FootNote:รอยร้าว ก้าวไกล กะเพื่อไทย ต้องรีบสมาน ให้เกิดเอกภาพ
ในที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนของพรรคก้าวไกลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ก็จะต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายค้านด้วยกัน
จำนวน 54 ส.ส.ที่มีอยู่ในมือของพรรคก้าวไกลก็จะต้องมีการเติมจนครบถ้วน 85 คนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
แม้ในเบื้องต้นจะได้จาก 10 คนของพรรคเสรีรวมไทย 7 คนจาก พรรคประชาชาติ 5 คนจากพรรคเพื่อชาติ และ 1 คนจากพรรคพลังปวงชนไทย
แต่เมื่อพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย เทให้อย่างเต็มเรี่ยวแรงเช่นนี้มีหรือที่พี่ใหญ่พรรคเพื่อไทยจะใจไม้ไส้ระกำ
ผ่านสถานการณ์แตก”ร้าว”มาแล้วระยะเวลาหนึ่ง ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ย่อมจะต้องนำเอารอยร้าวเล็กๆนั้นมาสรุปและเป็นบทเรียนให้จงได้
ในเมื่อ”ยุทธศาสตร์”เป็นอย่างเดียวกันก็ย่อมจะต้องสามารถปรับ”ยุทธวิธี”ให้มาเป็นเอกภาพกันได้ในที่สุด
ถามว่ายุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยคืออะไร ถามว่ายุทธศาสตร์ของพรรคก้าวไกลคืออะไร
ตอบได้เลยว่า คือ ต้านรัฐประหาร ต้านการสืบทอดอำนาจ
ถามว่าอะไรคือเครื่องขวางกั้นมิให้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองนี้ประสบความสำเร็จได้
ตอบได้เลยว่า คือ รัฐธรรมนูญ
แม้ในห้วงเวลาหนึ่งอาจจะมีบทบาทบางบทบาทแย้งขัดกันและก่อให้เกิดการปะทะกระทั่งนำไปสู่รอยร้าว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นรอยร้าวภายในกระบวนการ ภายในวิธีการที่แตกต่างกัน
หากทั้ง 2 ฝ่ายถือว่าเป็นความขัดแย้งภายในพวกเดียวกัน มิได้มีลักษณะเป็นปรปักษ์ เมื่อผ่านการสนทนาหารือก็ย่อมจะสามารถสมานรอยร้าวให้เป็นเนื้อเดียวกันได้เหมือนเดิม
สร้างเอกภาพใหม่บนพื้นฐานแห่งการต่อสู้กับ”ปรปักษ์”เดียวกันในทางการเมือง
มองอย่างเปรียบเทียบก็ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยมีความอาวุโสสะสมบทเรียนมามากกว่า ตามท่วงทำนองแบบไทยๆก็ชอบที่พรรค ก้าวไกลจะต้องอ่อนเข้าหา
เป็นการอ่อนเข้าหาเพื่อขอความช่วยเหลือ ขอความร่วมมือเพื่อหาหนทางในการ”ปิดสวิตช์ ส.ว.”
เป็น”ผู้น้อย”ค่อยก้ม “ประณมกร” อ่อนเข้าหา”ผู้อาวุโส”