นับเป็นความภาคภูมิใจของ ‘คุณจิรายุณัฐ อัจฉริยะขจร’ ผู้ก่อตั้งวันมอร์ไทยคราฟท์ช็อกโกแลต ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่ช็อกโกแลตของที่นี่ได้รับคัดสรรให้นำไปเสิร์ฟในงานประชุมเอเปคที่กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ชี้ให้เห็นว่าผลผลิตช็อกโกแลตของไทยมีคุณภาพไม่แพ้แหล่งอื่นใดในโลก

วันก่อน ‘ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง’ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัย ‘การยกระดับมาตรฐานสถานท่องเที่ยวและมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทยในภูมิภาคที่เชื่อมโยงและ บูรณาการ มรภ.’ ของวว. และโครงการวิจัย ‘การยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์บนฐานภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นเส้นทางท่องเที่ยวอ่าวไทย อันดามัน และพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้’ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูมิภาค (มรภ.) ภาคใต้ ที่จ.นครศรีธรรมราช โดยได้ไปชมกิจการของวันมอร์ไทยคราฟท์ช็อกโกแลต ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การแปรรูปโกโก้นครศรีธรรมราช และเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรของเมืองนครศรีฯ ด้วย ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวและกลุ่มต่างๆ ทั้งในนครศรีธรรมราชและจังหวัดอื่นๆ เข้ามาศึกษาดูงานตลอด

คุณจิรายุณัฐ หรือคุณนุชเล่าว่า เริ่มทำช็อกโกแลตช่วงปี 2559 เพราะเห็นว่าในจ.นครศรีธรรมราชและพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดมีการปลูกต้นโกโก้มานานกว่า 70 ปี โดยนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย แต่มีปัญหาเรื่องการตลาดและการแปรรูป จนเกษตรกรจำนวนไม่น้อยโค่นต้นโกโก้ทิ้ง รู้สึกเสียดายและมองว่าน่าจะนำมาแปรรูปเพื่อช่วยเหลือชุมชนให้มีอาชีพมีรายได้ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานทั้งวว.และมรภ.นครศรีธรรมราช โดยรับซื้อผลโกโก้จากเกษตรกรในจ.นครศรีธรรมราช

สำหรับการปลูกต้นโกโก้ ประมาณ 2-3 ปีก็เริ่มให้ผลผลิต เดิมใช้วิธีการเพาะเมล็ด แต่ปัจจุบันมีการนำพันธุ์เฉพาะมาเสียบยอด และมีการพัฒนาสายพันธุ์โดยศูนย์วิจัยพืชชุมพร ชื่อ ‘ชุมพร 1’ ในการรับซื้อผลผลิตต่อรอบ ตั้งแต่ 300 กิโลกรัม (ก.ก.) จนถึง 1 ตัน เพื่อนำมาหมักในถัง โดยผลผลิตโกโก้ 300-400 ก.ก. จะได้เมล็ดสดแค่ 100 ก.ก. ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลต่อน้ำหนักของเมล็ดโกโก้ และแม้โกโก้เป็นพืชที่ออกลูกทั้งปี แต่ปลายเดือนก.พ.-มิ.ย. ผลจะน้อย ช่วงที่ผลผลิตน้อยคือช่วงหน้าร้อน จึงเหมาะกับการหมัก ช่วงที่ออกเยอะคือฤดูฝน แต่การตากจะค่อนข้างลำบาก สมัยก่อนรับซื้อผลผลิตโก้โก้แค่ก.ก.ละ 5 บาท ต่อมาเกิดกระแสนิยมในการปลูกโกโก้ ราคารับซื้อพุ่งไปถึงก.ก.ละ 60 บาท แต่ตอนนี้เมล็ดโกโก้กลับมาอยู่ที่ 6-8 บาทเหมือนเดิม เพราะกระแสการปลูกลดลง

คุณนุชบอกว่าขั้นตอนการทำโกโก้นั้นมีหลายขั้นตอน ซึ่งต้องใช้ความรู้ เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐาน ตั้งแต่การหมัก ตาก คั่ว การกะเทาะเปลือก การบด และขั้นตอนการนำช็อกโกแลตออกมาทำ Tempering เพื่อเทลงพิมพ์

เธอว่า จุดเด่นของวันมอร์ไทยคราฟท์ช็อกโกแลต เกิดขึ้นมาจาก ชุมชนเล็กๆ จากความฝันของคนตัวเล็กๆ เพื่อนำพาชุมชนมาสู่การเปิดโลกทัศน์ให้คนได้รู้ว่า โกโก้ที่ปลูกโดยยังไม่มีความหวังเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้มีสถาบันการศึกษา มรภ.นครศรีธรรมราชที่เข้ามาช่วยดูแล มีวช.-วว. เป็นแรงผลักดัน ทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานที่จะไปสู่ สากลได้ และในเร็วๆ นี้จะได้ เครื่องหมาย อย. พร้อมๆ กับการขับเคลื่อนยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ด้านการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน ทำให้ได้ออกบูธในงานไทยเฟ็กซ์และงานเอ็กซ์โปต่างๆ ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราชให้ความสนับสนุนเรื่องการประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด

“ที่ผ่านมาลูกค้าของเราเป็นนักท่องเที่ยว และเป็นนักท่องเที่ยวที่กลับไปแล้วซื้อสินค้าของเราซ้ำ จากการเก็บข้อมูลพบว่า นักท่องเที่ยวซื้อซ้ำ 98% เขาจะพูดคำเดียวเลยว่า อื้ม ! อร่อยมาก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องลิ้นสัมผัส จมูกที่ได้รับ ตาที่มาเห็นประสบการณ์และความเป็นจริงของเรา สิ่งที่ได้เขาได้ลิ้มรส และการเล่าเรื่องราวจากความเป็นจริง เหล่านี้เขาสัมผัสได้ รวมถึงยังมีลูกค้าจากการออกบูธที่ได้รับเชื้อเชิญทั้งจากเอกชนและจากหน่วยงาน ภาครัฐ เป็นความสำเร็จที่มองว่าเป็นก้าวแรก จะต้องมีการพัฒนาและก้าวต่อไปในอนาคต”

คุณนุชย้ำว่า วันมอร์ไทยคราฟท์ช็อกโกแลตไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการปลูก แต่เห็นช่องว่างและปัญหาจากคนบางคน หรือนายทุนที่ฉกฉวย และสร้างรายได้กับตัวเองโดยไม่ได้พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรในอนาคต ด้วยเหตุนี้เองทางวันมอร์ฯ จึงแนะนำอย่างเดียวว่า คนที่มีต้นหรือมีผลผลิตโกโก้ มีโอกาสแปรรูปเมล็ดแห้ง ไม่ควรรอการรับซื้อผลผลิตอย่างเดียว ประเทศไทยมีโอกาสในการทำเมล็ดแห้ง คิดว่าไทยสามารถเป็นแหล่งทองคำของโกโก้ได้ ฉะนั้นเกษตรกรอย่าตกใจแล้วโค่นเสียก่อน อยากให้กำลังใจ

“อะไรที่วันมอร์ฯ สามารถช่วยเหลือได้จากการพัฒนาจากการวิจัย ยินดีไปช่วย อยากให้เกษตรกรที่ปลูกโกโก้ ผลิตเมล็ดโกโก้ได้ เป็นแหล่งทองคำอยู่ในบ้านตัวเอง และสามารถส่งขายได้ในอนาคต สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 08-1599-0122 IG : onemore.chocolate และเพจเฟซบุ๊ก One More Thai Craft Chocolate”

ทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นแล้วว่าโกโก้ที่ปลูกในพื้นที่ภาคใต้นั้น สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลผลิตในหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบเป็นผงที่นำไปชงดื่ม นำไปโรยและแบบทำเป็นแผ่น ซึ่งเจ้าของวันมอร์ฯ ยอมรับว่าแม้โกโก้แปรรูปที่ทำแบบโฮมเมดนี้ จะราคาสูงกว่าช็อกโกแลตที่ผลิตแบบอุตสาหกรรม แต่คุณภาพ-รสชาติรับรองอร่อยสมราคาแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้รับคัดสรรให้เสิร์ฟในงาน เอเปค
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง