บทบรรณาธิการ : ตกงาน
ตกงาน : ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ประกอบการประเมินไว้เมื่อเดือนเมษายนว่าจะมีแรงงานตกงาน 10 ล้านคน หากสถานการณ์โควิดยืดเยื้อต่อไปอีก 2-3 เดือนโดยที่ไม่มีมาตรการดูแลผู้ประกอบการเพิ่มเติม
ผลประเมินดังกล่าวดูจะไม่ผิดจากการคำนวณ เมื่อมองภาพทั้งปัจจัยและปัจจัยโลก
สหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจเพิ่งเปิดตัวเลขคนว่างงานแล้วในประเทศสูงถึง 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 14.7
ส่วนมหาอำนาจจีน ตัวเลขทางการประเมินว่าจะมีคนตกงานสูง 30 ล้านคนจากผลกระทบโควิด-19 หรือร้อยละ 6.2 แต่ตัวเลขนักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าอาจถึง 80 ล้านคน
ทั้งหมดเผชิญสภาพคล้ายกัน คือเมื่อมีการปิดเมือง การฟื้นฟูจะเป็นไปอย่างช้าๆ และระมัดระวังอย่างยิ่งจนไม่เกิดการ จ้างงานใหม่
ด้านผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรีของไทย ชี้ว่าปัญหาวิกฤตเลิกจ้างและการว่างงานจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในไตรมาสสองต่อเนื่องไตรมาสสามของปี 2563 นี้
วิกฤตเลิกจ้างและการว่างงานอาจยืดเยื้อไปอีกไม่น้อยกว่า 2 ปี การทำงานหรืออาชีพบางอย่างจะค่อยๆ หายไปจากระบบ
แม้การทำงานหรืออาชีพบางอย่างจะขยายตัวเพิ่มขึ้น พร้อมเกิดอาชีพใหม่ๆ แต่การเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานจะน้อยกว่าตำแหน่งงานที่หายไปมาก
กลุ่มคนตกงานใหม่ในวิกฤตโควิด-19 ที่คิดว่าจะเป็นชั่วคราว อาจต้องเผชิญการขยายเวลาออกไปอีก
กรณีเลวร้ายสุดการว่างงานอาจแตะระดับร้อยละ 28 ของกำลังแรงงาน 38.41 ล้านคน ทำให้คนตกงานทั่วประเทศเกือบ 11 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการสำรวจและประเมินตัวเลขทางวิชาการผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อนำไปสู่การวางแผนแก้ไขหรือบรรเทาสถานการณ์ กลับมีหน่วยงานทำโพลเผยการสำรวจในอีกมุมหนึ่ง
เป็นมุมที่แปลกประหลาด และขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริง อาจเพราะใช้กลุ่มตัวอย่างเพียง 1,105 ราย หรือไม่ได้สุ่มอย่างเป็นระบบทางวิชาการสถิติ
อีกทั้งยังมุ่งสำรวจแต่ความสุขกายสบายใจที่ได้ผลเกินร้อยละ 90 แต่กลับไม่พบการสำรวจความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด
น่าเป็นห่วงว่า หากผู้มีหน้าที่แก้ไขปัญหาจะใช้ข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร