แค่ได้ยินคำว่า “พระเอก” หนุ่มอารมณ์ดี ‘โอ๊ต’ ปราโมทย์ ปาทาน ไม่คิดเยอะ เซย์ yes เลย รับเล่นหนัง “อาตมาฟ้าผ่า” ของ 3 ค่ายยักษ์ที่จับมือกัน เอ็ม พิคเจอร์ส, เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และ ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) ผลงานการ กำกับฯ ของ ‘เอก’ พิพัฒน์ จอมเกาะ และควบคุมการผลิตโดย ‘ยอร์ช’ ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์

สิ่งที่คิด กับ สิ่งที่เจอ เป็นยังไง ต้องฟังจากเจ้าตัว

◆ เรื่องนี้ทุ่มเทมาก โกนผมจริงด้วย?
โอ๊ต – “ได้รับบท พระจืด ตอนรับโทรศัพท์ทีมงานพูดมาก่อนว่าเป็นพระเอก ก็เลยรับไปครับ (หัวเราะ) แต่มารู้ทีหลังว่าเป็น พระ ที่เป็น ตัวเอก จะมีบริบทของการแยกคำนิดนึง ความดิ้นของภาษาไทย เป็นพระ เอก มันเว้นไว้ โอเค (หัวเราะ) อันแรกที่ผมรับเพราะพี่ป๊อบ (ปองกูล สืบซึ้ง) อยากเล่นหนังกับพี่ป๊อบ คิดว่าน่าจะสนุก และฟังเรื่องคร่าวๆ จากพี่ยอร์ช ก็คิดว่าได้ น่าจะสนุกดี”

“จนวันไปรีด ทรู (Read Through) ถึงได้รู้ว่าเราเล่นเป็นพระทั้งเรื่องเลย ยากมาก สิ่งนึงที่ห่วง คือเราทำรายการในโซเชี่ยล ด้วย คำพูดคำจาแล้วพอไปอยู่ในหนัง มันจะส่งผลต่อบทที่เป็นพระ คนจะเชื่อไหม ห่วงดราม่าด้วย เลยคุยกับพี่ยอร์ช ว่าจุดของ พระจืด จะไปถึงได้ตรงไหน ก็ได้เห็นคร่าวๆ ว่าอ๋อ! จริงๆ แล้วความสนุกมันเกิดจากบริบทรอบข้างด้วย ไม่ใช่แค่ตัวพระอย่างเดียว แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าต้องมีโหนสะลิง วิ่งหลบระเบิด ทั้งพญานาค ทั้งกระโดดน้ำ มันคือหนังแอ๊กชั่นเลยสำหรับผม เรื่องนี้สำหรับผมคือหนักที่สุดในชีวิตที่เคยเล่นมา”

◆ นักแสดงแก๊งเด็กวัด ต้น(อรุณพงค์), กัส(อัคพงษ์), อาไท และ น้าชาลี ได้ร่วมงานด้วยแล้วเป็นยังไงบ้าง?
โอ๊ต – “แก๊งเด็กวัด สนุกมาก สนุกสุดๆ ด้วยความที่น้องๆ รู้จักเราอยู่แล้ว อย่างต้นเคยเจอกันในไบค์แมน อาไทเจอกันที่เวิร์คพอยท์ และงาน BNK น้องๆ เก่งอยู่แล้ว แทบไม่ต้องปรับตัวเลย มันมีความสนุกของกันและกันที่อยากเล่นด้วยกันอยู่แล้ว จะมีกับน้าชาลีบ้างที่ผมเกรงใจช่วงแรก พอสัก 2-3 คิวก็รับส่งกันสบาย”

◆ ต้องรับบทเป็นพระ ยากกว่าที่ผ่านมายังไงบ้าง?
โอ๊ต – “ยากตรงที่ต้องสำรวมแต่ว่าต้องตลก โชคดีที่พี่ยอร์ชและพี่เอกช่วยได้เยอะ เราก็จะบอกพี่เอกกับพี่ยอร์ช เลยว่า พี่! บางอันเราต้องเซฟกันนะ มันตลกจริงแต่ถ้าดูไม่สำรวมมากก็อย่าทำ กลัวไม่ดี”

“แล้วเรื่องโลเกชั่นนี่คือสุดๆ ไม่เจอเมืองเลยครับ เข้าป่าอย่างเดียว ป่า น้ำตก แล้วก็ป่า น้ำตก และผมมีถ้ำด้วย 2-3 ถ้ำเลยนะ ด้วยความที่มันเป็นถ้ำ ก็จะมีทั้งกลิ่นค้างคาว มันลำบาก ทุลักทุเลมาก”

◆ เรื่องนี้ถือว่าหฤโหดสุดในการเล่นหนัง?
โอ๊ต – “ผมตะโกนบอกพี่ยอร์ชทุกคิวเลยว่า บล็อกเบอร์ไปเลยนะ ไม่ต้องโทร.มาแล้ว ไม่สนิทกันแล้วนะ พอแล้วเนอะ กลัวนะ กลัวจะมีภาค 2 เพราะไบค์แมนยัง 2 เลย”

◆ เรื่องนี้มีครบหมด?
โอ๊ต – “สัตว์ สะลิง ซีจี กระโดดน้ำ ระเบิด ตอนรับบอกว่าเป็นพระ ใครจะไปรู้ว่าเอาพระมาทำแบบนี้เนอะ เราคิดว่าเราก็อยู่วัด จอยๆ ท่องบทสวด ตลกๆ อะนัน ตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา แต่ว่าสนุกนะ ได้ประสบการณ์ที่เราคิดว่าเราอาจไม่มีโอกาสทำแบบนี้บ่อยๆ จริงๆ แฮปปี้มาก บ่นกับพี่ยอร์ชไปอย่างนั้นแต่ลึกๆ ผมสนุก รู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตเป็นนักแสดงจริงๆ เพราะเราลงทุนโกนผม เราทุ่มเท อยากให้ออกมาดูไม่ปลอม”

◆ ร่วมงานกับพี่เอก ผู้กำกับฯ เป็นยังไงบ้าง?
โอ๊ต – “พี่เอก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ทำงานด้วยกัน พี่เอกน่ารักมาก ผมไม่เคยเจอผู้กำกับฯคนไหนไหว้นักแสดง แกเป็นคนถ่อมตัว และมีเซนส์ตลกอยู่ เขาจะรู้ว่า ‘เดี๋ยวโอ๊ตแบบนี้นะ สนุกแน่ จังหวะนี้เข้าแบบนี้ สนุกแน่ เดี๋ยวพี่ขอตรงนี้อีกหน่อย’ แฮปปี้มากที่ได้ทำงานกับพี่เอกและหวังว่าจะมีเรื่องต่อๆ ไปที่จะได้ทำงานกันอีก เพราะว่าสนุกดี”

◆ ฉากยากที่สุดในเรื่อง คือฉากอะไร?
โอ๊ต – “ทุกฉากครับ ยากตั้งแต่เป็นพระแล้ว แต่ถ้าที่สุดเลยคือที่ลงน้ำ ผมเป็นแพนิก แล้วต้องลงน้ำจริงๆ ผมเล่นเองหมดเลยนะ ผมต้องเรียนดำน้ำ เพื่อใส่ตัวออกซิเจน เรียนประมาณเที่ยงๆ จนฟ้ามืด เพราะซีนนั้นเป็นซีนมืด ก็ลงไปถ่ายในสระน้ำลึกมาก สระที่เขาไว้กระโดดสูงแข่งกัน เป็นสระมาตรฐาน ผมต้องใส่ชุดจีวรทั้งหมด ถือตาลปัตร จมลงไปในน้ำ ลอยกลางน้ำ ลืมตาเจอพญานาค พญานาควนรอบ คิดดู มันเทกไทม์มากนะ ผมต้องอยู่ตรงนั้น ทั้งที่จิตใจเป็น แพนิกด้วย แต่ก็สนุกมากครับ”

◆ ฝากผลงาน?
โอ๊ต – “แกนหลักๆ คือหนังตลกแหละ สารตั้งต้นของมันคือความสนุก เราเองในฐานะนักแสดง ตอนถ่ายเรายังรู้สึกสนุกเลย แล้ววันที่เราดูดราฟต์แรกก็สนุก ชอบ ไม่รู้นะ มันโดนเส้นเรา บางฉากเราขำน้ำตาไหลเลย ยังจำความรู้สึกตลกตรงนั้นได้ว่าเราต้องทำกันถึงขนาดนี้เลย เหรอวะ ให้มันตลก แล้วมันก็สนุกจริงๆ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน