หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese
6 ก.ย. 2569 - 18:52 น.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามถึงกรณีการทุจริตสอบบรรจุแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

โดยยืนยันว่าต้องมีหลักฐาน หรือสิ่งที่พิสูจน์ได้ ถ้าใครเห็นว่ามีความไม่เป็นธรรม มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริต ไม่ว่าระดับไหน ขอให้นำหลักฐานไปยื่นกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เลย

นายกฯ ยังระบุด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานจริง หรือหลักฐานเท็จ เชื่อว่า ป.ป.ช.มีวิธีการพิสูจน์ แต่ในส่วนของรัฐบาลนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งให้คนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย ออกจากตำแหน่งแล้ว

เป็นท่าทีของนายกฯ ต่อคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ในแวดวงราชการในขณะนี้

การชี้แจงของนายกฯ เป็นความต่อเนื่องจากอดีตนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอดีตผู้สมัครสส. หนึ่งในผู้ต้องหานำพยานปากสำคัญเข้าให้การกับตำรวจ

โดยพยานยืนยันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นมีสถานะและตำแหน่งใหญ่กว่าระดับอธิบดี เป็นระดับรัฐมนตรี และอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ด้วย

พยานยังระบุด้วยว่า อดีตผู้สมัครสส.ที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น และไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์อย่างแน่นอน เพียงแค่เข้าไปติดตามเงินที่ถูกขบวนการโกงไป

ที่สำคัญยังเชื่อว่าการกล่าวหาและจับกุมดังกล่าวเป็นลักษณะของการตัดตอน และถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

คดีโกงสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2568 และกระทำกันเป็นขบวนการใหญ่โต จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอาจเชื่อมโยงกับพรรค หรือนักการเมืองด้วยหรือไม่

เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการเสียส่วนใหญ่ ตั้งแต่ระดับล่าง จนถึงระดับอธิบดี มีการตั้งคณะกรรมการทั้งในส่วนรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย จนกระทั่งตรวจพบมีผู้ที่ได้คะแนนผิดปกติ 5,925 ราย และเพิกถอนการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว 3,868 ราย

ขณะนี้คดีนอกจากอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจแล้ว ยังมี ป.ป.ช.เข้ามาร่วมไต่สวนด้วย ซึ่งยังต้องสืบสาวขยายผลต่อไปด้วย มีความเชื่อมโยงไปถึงพรรคและนักการเมืองด้วยหรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องมีเหตุผล และพยานหลักฐานที่อธิบายได้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็ต้องเปิดอำนวยความสะดวกในการสะสางคดีอย่างถึงที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลเองจะเสื่อมเสีย และขาดความเชื่อมั่นจากสังคม


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

บทบรรณาธิการ - รมต.กับโกงสอบ