วิกฤตน้ำทะเลกัดเซาะสงขลา

เรียน บ.ก.

ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ จ.สงขลา ที่วิกฤตหนักคือ ที่ ต.ท่าบอน พื้นที่ยาว 4 ก.ม.ใน ม.2 บ้านอู่ตะเภา ม.3 บ้านท่าบอน ม.4 บ้านศาลาหลวงบน ม.5 บ้านหัวคุ้ง ม.9 บ้านมาบบัว และ ม.10 บ้านมาบปรือ พื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท่าบอนรับผลกระทบจากน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งเป็นประจำทุกปี ช่วงฤดูมรสุมเดือนต.ค.-เม.ย. ทำให้บ้านเรือนราษฎร ถนน วัด โรงเรียน ต้นไม้ และสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี หน่วยงาน ท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือ แต่ติดอุปสรรคข้อจำกัด ด้านงบประมาณ ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากให้ทางจังหวัดทำเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข ที่ผ่านมาชาวบ้านให้ข้อเสนอแนะ แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยสร้างเขื่อนกั้นคลื่นหรือหินเรียง แต่มีการสร้างแบบคอนกรีตกั้นคลื่น แต่ปรากฏว่าสภาพพังเสียหาย ไม่สามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้

วันชัย

ตอบ คุณวันชัย

ข้อร้องเรียนของคุณ ในปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ท่าบอน ซึ่งมีสภาพความเสียหายรุนแรงคือ ต้องการให้จังหวัดสงขลาเข้ามาดำเนินการ จัดทำเป็นวาระเร่งด่วน เพราะเกินกำลังองค์กรท้องถิ่น งบประมาณไม่เพียงพอ หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้รับทราบข้อร้องเรียนนี้และเร่งดำเนินการ

ดินสอปลุกเสกแค่เรื่องตลก

เรียน บ.ก.ข่าวสด

“สายมู” พลาดไม่ได้ เรื่องดินสอปลุกเสก สรรพคุณอ้างว่าช่วยให้สอบข้าราชการได้ มองว่าเป็นเรื่องสนุกๆ มากกว่า แต่ทำออกมาเผื่อมีคนซื้อประเภทสายมู ไสยศาสตร์ ไม่ตกยุคไม่ว่าจะอยู่ใน เจเนอเรชั่นไหน ยังเป็นที่นิยมรุ่นสู่รุ่น ดินสอสายมู ก็คงไม่ต่างกับเอาหนังสือมาหนุนหัวนอน ความเชื่อของแต่ละคนห้ามกันไม่ได้ แต่นับถือความคิดคนต้นคิด จับทางถูกผลิตของออกขายแทบไม่ทัน

กนก

ตอบ คุณกนก

เห็นด้วยว่า เรื่องดินสอปลุกเสก มองได้แค่เป็นเรื่องสนุก และเป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยให้สามารถสอบข้าราชการได้ ถ้าไม่อ่านหนังสือไม่หาความรู้ แต่ไม่เห็นด้วยที่ไปนับถือความคิดของคนต้นคิดเรื่องนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน