเคียฟก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะเจอเหยื่อจากการรุกรานของรัสเซียเพิ่มอีก

เหยื่่อ – เจ้าหน้าที่่ยููเครนแบกเหยื่่อวางไว้ที่่กลุ่มผู้เสีย ชีวิตและบาดเจ็บหลังจากเหตุุระเบิดที่่สถานีรถไฟในเมืองครามาตอร์สในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน เมื่่อ 8 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่่า 30 ราย และอีกกว่า 100 คนได้รับบาดเจ็บหลังจากถูกจรวดโจมตี (เอเอฟพี)
น.ส.อิรีนา เวเนดิกโตวา อัยการสูงสุดยูเครน กล่าวว่ารัสเซียจงใจโจมตีย่านชุมชน เนื่องจากไม่มีพื้นที่ทางทหารในบริเวณนี้ กองกำลังรัสเซียระดมยิงโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่อาศัยในช่วงกลางคืนต่อเนื่องหลายคืน และว่ามีหลักฐานกองกำลังรัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในทุกโอกาส
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ชื่นชมมติสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) หลังลงมติเห็นชอบให้ขับรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ชั่วคราว เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงครามในเหตุฆ่าหมู่พลเรือนในเมืองบูชา มติดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ของยูเอ็นจีเอที่ประณามรัสเซียต่อการรุกรานยูเครน โดยมี 93 ประเทศออกเสียงสนับสนุน 24 ประเทศคัดค้าน อีก 58 ประเทศงดออกเสียง รวมถึงอินเดียและไทย
“มตินี้เป็นก้าวที่สำคัญของประชาคมระหว่างประเทศที่ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสงครามของนายปูตินทำให้รัสเซียไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ” นายไบเดนกล่าวย้ำ และว่าสหรัฐดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อขับรัสเซียหลังพบว่ารัสเซียกำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมหาศาล หลายภาพที่เห็นจากเมืองบูชาและที่อื่นๆ ในยูเครนนั้นน่าสยดสยอง หลายสัญญาณชี้ว่ามีเหยื่อถูกข่มขืน ทรมาน สังหาร และบางกรณีศพถูกหมิ่นเกียรติ คำโกหกของรัสเซียฟังไม่ขึ้นเพราะมีหลักฐานที่ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้