สถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกเริ่มคลี่คลายลงแล้ว และราคาน้ำมันดิบซื้อขายล่วงหน้าก็ปรับลดลงมาต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงที่มีความตึงเครียดในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์

แต่ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย ยังไม่ปรับลดลงมากเท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ

เมื่อเทียบกับราคาเดิมก่อนของสงครามอ่าวอาหรับปะทุแล้ว แม้ลดลงมาบ้าง แต่ราคาก็ยังสูงกว่า ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ควรปรับลดลงได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

สาเหตุที่สำคัญที่ไม่อาจปรับให้เห็นเป็นรูปธรรมลงในทันทีทันใด บ้างก็ว่ายังต้องหักเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลงที่ช่วงรอยต่อระหว่างสงครามนั้นต้องนำมาพยุงราคา ทำให้ขณะนี้ยังติดลบอยู่กว่า 5.5 หมื่นล้านบาท

กรณีนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอว่าในระหว่างนี้ภาครัฐควรเร่งพิจารณามาตรการให้ราคาพลังงานในประเทศสะท้อนต้นทุนที่ลดลงอย่างเหมาะสม

เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ลดต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจโดยเร็ว และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและหยุดชะงักลงไป

ขอให้เร่งส่งผ่านต้นทุนพลังงานที่ลดลงสู่ผู้ใช้ให้กลไกราคาภายในประเทศสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

บริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสมดุล โดยทบทวนภาระการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่คลี่คลายแล้ว เพื่อไม่ให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานสูงเกินกว่าความจำเป็น

นอกจากนี้ ยังขอให้ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะต้นทุนน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้รถ แต่ยังส่งผลต่อค่าขนส่ง อาหาร และต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการต่างๆ ด้วย

โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นั้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งระบบ ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ

มาตรการดังกล่าว จะช่วยบรรเทาผลกระทบทั้งระยะสั้นและช่วยวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว ช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ และเสริมสร้างความเชื่อมั่น

อีกทั้งยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ไม่แน่นอน ขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพของประชาชนทั่วไปได้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน