กรณีอันเกี่ยวกับ “หุ้น” ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กำลังกลายเป็น “กรณีศึกษา”
พลันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ พักการ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “รัฐมนตรี”
คำถามก็ตามมาว่า นี่เป็น “ผลงาน” ของใคร
เป็นผลงานการเกาะติดกรณี “เขากระโดง” อย่างต่อเนื่องของพรรคประชาชาติ หรือเป็น กรณีการอภิปรายจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก้าวไกล
การทำความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญ
ต้องยอมรับว่าพรรคประชาชาติเกาะติดกรณี “เขากระโดง” อย่างมีลักษณะกัมมันต์
นี่อาจเป็นความสามารถอย่างเป็นการเฉพาะตัว ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่เคยรับราชการเป็นตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ
จึงรับรู้และทำความเข้าใจต่อกระบวนการ อย่างเป็นระบบ
การอภิปรายทั่วไปโดยพรรคประชาชาติที่ นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จึงดำเนินไปอย่างทะลุทะลวง ฉายภาพให้เห็นอย่างเด่นชัด
และเมื่อตกถึงมือของพรรคก้าวไกล ยิ่งเป็น “ระบบ”
กรณีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เหมือนกรณีของ “ธุรกิจสีเทา” และ “ธุรกิจสีดำ”
ธุรกิจสีเทา ธุรกิจสีดำ เมื่ออยู่ในมือของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ดำเนินไปอย่างอึกทึกครึกโครม กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์”
แต่เมื่อตกมาถึงมือของพรรคก้าวไกลยิ่งน่าสนใจ น่าติดตาม
เพราะว่าภายในพรรคก้าวไกลมีมือวิเคราะห์ มีมือในการสอบค้นจัดระบบของข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยวิธีวิทยาสมัยใหม่
“ธุรกิจสีเทา” เป็นเช่นนี้ “หุ้น” ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นเช่นนี้
กรณีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ คือการร่วมทำงานของ 2 พรรคการเมือง
1 เป็นพรรคประชาชาติอันมีประสบการณ์ จากการเป็นพนักงานสืบสวน 1 เป็นพรรค ก้าวไกล อันมี “วิธีวิทยา” ที่ทันสมัยในการ จัดระบบข้อมูล
เป็นจุดเด่นพรรคประชาชาติ เป็น จุดเด่นพรรคก้าวไกล