บทบรรณาธิการ -เรือดำน้ำ 2563
บทบรรณาธิการ -เรือดำน้ำ 2563 – วาระการประชุมการพิจารณาการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาทจากประเทศจีนของกองทัพเรือ มีกำหนดเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 อีกครั้ง
กองทัพเรือจะส่งตัวแทนเข้าชี้แจงเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว ความจำเป็นต้องมี และแผนยุทธศาสตร์ที่เตรียมไว้อีกครั้ง เช่นกัน
เนื้อหาคำชี้แจงและเอกสารประกอบเป็นไปตามรายละเอียดที่แถลงต่อสื่อมวลชนไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 ส.ค.
ในที่นี้รวมถึงสัญญาการซื้อแบบรัฐ ต่อรัฐ หรือจีทูจี ระหว่างไทยกับจีน
หากคำชี้แจงต่างๆ เหมือนเดิมที่ประชาชนรับรู้รับทราบไปแล้ว จะเท่ากับว่าประเด็นที่ผู้คนตั้งคำถามว่า การใช้เงินเกินสองหมื่นล้านช่วงเวลานี้เหมาะสมหรือไม่ ยังคงไม่ชัดเจน
การเปรียบเทียบสัญญาซื้อขายเรือดำน้ำกับคดีทุจริตในโครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาลในอดีตไม่เพียงอธิบายข้อสงสัยของประชาชนไม่ได้ ยังทำให้สงสัยว่าบุคลากรกองทัพเรือดึงคดีทางการเมืองมาใช้เพื่อประโยชน์ใด
กระแสคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าสัญญา แต่อยู่ที่ว่าการตัดสินใจจะจ่ายเงินซื้ออาวุธควรให้ประชาชนร่วมตัดสินใจได้มากน้อยเพียงใด
หลังจากการจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรก เมื่อปี 2560 มูลค่า 13,500 ล้านบาท อยู่ในช่วงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร
สถานการณ์ปี 2563 เปลี่ยนไปจากปี 2560 ตรงที่มีตัวแทนประชาชนทำหน้าที่อยู่ในสภา
แต่เสียงสะท้อนจากประชาชนที่ผ่านไปยังส.ส. รวมถึงกมธ. เป็นเรื่องที่ส.ส.ทุกคนทุกพรรครู้ดีว่ามองข้ามไม่ได้
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจตอกย้ำว่า ความเป็นอยู่ของประชาชนในปีนี้รวมถึงปีหน้าจะไม่สุขสบาย อาจลำบากยากเข็ญกว่าเดิม
ถึงรัฐบาลจะกล่าวอ้างว่าเงินที่ซื้อเรือดำน้ำเป็นงบประมาณในส่วนของกองทัพเรือ ของกระทรวงกลาโหม ไม่กระทบกับส่วนอื่นๆ
แต่ขณะนี้ผลกระทบจากโรคระบาดโควิดขยายวงกว้างไปทุกส่วน ทำให้การใช้เงินหรือบริหารจัดการงบประมาณต้องยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
จะทำตามใจเหมือนช่วงไม่มีกลไกทางรัฐสภา ไม่ได้อีกแล้ว