สถานการณ์ฝนตกถล่มหนักข้ามคืน ข้ามวัน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2569 เป็นต้นมา ส่งผล ให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดเขตปริมณฑล กับอีกหลายจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก
โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือ และฝั่งตะวันออกของพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงเขตชั้นใน พื้นที่เศรษฐกิจของเมืองหลวง ถูกน้ำท่วมหนักอย่างฉับพลัน
นอกจากนี้ ยังสร้างความโกลาหลไปทั่ว เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ทันตั้งตัว ไม่คาดคิดกันมาก่อนจะเกิดขึ้นฉับพลัน ซึ่งต่อมาผู้ว่าฯ กทม. ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต
เช่นเดียวกับหลายจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก ต่างก็ประสบกับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
หลังเกิดสถานการณ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานด้านการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์อุทกภัย รุดไปติดตามการระบายน้ำออกสู่ทะเลที่จ.สมุทรปราการ
โดยระบุว่าพื้นที่หลายคลองมีปริมาณน้ำเต็ม ทำให้น้ำจากพื้นที่ชั้นในไม่สามารถไหลลงคลองเพื่อระบายต่อได้ ส่งผลให้การสูบน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง บางจุดกลายเป็นการวนกลับมาที่เดิม เพราะ ไม่สามารถระบายน้ำออกจากระบบได้อย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ยังยอมรับด้วยว่า สถานการณ์มากกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ จากเดิมที่มั่นใจเอาอยู่ แต่เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำสะสมสูง จึง กลับกลายเป็นว่าเอาไม่อยู่
โดยเฉพาะสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ
อุทกภัยครั้งล่าสุดนี้ ทำให้สังคมหวนคิดไปถึง มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ภาคเหนือ ไล่ลงมาถึงภาคกลาง พื้นที่ปริมณฑล และก็ลามเข้าสู่กรุงเทพฯ
แต่สถานการณ์ครั้งนั้น อยู่ในลักษณะค่อยๆ เกิดขึ้นทีละพื้นที่ แต่คราวนี้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนก็เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน และยังลุกลามเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ของกทม. ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดพร้าว ถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ ย่านทองหล่อ ย่านเอกมัย และถนนสุขุมวิทบางส่วน
เหตุครั้งนี้จึงสะท้อนถึงการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องนำไปสู่การถอดถอนเป็นบทเรียนต่อไป โดยเฉพาะรัฐบาลเอง ถึงเวลาแล้วที่ต้องขบคิดนำไปสู่การ ผลิตนโยบาย หรือจัดทำโครงการขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับมหาอุทกภัยในอนาคต
ส่วนตอนนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว ในเฉพาะหน้า จะต้องเร่งทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว รวมทั้งดูแลเรื่องฟื้นฟูสภาพพื้นที่ และเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงถ้วนหน้าด้วย