ผบช.ภาค 9 ผวจ.ยะลา และเลขาธิการกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ

โดยตำรวจระบุว่า ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 5 คน จับกุมได้ 4 คน อยู่ระหว่างหลบหนี 1 คน คาดว่าเป็นมือปืนซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน และอดีตทหารพราน

แม้ผู้ต้องหาบางรายจะยังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจยืนยันมีหลักฐานแน่นหนา โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ปลอกกระสุนปืน ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และการพิสูจน์ซากรถที่ใช้ก่อเหตุถูกนำไปชำแหละทิ้ง

ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นคนบงการ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคดีนั้น ตำรวจยืนยันยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน

สำหรับคดีนี้ อีกประการสำคัญยังพบความเชื่อมโยงกับทหารยศนาวาเอก สังกัดกอ.รมน. เนื่องจากรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุอยู่ในความรับผิดชอบของนาวาเอกคนดังกล่าว

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า อดีตนาวิกโยธินยศเรือเอก เป็นคนมาขอยืมรถไปใช้ จากนั้นรถก็ถูกนำไปก่อเหตุ อีกทั้งแนวทางสืบสวนยังพบเบาะแสว่า อดีตทหารเรือเอกอาจเป็นมือปืนอีกคน

โดย กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงว่าผู้ก่อเหตุมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถจึงขอยืมไปใช้ แต่ก็ถือว่าฝ่าฝืนระเบียบการใช้รถของราชการ จึงตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเร่งด่วนแล้ว

พร้อมย้ำว่าไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด พร้อมให้ความร่วมมือตามกฎหมายทุกขั้นตอน จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาและทางวินัยควบคู่กันไป

คดียิงนายกมลศักดิ์ สส.นราธิวาส เป็นการก่อเหตุอย่างอุกฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีการวางแผนอย่างเป็นกระบวนการ สำคัญคือมีเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายเกี่ยวข้อง

ไม่ว่าชนวนเหตุจะมาจากเรื่องส่วนตัว ปมขัดแย้งการเมือง หรือสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ แต่ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และความไม่ไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่

เนื่องจากที่ผ่านมา บุคคลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เห็นต่างจากรัฐ มักถูกกระทำให้สูญหาย หรือเสียชีวิต แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ชายแดนภาคใต้ยังไม่สงบ ไม่เกิดสันติสุขอย่างแท้จริง

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องไม่หยุดเพียงเท่านี้ ต้องไล่สาวไปให้ถึงบุคคลที่อยู่เหนือกว่านั้น หรือคนบงการให้ได้ เพราะปล่อยไว้เนิ่นนาน อาจจะกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพภาคใต้ไปด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน