ดราม่าเพจพยากรณ์อากาศภาคประชาชน ช่วงอุทกภัยใหญ่ 2569 ปลายเดือนก.ย. ไม่ใช่แค่เรื่องขัดแย้งระหว่างเพจกับหน่วยงานรัฐ แต่สะท้อนปัญหา “ช่องว่างการสื่อสาร” ระบบเตือนภัยพิบัติระหว่างรัฐกับประชาชน

ปัญหาไม่ใช่ใครมีข้อมูลแม่นยำกว่า แต่คือข้อมูลนั้นไปถึงประชาชนได้เร็ว ชัด และนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่

แม้รัฐจะมีเครื่องมือ บุคลากรและระบบตรวจวัดจำนวนมาก แต่หากการเตือนภัยยังใช้ภาษาวิชาการ เตือนแบบกว้างๆ ไม่บอกให้ชัดว่าต้องทำอะไร ก็ยากจะสร้างความเชื่อมั่น ตรงกันข้าม เพจภาคประชาชนใช้ภาษาง่าย ตรงประเด็น และเน้นการปฏิบัติ เช่น เตือนให้ยกของขึ้นที่สูงหรือเตรียมรับน้ำทันที

เมื่อเกิดน้ำท่วมจริงในหลายพื้นที่ คนจึงเกิดความรู้สึกว่า “ใครเตือนแล้วเข้าใจ” ย่อมได้รับความเชื่อถือมากกว่า

อย่างไรก็ตาม อีกด้านก็มีข้อโต้แย้งที่ต้องรับฟัง การใช้ถ้อยคำเช่น “มหาอุทกภัย” อาจสร้างความตื่นตระหนกหากไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับเพียงพอ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องแหล่งข้อมูล และความรับผิดชอบหากคาดการณ์คลาดเคลื่อน เพราะเพจภาคประชาชนไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานและภาระหน้าที่เช่นเดียวกับรัฐ

ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนว่า ข้อมูลที่ถูกต้องจะมีความหมายต่อเมื่อสื่อสารถึงประชาชนได้ทันเวลา ทางออกจึงควรอยู่ที่การปรับระบบ ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้ง

รัฐควรมีศูนย์กลางข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ใช้ภาษาง่าย ชัดเจน ระบุพื้นที่เสี่ยง เวลา จะเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอะไร พร้อมกระจายผ่านมือถือ โซเชี่ยลมีเดีย วิทยุท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน

ที่สำคัญควรเปิดให้ภาคประชาชนและสื่อท้องถิ่นเป็นเครือข่ายกระจายคำเตือน โดยยึดข้อมูลทางการเป็นฐาน และมีกลไกตรวจสอบแก้ไขเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

กรณีดราม่าเพจเตือนภัยภาคประชาชน สิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐดูแย่ลง คือการเลือกโต้เถียงเชิงข้อกฎหมาย และปฏิเสธข้อมูลเพจภาคประชาชนโดยสิ้นเชิง

แทนที่จะยอมรับข้อจำกัดด้านการประชาสัมพันธ์ และนำจุดแข็งการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ตรงจุด ของเพจภาคประชาชนมาปรับใช้ เพื่อลดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน

บทเรียนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใครผิดหรือถูก แต่ต้องนำไปสู่ระบบเตือนภัยที่เร็ว ชัด เข้าใจง่าย แม้เหตุปัจจัยน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัดและกทม. ปี 2569 จะไม่เหมือนกับปี 2554 แต่คำเตือนที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที ก็ยังเป็นโจทย์สำคัญ

ดังนั้น หน่วยงานรัฐต้องเรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไข ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนหันกลับมาเชื่อมั่นในข้อมูลของทางราชการเมื่อเกิดภัยพิบัติครั้งต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน