เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่พบว่าประชาชนพอใจผลงานของตนเองในช่วงประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) เป็นอย่างมากที่เก่งด้านการเจรจาพาณิชย์ ว่า ดีใจที่ประชาชนเห็นสะท้อนผ่านโพลที่ออกมา ช่วยให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น แต่ความสำเร็จของเอเปคไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีบทบาทสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน เพื่อนข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณด้วย
ส่วนตนเป็นฟันเฟืองหนึ่งเท่านั้น เพราะเอเปคเริ่มต้นตั้งแต่การที่ตนทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าเอเปคในเดือนพ.ค.2565 ประสบความสำเร็จทำให้มีฉันทามติในการขับเคลื่อนเอเปคให้กลายเป็นเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคต จะมีส่วนช่วยสมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจรวมทั้งประเทศไทย ต่อไปส่งออกสินค้าไปยัง 20 เขตเศรษฐกิจที่เหลือ ภาษีเป็นศูนย์ เราจะได้เปรียบคนที่ไม่เป็นสมาชิกเอเปค ได้เปรียบทางการตลาดเห็นผลชัดเจน และการ ประชุมเอเปคยังเห็นชอบการขับเคลื่อนเป้าหมายกรุงเทพฯ ที่ต้องการทำให้เศรษฐกิจของเอเปคเป็น BCG Model ซึ่งวันนี้เป็นของเอเปคไปแล้ว ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จ
ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตั้งประเด็นในฐานะที่เป็น เจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวไว้ว่าจะให้การประชุม ครั้งนี้ทำให้เราได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเป็น เจ้าภาพในทุกมิติ ทั้งด้านการเจรจาค้าขาย เรื่องเศรษฐกิจมหภาค และในระดับที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ทางอ้อม ในฐานะที่มีผู้นำเขตเศรษฐกิจเข้ามาร่วม นายกฯ ได้เจรจาหลายเรื่องที่เป็นเรื่องภายใน และมีการนำเสนอซอฟต์เพาเวอร์ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางด้านอาหารในอนาคตที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ดังนั้นการมุ่งสู่เป็นประเทศที่เป็นครัวของโลก และเป็นแหล่งที่ผู้คน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อม ทำให้เราได้ประโยชน์ในครั้งนี้