ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ เศรษฐา ทวีสิน เปิดตัวเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เริ่มต้นการเมือง อย่างเป็นทางการ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เก็บอาการไม่อยู่ ถึงขั้นถามว่า เขาเก่งตรงไหน เขาทำอะไรมา เขาทำธุรกิจ ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ
บ่งบอกว่า ย่างก้าวของ เศรษฐา ได้สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก
นี่ขนาด ยังไม่ได้เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ
แต่ก็นั่นแหละ คำถามของพล.อ.ประยุทธ์ที่ว่า เขาเก่งตรงไหน
ผู้คนที่ติดตามการเมืองไทยตอบได้ว่า ความสามารถของ ผู้บริหารแสนสิริรายนี้ เก่งในด้านธุรกิจด้านเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของคนไทย และ เชื่อว่าเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจวันเลือกตั้งครั้งนี้
อีกประเด็นที่คนไทยรู้จักเศรษฐาเป็นอย่างดี คือ แนวคิดประชาธิปไตยชัดเจน เคารพความเท่าเทียม เสมอภาคของมนุษย์!
ว่าไปแล้ว ท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะเหมือนการเย้ย แต่อีกด้านเป็นความหวั่นไหวหรือไม่
แต่นับเป็นการแสดงออกอย่างร้อนรน ไม่นิ่ง ไม่ใช่มาดผู้นำการเมืองที่เหนือชั้น
มีแต่ต้องพูดต้อนรับการเข้าสู่การเมืองของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง หวังว่าจะนำความรู้ความสามารถมาช่วยกันแก้ไขเศรษฐกิจของบ้านเมือง อะไรแบบนั้น!
แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ พูดจาแบบนี้ โดยเฉพาะการกล่าวว่า ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ
เท่านั้นแหละ ผู้คนทั้งเมืองเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ประเทศชาติก็ไม่ใช่ค่ายทหาร ไม่ใช่เขตทหาร เช่นกัน!!
ทหารมีเกียรติศักดิ์ศรีในฐานะรั้วของชาติ แต่ไม่ใช่การเข้ามาแทรกแซงการเมือง
ไม่ใช่ลากรถถังออกมาล้มประชาธิปไตย แล้วใช้กลไกแอบแฝงให้ตัวเองอยู่ในอำนาจยาวนาน
อีกทั้งประชาชนคนไทย ก็ไม่ใช่ลูกน้องในค่ายทหาร!?!
จะมาชี้นิ้วสั่งสอนทั้งที่ความรอบรู้ไม่ได้มีอะไรพิเศษเช่นนี้ ย่อมไม่ได้
รวมทั้งประโยคของพล.อ.ประยุทธ์ซึ่งพูดถึงเศรษฐาที่ว่า “จำคำพูดผมเอาไว้นะ คำว่าเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เศรษฐกิจหรือธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เข้าใจหรือไม่”
นี่ก็เปิดคางตัวเองแท้ๆ
คำถามถึงลูกหลานใครที่ทำธุรกิจในค่ายทหาร กระหึ่มไปทั่ว
เอาเข้าจริงๆ เศรษฐา ก็ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน ยังบอกไม่ได้ว่าจะรุ่งหรือจะร่วง
เพียงแต่มีความรู้ความสำเร็จทางธุรกิจ น่าจะตรงความต้องการของคนไทย คือ คนใหม่ๆ มากวิสัยทัศน์ เพื่อมา พลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปากท้องให้ได้โดยเร็ว
แต่แค่ย่างก้าวแรกทางการเมือง ก็มี พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยให้เศรษฐาดูน่าเกรงขาม ขึ้นมาทันที!!