ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นไปอย่างคึกคักเกินความคาดหมาย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากวงกว้าง รวมทั้งสะท้อนความสำเร็จของการนำเสนอเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยไปสู่งานเทศกาลระดับโลกด้วย
สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติออกมาใช้จ่ายอย่างคึกคัก สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ในช่วงเดียวกันของปีแล้ว
ขณะที่ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยชี้ว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเสน่ห์ประเทศไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่อย่างแข็งขัน
งานสงกรานต์ในกรุงเทพมหานครได้รับการยกย่องจากสื่อชั้นนำของโลก แต่ละพื้นที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ทั้งถนนสีลม สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร และสถานที่อื่นๆ ที่ร่วมกันจัดขึ้น
รวมถึงงานที่ททท.จัดทั้ง 2 งาน ได้แก่ Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานถึง 108,640 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 52,272 คน
สะท้อนถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและรายได้ทางเศรษฐกิจรวมกว่า 283.68 ล้านบาท
ขณะที่งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี ก็สร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาถ่ายรูปเช็กอินกับคาแร็กเตอร์สุดฮิต โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 94,546 คน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ
ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากแตะระดับ 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.32 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนคึกคักอย่างมาก มีชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 1 แสนคน ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และตลาดมาเลเซียก็เดินทางเข้ามากกว่า 9 หมื่นคน
ส่งผลให้ภาพรวมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 619,481 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 49,888 คน หรือร้อยละ 8.76 เฉลี่ยแล้วตกวันละ 88,498 คน
อย่างไรก็ตาม สวัสดิภาพ ความปลอดภัย มิตรไมตรีและการไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว มีความสำคัญอย่างมากในการจูงใจให้อยู่ต่อระยะยาว อีกทั้งยังสร้างแรงจูงใจให้กลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการบริการเป็นอย่างดี