บีบีซีและเอเอฟพีรายงานวันที่ 12 ก.ย. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์สงครามในยูเครนว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงประณามว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุมแคว้นคาร์คิฟและภูมิภาคดอนบัส โดย ย้ำว่าฝ่ายรัสเซียมีเป้าหมายทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการไม่มีไฟฟ้าและความอบอุ่น
นายอิฮอร์ เทเรคอฟ นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คิฟ กล่าวว่ากองกำลังรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ส่งผลให้เมืองคาร์คิฟไม่มีกระแสไฟฟ้าและน้ำสำหรับบริโภคอุปโภค การ กระทำของรัสเซียเป็นความพยายามที่เลวทรามเพื่อแก้แค้นความสำเร็จครั้งล่าสุดของกองทัพยูเครน ขณะที่ผู้ว่าการแคว้นคาร์คิฟเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ พร้อมย้ำว่าหน่วยบริการฉุกเฉินกำลังเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย รวมทั้งดับไฟที่โหมไหม้จากการยิงขีปนาวุธถล่มอย่างน้อย 15 ครั้งในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งในเมือง กรามาตอสก์ มิโคลาเยฟ แคว้นดนีปรอแปตร็อวสก์ และแคว้นปอลตา

โดนหยาม – หน่วยดับเพลิงยูเครนเร่งดับไฟที่โหมไหม้โรงไฟฟ้าในแคว้นคาร์คิฟ ทางตะวันออก หลังกองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตี ภายหลังกองทัพยูเครนเดินหน้าโจมตี (รูปเล็ก) และสามารถยึดคืนพื้นที่ซึ่งรัสเซียเข้าครอบครองได้เกือบ 2 ล้านไร่ (เอพี)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทางการยูเครนเปิดเผยความสำเร็จในปฏิบัติรุกคืบยึดคืนดินแดนในภาคตะวันออกและตอนใต้ของประเทศซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกองกำลังรัสเซียโจมตีและเข้ายึดครอง โดยเมื่อเย็นวันที่ 8 ก.ย. นายเซเลนสกีแถลงว่ากองทัพยูเครนสามารถยึดคืนพื้นที่ที่รัสเซียเข้าครอบครองได้กว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 625,000 ไร่ จากนั้นช่วงเย็นวันที่ 10 ก.ย. กองทัพยูเครนรุกคืบยึดคืนเพิ่มเป็นกว่า 1,250,000 ไร่ และขยายเป็น 1,875,000 ไร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้ผู้สื่อข่าวไม่สามารถเข้าพื้นที่สมรภูมิเพื่อพิสูจน์ได้ แต่มีการเผยแพร่คลิปที่แสดงให้เห็นว่าทหารยูเครนตรึงกำลังในพื้นที่ดังกล่าว