ยิ่งใกล้เดือนพฤษภาคม การดำรงอยู่ของ “พรรคเล็ก” ยิ่งทรงความหมาย
หากไม่ทรงความหมายคงไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
คำว่า“งานเลี้ยง” คำว่า“สังสรรค์” จึงถูกชูขึ้นสูงเด่น
ทั้งการเรียกตัวเข้าพบและสนทนากันเป็นรายวัน ณ บ้านป่ารอยต่อ ทั้งการกำหนดเมนูอาหารและการสังสรรค์ ณ สโมสรราชพฤกษ์
ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของ “พรรคเล็ก”

ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ “พรรคเล็ก” ดำรงอยู่อย่างเป็นพรรคที่“เนื้อหอม”
คำตอบอยู่ที่เสียงขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 จำนวนหนึ่งเป็นเสียงอันหนักแน่นจาก 10 พรรคเล็ก
ถามต่อไปว่าใครมีบทบาทในการรวบรวม“เสียง”
เด่นชัดตั้งแต่ในห้วงเดือนมิถุนายน 2562 แล้วว่าเป็นบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทั้งๆ ที่มิได้มีตำแหน่งอะไรในพรรคพลังประชารัฐ
ปัจจัยตรงนี้ต่างหากที่สร้างความหวั่นไหว

ความหวั่นไหวนี้สืบเนื่องแต่สถานการณ์เมื่อเดือนกันยายน 2564 อันแหลมคม
เป็นความแหลมคมที่ไม่ว่าเมื่อมองจากปฏิกิริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าเมื่อมองจากปฏิกิริยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ผลเบื้องต้นลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายหลัง
กระนั้น ในความพ่ายแพ้นี้ก็มิได้หมายความว่าเยื่อใยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยมีต่อพรรคขนาดเล็กจะเสื่อมทรุดและโรยราตามไปด้วย
จุดนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รู้อยู่ แก่ใจ

ล่วงเข้าสู่เดือนมีนาคมและใกล้เดือนพฤษภาคมจะย่างกรายมาถึงจึงสำคัญ
ไม่ว่าสัญญาณอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าสัญญาณอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนให้ความหมายกับพรรคขนาดเล็ก
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนมอง อยู่ ไม่ห่างไกล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน