วาเลนไทน์เงินสะพัด2.3พันล้านเพิ่มขึ้น15.5% – นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติ และการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ ปี 2566 ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,225 ตัวอย่าง พบว่าคนส่วนใหญ่ 50.8% ไม่ต้องการฉลอง และ 49.2% ต้องการฉลอง โดยการฉลองวาเลนไทน์กับคนรัก ส่วนใหญ่ 30.2% ฉลองที่ห้างสรรพสินค้า, 15.7% ที่คาเฟ่ และ 15.3% ที่ร้านอาหาร ส่วนช่องทางการบอกรัก ส่วนมาก 48.5% บอกต่อหน้า, 25.8% คุยผ่านสังคมออนไลน์, 22.7% โทร.ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต และ 3% คุยผ่านโทรศัพท์
สำหรับบรรยากาศวาเลนไทน์ปีนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 48.1% มองว่าเหมือนเดิม, 29.1% มองว่าคึกคักกว่าเดิมเนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจดีขึ้น และอีก 22.8% มองว่าคึกคักน้อยกว่าเดิม เพราะราคาสินค้าแพง เศรษฐกิจแย่ลง และตกงาน ส่วนค่าใช้จ่ายโดยรวม วันวาเลนไทน์ปีนี้พบว่ามีมูลค่า 1,848 บาท/คน สูงสุดในรอบ 4 ปี
โดยคนที่ตอบว่าปีนี้ใช้จ่ายมูลค่าสูงขึ้นบอกถึงเหตุผลดังนี้ ส่วนใหญ่ 64.3% เห็นว่าสินค้าและบริการมีราคาแพงขึ้น, 16.6% เห็นว่า ค่าครองชีพสูงขึ้น และ 14% เห็นว่าความต้องการสินค้ามีมากขึ้น ส่วนคนที่ตอบว่ามูลค่าใช้จ่ายลดลง ส่วนใหญ่ 29.4% ระบุว่ารายได้ลดลง, 14.3% ต้องการประหยัดการใช้จ่าย และ 11.4% มองว่าราคาสินค้าแพงขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์ฯ กล่าวว่า วาเลนไทน์ปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ ราว 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.5% โดยมูลค่าเงินสะพัดขยายตัวเป็นอัตราบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี เนื่องจากคนเริ่มกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากผลการสำรวจการเปลี่ยนแปลงมูลค่าการใช้จ่ายด้านต่างๆ ที่ปรับเพิ่มขึ้น
นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นประเด็นความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่รักใดที่มีการฉลองวาเลนไทน์โดยการมีเพศสัมพันธ์ พบว่า อันดับหนึ่ง 35.7% คือ กลุ่มนักศึกษา โดยสถานที่ที่วัยรุ่นนิยมมีเพศสัมพันธ์ อันดับที่หนึ่ง 28.6% คือ หอพักหรืออพาร์ตเมนต์