การเลือกตั้งทั่วไปเดินหน้าสู่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปิดรับสมัคร สส.อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568

จำนวนตัวเลขผู้สมัครสะท้อนภาพการเมืองที่คึกคักและแข่งขันสูง ทั้งในระดับเขต พรรคการเมือง และตัวบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ข้อมูลจาก กกต. ระบุ การเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 400 เขต มีผู้สมัครรวม 3,526 คน จาก 60 พรรค ขณะที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผู้สมัคร 1,570 คน จาก 57 พรรค และที่น่าจับตาคือการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีจาก 43 พรรค รวมถึง 94 ราย

ชี้ให้เห็นว่าการเมืองไทยไม่ได้มีเพียงตัวเลือกหลักไม่กี่คน แต่เต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งแนวคิด ประสบการณ์ และอุดมการณ์

บางเขตมีการแข่งขันเข้มข้นเป็นพิเศษ เช่น เขต 1 กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้สมัครถึง 19 คน ขณะเดียวกันยังมีผู้สมัครที่มีอายุมากถึง 90 ปี แสดงให้เห็นว่าการเมืองยังเปิดพื้นที่ให้คนต่างวัย ต่างรุ่น เข้ามามีบทบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น กกต.จะส่งรายชื่อผู้สมัครไปให้ 26 หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ก่อนจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผู้สมัคร ภายใน 7 วัน หรือไม่เกินวันที่ 7 มกราคม 2569

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญต่อความสุจริต และความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง เพราะเป็นด่านแรกในการคัดกรองคนที่จะเข้ามาใช้อำนาจแทนประชาชน

ในบริบทเช่นนี้ประชาชนในฐานะ “เจ้าของอำนาจอธิปไตย” จำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าการจดจำชื่อ หมายเลข หรือเลือกตามกระแส

การตัดสินใจควรเริ่มจากการพิจารณานโยบายหาเสียงของแต่ละพรรค ไม่ว่านโยบายเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา สาธารณสุข สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงอุดมการณ์ทางการเมือง ความเป็นประชาธิปไตย ความมั่นคง และแนวทางปราบปรามคอร์รัปชั่น

ควรศึกษาประวัติผู้สมัคร สส.เขต ว่าเคยทำงานหรือมีผลงานอะไร มีความรู้ความสามารถและเข้าใจปัญหาในพื้นที่แค่ไหน ขณะที่การเลือก สส.บัญชีรายชื่อ ควรมองภาพรวมของพรรค โครงสร้างทีมงาน และความน่าเชื่อถือของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่ามีประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และจุดยืนชัดเจนหรือไม่

ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณ ใช้สิทธิอย่างมีข้อมูล ตัดสินใจด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการชี้นำระยะสั้น

การบ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือการค้นคว้า เรียนรู้ เปรียบเทียบ และตั้งคำถามกับทุกตัวเลือก เพราะบัตรเลือกตั้งไม่ได้กำหนดแค่ตัวผู้แทนในสภา แต่กำหนดทิศทางประเทศในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน