บทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีความแจ่มชัดยิ่งในทางการเมือง

ในฐานะตัวแทนของพรรคก้าวไกลในการเสนอตัวต่อประชาชนเพื่อชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ในการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม ต้องสร้างความแจ่มชัด

โดยพื้นฐาน คือแจ่มชัดในสถานะและการดำรงอยู่ของตน

ด้านหนึ่ง คือการแสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของคนก้าวไกลอันสืบทอดและต่อเนื่องจากแนวทางของพรรคอนาคตใหม่อันเป็นพื้นฐานดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็ต้องสร้าง “จุดต่าง” ให้บังเกิด

หากติดตามบทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็จะสัมผัสได้ในความพยายาม

นับแต่มีการเปิดตัวเป็นแคนดิเดตของพรรคก้าวไกล ภาระหน้าที่แรกก็คือ การมาพร้อมกับสโลแกน พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ

ชูประเด็น “ส่วย” ชูสถานะเป็น “ลูกจ้าง” ของชาวกทม.

ความหมายก็คือ การปวารณาตัวมาเป็น “คนรับใช้” ให้กับชาวกทม. มิใช่การเสนอตัวเข้ามาให้เลือกเพื่อที่จะเป็น “เจ้านาย” ตามความเชื่อเดิม

นี่คือจุดต่างอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง

จุดต่างของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จึงมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นตัวเปรียบ

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ “หมอกระต่าย” ซึ่งเสียชีวิตบนทางม้าลายขณะเดินทางไปทำงาน เราได้เห็นความเร่าร้อนของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

และเห็นความเฉยในบางแง่มุมของ “กทม.”

คำถามก็คือ คนกทม.ต้องการผู้ว่าฯในแบบของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง หรือต้องการผู้ว่าฯกทม.ในแบบของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

จุดต่างในเชิงเปรียบเทียบต่างหากที่สำคัญ

เพราะกระบวนการสร้าง “จุดต่าง” นั่นเองจึงนำไปสู่ “วิวาทะ” ทางการเมืองอันแหลมคม

ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามในเรื่องสัญญารถ ไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามถึงเงื่อนงำของโครงการกำจัดขยะ ตลอดจนปมว่าด้วย “สนามหลวง”

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน