นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประชุมหารือเร่งด่วนเพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่นพีเอ็ม 2.5

โดยเฉพาะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หรือฝุ่นพิษ อว.เตรียมระดมนวัตกรรมเพื่อรับมือในพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยจะใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อระบุต้นตอการเผาป่ารายแปลง ควบคู่กับการสนับสนุนการทำฝนหลวง และการดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยี

นอกจากนี้ยังเร่งกระจายนวัตกรรมป้องกันสุขภาพ เช่น มุ้งความดันบวก หน้ากากกรองฝุ่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ฝุ่นในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน พร้อมนำระบบเอไอเอกซเรย์ทรวงอกมาใช้ตรวจคัดกรองผลกระทบสุขภาพได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

นับเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ ที่นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้เกิดขึ้นหลายสิบจังหวัด โดยสะสมมาตั้งแต่ต้นปี 2569 ส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกทม.และปริมณฑล

จากการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในแต่ละวันเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย มีผลกระทบต่อสุขภาพ บางพื้นที่ประชาชนต้องใส่หน้ากากอนามัยขณะออกนอกบ้าน หรือตัวอาคาร

โดยเฉพาะที่จ.เชียงใหม่ นั้นเกิดไฟป่าหลายจุดหลายอำเภอ รุนแรงถึงขั้นถูกจัดให้เป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก นอกจากปัญหาต่อสุขภาพแล้วยังกระทบลามไปถึงด้านการท่องเที่ยวด้วย

ขณะนี้ทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานการณ์ยังรุนแรงอยู่

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลายรัฐบาลพยายามแก้ปัญหา แต่ก็ทำได้เพียงบรรเทาผลกระทบลงแค่เล็กน้อย ยังคงเกิดไฟป่ารุนแรง การเผาพื้นที่เกษตรเพื่อเตรียมเพาะปลูก อีกทั้งยังมีควันดำท่อไอเสียรถยนต์ และฝุ่นจากการก่อสร้างเข้ามาร่วมด้วย

ปัจจุบันนอกจากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อบรรเทาสถานการณ์แล้ว ในส่วนสภาผู้แทนราษฎรก็ตั้งคณะกรรมการวิสามัญแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ส่วนรัฐบาลโดยกระทรวง อว. ก็เตรียมนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 เม.ย.นี้

จึงเป็นอีกแนวทางน่าสนใจ และคาดหวังว่าจะสามารถลงมือได้เลยอย่างทันท่วงที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน