ขอนแก่น – ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภ.4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รรท.เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และสถานการณ์ยาเสพติดในภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน โดยมี นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ป.ป.ส.ภ.4 พร้อมคณะทำงานด้านป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งประเทศต้องเห็นผลรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งมาตรการเร่งด่วนคือการสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคอีสาน ที่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นให้มากยิ่งขึ้น
“สิ่งสำคัญต้องดำเนินการร่วมกับชุมชนในการเฝ้าระวังและต้องมีความต่อเนื่อง โดยจะเริ่มมาตรการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ การสร้างพลังการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน และเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องช่วยกันออกไปสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน สนับสนุนให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง สิ่งสำคัญคือการสร้างการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา หากครอบครัวและชุมชนช่วยกันความต้องการยาเสพติดก็จะลดลง”
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวต่ออีกว่า พื้นที่แนวชายแดนที่ยังมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศนั้น ขอให้มีการกำหนดพื้นที่เร่งด่วนตามมาตรา 5 (10) ใน 4 อำเภอ คือ อ.ท่าอุเทน, เมืองนครพนม, ธาตุพนม และ อ.บ้านแพง จ.นครพนม
“วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป สำนักงาน ป.ป.ส.จะจัดทำแผนปฏิบัติการ Qiuck win (ควิกวิน) เฉพาะพื้นที่เป้าหมาย 30 จังหวัด 85 อำเภอ จำนวน 4,414 คน สำหรับ ป.ป.ส. ภาค 4 มีพื้นที่เป้าหมาย 11 จังหวัด ยกเว้นมหาสารคาม รวม 60 อำเภอ 3,541 คนมากที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับ สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 ที่ได้ดำเนินการในรอบปี 2566 พบว่า สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมากรวม สิ่งเสพติดที่สามารถตรวจยึดได้แบ่งเป็นยาบ้ากว่า 135 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,749 กิโลกรัม ยาเค 226 กิโลกรัม และ ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 42 คน จังหวัดที่มีคดีสูงสุดได้แก่ จ.ขอนแก่น อุดรธานีและสกลนคร ขณะที่พื้นที่ริมแม่น้ำโขงพบว่าอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพื้นที่ที่สามารถจับกุมผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศได้มากที่สุด”