บทบรรณาธิการ – รู้จักเอาตัวรอด
บทบรรณาธิการ – รู้จักเอาตัวรอด – ท่าทีของผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในการสลายผู้ชุมนุม วันที่ 20 มี.ค. แน่ชัดว่าจะไม่ทบทวนมาตรการใดๆ ที่ใช้อยู่
รวมถึงไม่ทบทวนบทสรุปของตนเองว่า ผู้ชุมนุมก่อความรุนแรงก่อนและก่อความรุนแรงเป็นหลัก ทั้งที่มีภาพเผยแพร่ไปทั่วโลกว่าตำรวจกำลังทำอะไรกับผู้ถูกจับกุม
สำหรับผู้สื่อข่าว ครั้งนี้มีบาดเจ็บหลายคน และบางคนอาการน่าวิตกนั้น ได้รับคำเตือนว่า สื่อต้องรู้จักเอาตัวรอดเองด้วย
วิธีเอาตัวรอดทางหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีแนะนำคือ อย่ายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คำแนะนำนี้ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วสื่อจะรายงานข้อเท็จจริงอย่างไร จะรายงานข้อมูลให้สมดุลได้อย่างไร
ข้อมูลของฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำมาแถลงบ่งบอกว่าไม่ได้สอบถามรายละเอียดจากนักข่าวที่ได้รับผลกระทบให้ถ้วนทั่ว จึงระบุได้เพียงว่าเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนแล้ว
ดังนั้นถ้ามีคนปาขวด หรือระเบิดเพลิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่อีก เจ้าหน้าที่จะยิงกลับไปยังทิศทางต้องสงสัย โดยอาจไม่ดูก่อนว่าคนก่อเหตุยังอยู่ตรงนั้นหรือไม่ จะมีใครถูกลูกหลงกระสุนยางหรือไม่
ถ้านักข่าวยังยืนยันจะรายงานสถานการณ์จริงต่อไป ย่อมหมายถึงนักข่าวจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงแบบเดียวกันนี้อีก
เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งว่าจะคิดหาวิธีที่จะแยกแยะการจับกุมเฉพาะคนที่ก่อเหตุรุนแรง หรือแกล้งสร้างสถานการณ์ แต่จะยิงกระสุนออกไปก่อน
การยิงกระสุนออกไปก่อนหรือตั้งใจยิงเคยปรากฏในเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2553 ขณะเจ้าหน้าที่รัฐสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช. กลางเมืองหลวง
ความรุนแรงครั้งนั้นมีกระสุนจริงรวมอยู่ด้วย จึงมีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก แม้แต่ในเขตอภัยทาน และมีนักข่าวเสียชีวิตด้วย
แม้ว่าความรุนแรงขณะนี้ห่างไกลกับเมื่อ 11 ปีก่อน แต่สิ่งที่ยังคงมีอยู่คือการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อที่ต้องรายงานข้อเท็จจริง
ถ้าคิดเพียงหาวิธีเอาตัวรอดโดยอาศัยการพึ่งพิงอยู่ฝั่งเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ไม่จำเป็นต้องมีสื่อมวลชน